นักฆ่าฮองเฮาของข้า / สุดยอดนักฆ่า มเหสียอดรัก - ตอนที่ 247
บทที่ 247 ร้านจี้โม่2
แล้วก็ฮัวโหล่หยูนที่เคลื่อนคล้อยเมฆาธาราไหลคนนั้น กระบวนท่าที่ดูแล้วงดงามและอรชร ในกระบวนท่าของแต่ละคนราวกับซ่อนเร้นกฎเกณฑ์ลึกลับและพลังอันแปลกประหลาดบางอย่างแฝงอยู่…
สรุปแล้ววรยุทธ์ของทั้งสี่คน…แต่ละคนล้วนแปลกพิสดารเป็นอย่างยิ่ง
ทักษะของพวกเขาทั้งสี่คนไม่ต่างกันมากนัก คล้ายคลึงกับโจว๋หวูนเฟิงมาก
แต่ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขา กลับเพิ่มพูนชั้นเชิงขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง
เกรงว่าต่อให้เป็นยอดฝีมือแนวหน้าชั้นนำของสองสำนักใหญ่อย่างถางเปิ่นขุย โจว๋กงฟู่ โจว๋กงกุ้ยผู้มีทักษะไร้เทียมทานกว่าห้าสิบหกสิบปีเองก็ไม่แน่ว่าจะสามารถเอาชนะพวกเขาทั้งสี่คนได้
แรกเริ่มซินเหยายังคิดว่าทั้งสี่คนนี้ก็แค่มีทักษะที่ไม่เลว ปรากฏกระบวนท่าพิสดารเล็กน้อยเป็นครั้งคราวก็นับว่าปกติมาก
แต่ว่าวรยุทธ์ของพวกเขาทั้งสี่คนล้วนผิดธรรมดาเยี่ยงนี้
เช่นนั้นก็เป็นเรื่องที่ไม่ปกติเรื่องหนึ่งแล้ว
โชคดีที่นางมิได้เพิกเฉย และไม่ได้อวดอ้างว่าตนเองมีทักษะเฉพาะตัวจนไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
ถ้าหากเพราะนางถือดีในทักษะของตนเองว่าสูงส่งจนละเลยสิ่งรอบกาย ไม่เห็นหัวผู้อื่นเฉกเช่นถางเปิ่นกลาง จนมาพบนักบอดี้การ์ดทั้งสี่ผู้มีภูมิหลังลึกลับ จะต้องถูกสั่งสอนให้ลิ้มลองรสชาติแห่งความพ่ายแพ้เป็นแน่
ทั้งสี่คนต่อสู้ตัวต่อตัว ไม่มีคนใดที่เป็นคู่ต่อสู้ของซินเหยาได้
แต่ว่า ถ้าหากเป็นภายใต้สถานการณ์ที่ทั้งสี่คนร่วมมือกัน ซ้ำยังไม่ชัดเจนถึงแนวทางแห่งวรยุทธ์ของพวกเขาสี่คน…
ซินเหยาจำต้องยอมรับว่าต่อให้เป็นนางก็ยากจะรับมือไหว
นางคิดว่าควรจะจบศึกให้เร็วที่สุด หากหน่วงเหนี่ยวต่อไป ก็ไม่ได้มีผลดีใดๆ ต่อนางเลยสักนิด…ผู้ใดรู้บ้างว่าทั้งสี่คนนี้ยังจะงัดกระบวนท่าพิสดารอะไรออกมาใช้อีกกัน?
จัดการไปแล้วสองคน
อีกสองคนที่เหลืออยู่ ซินเหยาไม่กลัวว่าพวกเขาจะเล่นแผนเปลี่ยนตัวสำรอง
วิถีกายของซินเหยา จู่ๆ ก็แปรเป็นแข็งขืนขึ้นมา
นางตัดสินใจ จะใช้ไม้แข็งสู้ไม้แข็งแล้ว
ความแข็งแกร่งนั้นมีความแข็งแกร่งในตัวมันเอง
ดาบยาวธรรมดาเล่มหนึ่งในมือของนาง ชั่วขณะนั้นก็กวัดแกว่งไปมาดุจคลื่นทะเลเดือด ตั้งรับแต่ละกระบวนท่า ตั้งรับแต่ละดาบ…อีกทั้งวิถีดาบทั้งหมดยังเป็นการเคลื่อนไหวอย่างประณีตและอรชรที่สุดในสามภพ
เจี้ยนหารยีกลายเป็นผู้เสียเปรียบทีละน้อย…
ผ่านไปสิบกว่ากระบวนท่า ก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงในการโต้กลับไปโดยปริยาย
ซินเหยาบังคับเขาเสียจนไม่มีโอกาสจะหายใจ ดาบคมในมือแปรเป็นฝนดาบร่วงนภาตกลงมาสู่ดิน
“ตู้ม”
ในที่สุดเจี้ยนหารยีก็ไม่อาจทนทานต่อแรงผันผวนของกำลังภายในได้ ร่างกายถูกซัดกระเด็นออกไป
ยี่สิบเจ็ดกระบวนท่า!
