สัญญาร้ายของประธานปีศาจ - ตอนที่ 214
ตอนที่ 214 เงินฉันช่วยเธอใช้คืน
ไป๋เสว่เอ๋อร์มองเธออย่างล้ำลึกอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว
สวี่เยว่หรูเห็นเธอเมินเฉย แม้กระทั่งคำทักทายยังไม่มีให้กับเธอ ก็โมโหขึ้นมาในทันที
เธอจับเอกสารที่อยู่ในมือเอาไว้แน่น สายตาส่องสะท้อนถึงความเยือกเย็น
ไม่ช้าก็เร็วต้องมีสักวันหนึ่ง เธอจะต้องเหยียบไป๋เสว่เอ๋อร์ให้จมดินให้ได้!
สวี่เยว่หรูปรับความรู้สึกที่อยู่บนใบหน้า แล้วเดินเข้าไปในห้องทำงาน ยื่นเอกสารที่รอการอนุมัติให้กับเผยลี่เชิน “ท่านประธานเผยคะ เอกสารเหล่านี้ ต้องการให้คุณเซ็นชื่อค่ะ”
“อืม วางไว้เถอะ” เผยลี่เชินหน้าก็ไม่ได้เงยขึ้นมา พลิกเปิดเอกสารที่อยู่ในมือต่อไป
มองดูเผยลี่เชินที่มีท่าทีที่เย็นชา มือของสวี่เยว่หรูก็กำหมัดเข้าหากันแน่นอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เธอกับเผยลี่เชินไม่ว่าจะยังไงก็เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องโรงเรียนเดียวกันที่รู้จักกันมาหลายปี แต่ตอนนี้เผยลี่เชินปฏิบัติต่อเธออย่างเย็นชาจนไม่รู้จะเย็นชายังไงได้อีก
สวี่เยว่หรูกัดริมฝีปากของตนเองเล็กน้อย หมุนตัวแล้วออกจากที่นี่ไปอย่างรวดเร็ว
พอคิดถึงไป๋เสว่เอ๋อร์ เธอก็โมโหจนถึงที่สุด
สวี่เยว่หรูกลับมายังห้องทำงานของตนเอง ล้วงเอาโทรศัพท์มือถือออกมา เห็นบนหน้าจอโทรศัพท์แสดงผลว่าคุณแม่โทรศัพท์เข้ามา คิ้วของเธอก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย แทบจะไม่ต้องคิดอะไร เธอโทรกลับไปในทันที
“แม่ เป็นอะไรไปคะ? หนูกำลังทำงาน ไม่ได้รับโทรศัพท์”
สายโทรศัพท์ฝั่งนั้นดังสะท้อนเสียงร้องไห้ของคุณแม่สวี่เยว่หรูออกมาในทันที “เยว่หรูลูก! คนเหล่านั้นมาอีกแล้ว แต่ละคนโหดเหี้ยมอำมหิตกันทั้งนั้น!บอกว่าหากยังคืนเงินไม่ครบอีก คราวหน้าก็จะตัดมือข้างนึงของแม่ทิ้ง ลูกว่าคราวนี้จะทำยังไงกันดี!”
สวี่เยว่หรูกำหมัดแน่น “เดือนที่แล้วหนูเพิ่งคืนเงินพวกมันไปก้อนหนึ่ง!ทำไมพวกมันถึงมากันอีก!”
“เยว่หรู ลูกรีบกลับมา…ของในบ้านต่างถูกพวกมันทุบพังหมดแล้ว ชีวิตนี้ช่าง…ช่างไม่รู้จะอยู่ยังไงแล้ว!”