เพียงแค่ยี่สิบเจ็ดกระบวนท่าเท่านั้นเอง
ซินเหยาใช้เพียงดาบธรรมดาๆ เล่มหนึ่งเอาชนะเจี้ยนหารยีผู้มีวรยุทธ์สูงที่สุดและน่ากลัวที่สุดในบรรดานักบอี้การ์ดทั้งสี่ได้!
มุมปากของเจี้ยนหารยี มีรอยเลือดไหลออกมาช้าๆ…
ภายในดวงตาอันมืดมิดอึมครึมของเขา ทั้งหมดล้วนเป็นแววที่แสดงความน่าเหลือเชื่อ!
เจี้ยนหารยีชูดาบหมายจะโถมเข้ามาอีก…
ชีวหยูนและหงจู๋ราวกับตระหนักได้ว่าชายร่างผอมน่าเกลียดคนนี้เอาชนะได้นั้นไม่ใช่โชคช่วย คราวนี้ได้ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ แต่ละคนล้วนเผชิญกับศัตรูตัวฉกาจ เตรียมตัวพร้อมศึกได้ทุกเมื่อ
“พอได้แล้ว!”
จู่ๆ ฮัวโหล่หยูนก็คำรามเสียงดังลั่น
นักบอดี้การ์ดทั้งสี่ มีเพียงเขาคนเดียวที่ยังไม่ได้ดวลศึกตัวต่อตัวกับซินเหยา แต่เขาดูศึกสามครั้งติดต่อกันแล้ว นึกอกสั่นขวัญแขวนต่อวรยุทธ์ของซินเหยายิ่งนัก
เขารู้ ต่อให้พวกเขาทั้งสี่คนร่วมมือกัน ผลสุดท้ายก็ยังต้องแพ้ราบคาบอยู่วันยังค่ำ!
ฮัวโหล่หยูนกล่าว “วันนี้พวกเรานักบอดี้การ์ดทั้งสี่พ่ายต่อร้านจี่โม่ หรืออาจจะเป็นการชำระแค้นของพวกเราก็ตาม แต่ไหนแต่ไรมาพวกเราก็มิใช่วีรุบุรษผุ้กล้าหาญอะไรอยู่แล้ว แต่แพ้เป็นเหมือนกัน ในเมื่อแพ้แล้วก็แพ้ไปเถิด ยังต้องมีอะไรให้พูดอีก”
ซินเหยากล่าว “ถ้าหากคุณชายฮัวบอกข้าเกี่ยวกับที่มาที่ไปของตัวตนนักบอดี้การ์ดทั้งสี่ โดยเฉพาะที่มาของวรยุทธ์ เช่นนั้นวันนี้ข้าน้อยจะไว้ชีวิตของพวกเจ้าทั้งสี่คน!”
ตอนนี้นางยิ่งอยากรู้ว่านักบอดี้การ์ดลึกลับทั้งสี่คนนี้มีภูมิหลังอย่างไร!
ฮัวโหล่หยูนกล่าว “ถึงแม้วรยุท์ของเจ้าจะแกร่งกล้า แต่หากพูดว่าจะเอาชีวิตของพวกเราสี่คน คิดว่ามันจะง่ายดายขนาดนั้นเชียว?”
ซินเหยาหัวเราะน้อยๆ “ข้าเองก็ไม่กล้าเอาชีวิตเจ้าทั้งสี่คนหรอก ในเมื่อพวกเจ้าไม่ยอมเปิดเผยที่มาของวรุยทธ์และตัวตนจริงๆ แล้วก็ช่างเถิด ดูท่าพวกเจ้าสี่คนเองก็มิใช่พวกทรราช อย่างไรก็รีบออกไปเสียเถิด คืนนี้ มิใช่ค่ำคืนที่สราญใจเท่าใดหรอก เจ้ามองดูคนเหล่านั้นรอบๆ สิ”
ซินเหยามองไปยังผู้คนที่ฟื้นกำลังหรือไม่ก็ค่อยๆ ได้สติกลับคืนมาภายใต้การช่วยเหลือของเถ้าแก่จินและฮ่องเต้เหอถูเหล่านั้น
สายตาผู้คนนับร้อยในเหตุการณ์เปี่ยมด้วยความเคียดแค้น!
แต่ละคนมีกลิ่นอายสังหารเข้มข้น ถูกแผดเผาด้วยเพลิงโทสะของความโกรธแค้น
ฮัวโหล่หยูนชำเลืองมองแวบหนึ่ง ก่อนกล่าวแผ่วเบา “ในเมื่อพวกเรานักบอดี้การ์ดทั้งสี่ได้เลือกเจ้านายแล้ว ต่อให้ตายก็ไม่อาจละทิ้งเจ้านายในช่วงเวลาคับขันได้ อย่างมากที่สุดก็เป็นเพียงแค่ศึกสนามหนึ่งเท่านั้นเอง!”
ท่ามกลางความมั่นคงปนเปกับความสงบนิ่ง กลับมีความมุ่งมั่นอันน่าสลดใจและสิ้นหวังที่พร้อมตายได้ทุกเมื่อ!
“ตู้ม!”
ทันใดนั้น…
แม่ทัพเล๋ยถิงพีลี่สองท่านถูกซัดกระเด็นร่วงลงมาด้วยกำลังภายในอันแกร่งกล้าทรงพลัง!
ทักษะของทั้งสองแข็งแกร่งนัก ตอนที่ถูกซัดร่วงลงมาและจะโถมขึ้นไปอีกนั้น กลับค้นพบว่ายอดฝีมือเยาว์วัยผู้ลึกลับคนนั้นและคู่หูของเขาอันตรธานไปเสียแล้ว!
ถางเปิ่นขุยกล่าวอย่างเคียดแค้น “พวกเจ้าสองคนมันไร้ประโยชน์! จัดการกับพวกจุกจิกตัวจ้อยก็ยังจัดการไม่ได้เลย!”
จางเล๋ยถิงกล่าวด้วยสีหน้าซีดเขียว “เจ้านาย! คนผู้นั้น…ทักษะประดุจเทพ! เกรงว่า…เกรงว่าจะบรรลุระดับปรมาจารย์ขั้นสูงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!”
ถางเปิ่นขุยกล่าว “ผายลม! ปรมาจารย์ทั่วใต้หล้า เจ้าว่าเป็นนายใหญ่โจว๋หรือว่าแม่ทัพถางเปิ่นกัน? หรือเป็นแม่ทัพปีศาจที่ได้หายตัวไปจากยุทธภพเรียบร้อยแล้ว หรือไม่ก็เป็นอ๋องป๋ายมาเยือนร้านจี้โม่ด้วยตนเองกันเชียว?”
จางเล๋ยถิงเอ่ย “ไม่! คนผู้นั้นเยาว์วัย อย่างมากก็เพียงแค่ยี่สิบกว่าปีเท่านั้นขอรับ!”
ถางเปิ่นขุยกล่าวอย่างพิโรธ “คนเยาว์วัยที่อายุยี่สิบกว่า เจ้าถึงกับบอกว่าเขามีทักษะอย่างปรมาจารย์ขั้นสูง เจ้าโง่เง่าไปแล้วหรือไรกัน ไอ้คนไร้ประโยชน์! เจ้ามันช่างไร้ประโยชน์นัก!”
หลี่พีลี่ที่สงบคำเรื่อยมาก็เอ่ยปากกล่าว “เจ้านาย! คนผู้นั้น…จะต้องเป็นยอดฝีมือระดับปรมาจารย์คนหนึ่งเป็นแน่ขอรับ! พวกเราสองพี่น้องร่วมมือกันปะทะกับเขาซึ่งๆ หน้า ยังถูกเขาซัดกระเด็นร่วงลงมา ทักษะของคนผู้นี้นับว่าหายากยิ่งนักขอรับ!”