ครอบครัวของสวี่เยว่หรูธรรมดา อีกทั้งยังมีพ่อที่บ้าการพนันเท่าชีวิต หลายปีก่อนหน้านี้พอเอาทรัพย์สินที่มีอยู่ในบ้านแพ้จนหมดเกลี้ยง ยังติดหนี้อยู่อีกก้อนหนึ่ง คืนเงินไม่ครบ ก็ถูกตามหนี้ พ่อขี้ขลาดนั่นของเธอก็หนีหายไปแล้ว เหลือเธอกับคุณแม่ที่ร่างกายอ่อนแอคอยพึ่งพาอาศัยกัน ให้แม่รักษาอาการป่วยไปด้วย ต้องใช้หนี้ไปด้วย
สวี่เยว่หรูกัดฟันแน่น “แม่ แม่หยุดร้องไห้ได้แล้ว อีกสักพักหนูจะกลับไป”
ไม่ง่ายเลยที่จะรอจนถึงเวลาพักเที่ยง สวี่เยว่หรูขอลาหยุดครึ่งวัน เก็บของเสร็จแล้ว ก็รีบออกจากห้องทำงานในทันที เพิ่งจะรีบร้อนเดินออกมาจากอาคารใหญ่เผยซื่อ ก็ถูกเบนท์ลี่ย์สีน้ำเงินคันหนึ่งมาขวางทางเอาไว้
หน้าต่างประตูรถลดระดับลง เสิ่นหรูเฟิงนั่งอยู่บนที่นั่งฝั่งคนขับ เขายักคิ้วให้กับสวี่เสว่หรู “จะไปไหน? ให้ฉันไปส่งเธอ?”
สวี่เยว่หรูรีบมองซ้ายมองขวาในทันที จากนั้นเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำว่า “ไม่ต้องค่ะ!”
พูดจบ เธอก็ก้าวขาคิดจะเดินอ้อมรถไป
“สวี่เยว่หรู!” เสิ่นหรูเฟิงเอ่ยปากเรียกเธอเอาไว้ “คราวนี้ฉันไม่ได้มามือเปล่า ยังเอากระโปรงที่เธอชอบมาด้วย จะไม่เอาจริงๆ?”
ฝีก้าวของสวี่เยว่หรูหยุดชะงักลงเล็กน้อย หันหน้ามองไป เห็นถุงที่อยู่ในมือของเสิ่นหรูเฟิง สีหน้าก็อึมครึมลง ในใจสั่นไหวขึ้นมา
เธอเห็นไป๋เสว่เอ๋อร์มีเสื้อผ้าแบรนด์นี้ตั้งหลายชุด แต่ว่าราคาฟุ่มเฟือยมากจนเกินไป เธอมีความลำบากทางด้านการเงิน ชอบแต่กลับไม่มีเงินที่จะซื้อ
เธอกัดฟันเล็กน้อย มองรถรับส่งที่ได้ขับผ่านออกไป จากนั้นทำการตัดสินใจ เดินไปยังฝั่งที่นั่งข้างคนขับเปิดประตูออกแล้วขึ้นรถไปในทันที
มุมปากของเสิ่นหรูเฟิงยกขึ้นเล็กน้อย “แบบนี้ถึงจะถูก เด็กดี”
เขาปิดหน้าต่างรถขึ้นมา แล้วหันหน้าไปมองสวี่เยว่หรู เอ่ยถามพร้อมกับรอยยิ้มขึ้นว่า “จะไปที่ไหน? ฉันไปส่ง”
ถูกเขาถามเช่นนี้ สีหน้าของสวี่เยว่หรูกลับอึมครึมลงไปหลายระดับ มือของเธอกำหมัดแน่น เงียบไปอยู่นานถึงได้เอ่ยปากขึ้นมาว่า “ถนนฉงหยังแขวงเป่ยอัน”
แขวงเป่ยอันเป็นเขตคนจนที่มีชื่อเสียงในเมืองไห่เฉิง เป็นย่านที่เสื่อมโทรมที่สุด คนจนทั้งหลาย ต่างก็ออกมาจากที่นั่น
สายตาจองเสิ่นหรูเฟิงมืดมนลงไปหลายระดับ และไม่ได้พูดอะไรออก แต่กลับหันข้าง ทาบลงมาบนร่างของสวี่เยว่หรูในทันที
“คุณ…ทำอะไร!”
สวี่เยว่หรูลนลาน กำลังจะยื่นมือไปผลักเขาออก ก็เห็นมือของเขายื่นออกมา ดึงเข็มขัดนิรภัยคาดให้กับเธอ
เสิ่นหรูเฟิงจงใจยกมุมริมฝีปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ชั่วร้าย “เธอนึกว่าฉันคิดจะทำอะไร?”
สวี่เยว่หรูเบือนหน้าหันไปทางอื่น แก้มทั้งสองข้างกลับร้อนผ่าว
มาถึงยังถนนฉงหยัง สิ่งที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าก็คือ ตึกหลังเล็กๆสี่ห้าชั้นที่เก่าแก่และทรุดโทรมเรียงต่อกันเป็นแนวยาว
สวี่เยว่หรูหยุดชะงักลงไปเล็กน้อย “ส่งฉันที่นี่ก็พอ ขอบคุณมากค่ะท่านประธานเสิ่น”
“เดี๋ยวก่อน!เกรงใจขนาดนี้ทำไมกัน?” เสิ่นหรูเฟิงยื่นมือออกไปดึงเธอเอาไว้ “เธอจะไปไหน ฉันไปเป็นเพื่อน”
“ไม่ต้องค่ะ!” สวี่เยว่หรูปฏิเสธอย่างกระชับและตรงไปตรงมา เธอสะบัดมือของเขาออก เตรียมตัวลงไปจากรถ
“สวี่เยว่หรู ฉันว่า ท่าทีที่เธอปฏิบัติต่อฉันจะดีหน่อยได้หรือเปล่า ยังไงซะพวกเราก็มีความสัมพันธ์เป็นพาร์ทเนอร์กันไม่ใช่หรอ?”
สวี่เยว่หรูได้ยินนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปในทันที “คุณอย่าพูดจาซี้ซั้วนะคะ!”
เธอเพียงแค่เคยเปิดเผยการเคลื่อนไหวบางครั้งบางคราวของเผยลี่เชินกับไป๋เสว่เอ๋อร์ให้กับเสิ่นหรูเฟิงได้รับรู้ก็เท่านั้นเอง รับเงินและของขวัญเล็กๆน้อยๆจากเสิ่นหรูเฟิง นับว่าเป็นความสัมพันธ์พาร์ทเนอร์อะไรกัน
“ฉันพูดจากซี้ซั้วยังไงกัน?” เสิ่นหรูเฟิงปลดสายเข็มขัดนิรภัยออกอย่างไม่รีบร้อน ดวงตาหยีขึ้นเล็กน้อย “อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องเหล่านี้กันเลย เธอจะทำอะไร ฉันไปเป็นเพื่อน”
ในขณะที่เขาพูด ก็เปิดประตูลงจากรถไป
สวี่เยว่หรูจนปัญญา ทำได้เพียงตามลงไปจากรถ มองดูเสิ่นหรูเฟิงที่ไม่ยอมจากไป เธอก็ไม่สนใจในเรื่องเหล่านั้นแล้ว ก้าวขาเดินไปทางบ้านชั้นล่างสุดติดถนนหลังหนึ่งในตึกหลังเล็กๆนั่นในทันที
ประตูม้วนของบ้านปิดเอาไว้อยู่ สวี่เยว่หรูดึงประตูขึ้นไปด้านบนด้วยท่าทีที่ชำนาญ จากนั้นโน้มตัวลงเดินเข้าไปข้างใน
เสิ่นหรูเฟิงขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย จากนั้นโน้มตัวเดินตามเข้าไปเช่นเดียวกัน
บนพื้นซีเมนต์ในบ้านที่มืดสลัว เก่าแก่และทรุดโทรมกองเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ระเนระนาดไปทั่ว สวี่เยว่หรูเดินตรงเข้าไปข้างใน ขึ้นบันไดซีเมนต์ที่ติดกำแพงตรงไปยังชั้นสอง
สวี่เยว่หรูเดินขึ้นไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ชั้นสองก็สะท้อนเสียงที่ไร้เรี่ยวแรงออกมา “เยว่หรู…กลับมาแล้วหรอ?”
สวี่เยว่หรูขึ้นไป มองดูแม่ที่นอนอยู่บนเตียง ยังมีสิ่งของที่ระเนระนาดไปทั่วทั้งบ้าน ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้น
“แม่ ไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ?”
ผู้หญิงวัยกลางคนๆนั้นแสดงให้เห็นถึงความแก่ชราอย่างชัดเจน พอเห็นสวี่เยว่หรูก็ปาดน้ำตาขึ้นมาในทันที “เยว่หรู…ชีวิตนี้มีต่อไปไม่ได้อีกแล้ว!ยังติดพวกมันอีกสองแสนกว่า จะชดใช้ยังไงดีล่ะเนี่ย!”
เสิ่นหรูเฟิงเดินเข้ามา เอ่ยปากถามขึ้นว่า “ติดเงินใคร?”
คุณแม่สวี่ได้ยิน ก็เบิกตาโพลงขึ้นหันหน้าไปตามเสียงในทันที “คุณคือ…”
สวี่เยว่หรูพูดต่อขึ้นมาว่า “เพื่อนคนนึงค่ะ”
สายตาของคุณแม่สวี่เปล่งประกายขึ้น พอได้ยินว่าเป็นเพื่อน ก็เล่าเรื่องที่ติดเงินออกมาตั้งแต่ต้นจนจบ
พูดอยู่นาน ในที่สุดคุณแม่สวี่ก็ถูกสวี่เยว่หรูปลอบจนสงบลง พวกเขาถึงสามารถปลีกตัวออกมาได้ ลงมาจากชั้นสอง สีหน้าของสวี่เยว่หรูก็อึมครึมขึ้นมาไม่น้อย เธอหันไปทางเสิ่นหรูเฟิง แล้วเอ่ยปากขึ้นมาว่า “ฉันไม่ส่งนะคะ วันนี้ขอบคุณคุณมากที่ส่งฉันกลับมา”
เสิ่นหรูเฟิงหัวเราะออกมาเล็กน้อย ดูเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว “ขอบคุณอะไร?”
เขาก้าวขาเดินออกไปทางด้านนอก เดินมาถึงหน้าประตูม้วน อยู่ๆก็หันหน้ากลับมาอีกครั้ง มองมาที่สวี่เยว่หรูอย่างจริงจัง “เงินที่ครอบครัวเธอติด ฉันช่วยเธอใช้คืน”
สวี่เยว่หรูมองเสิ่นหรูเฟิงด้วยสายตาที่สงสัย นิ่งเงียบไม่พูดอะไรออกมา
เสิ่นหรูเฟิงพูดต่อไปว่า “ขอเพียงแค่เธอสามารถช่วยฉันทำเรื่องนึงได้สำเร็จ”
…
อาคารใหญ่เผยซื่อ
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยุ่งอยู่ทั้งวัน ในที่สุดก็จัดการกับงานที่รีบด่วนจนเสร็จ เธอบิดขี้เกียจเล็กน้อย หยิบเอกสารกองหนึ่งไปส่งที่ห้องทำงานของเผยลี่เชิน ทว่าผลักประตูเข้าไปกลับไม่เห็นคน
ไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่ได้คิดอะไรมาก นำเอกสารวางไว้บนโต๊ะ ก้าวขาเดินออกจากห้องทำงาน ทว่าเพิ่งจะเดินออกไป ก็เห็นเสี่ยวจางผู้ช่วยฝึกหัดเดินมาทางนี้มาแต่ไกลๆ
ฝีก้าวของเธอเร่งรีบมาก สีหน้าลนลาน ไป๋เสว่เอ๋อร์รีบเดินเข้าไปรับหน้า ถือโอกาสเอ่ยถามขึ้นมาว่า “เสี่ยวจาง เป็นอะไรไป? เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
เสี่ยวจางเอ่ยปากขึ้นอย่างรีบร้อนว่า “คุณเลขาไป๋ ประธานเผยกับรองประธานเผยทะเลาะกันขึ้นมาในห้องประชุมค่ะ จะลงไม้ลงมือกันแล้ว คุณรีบไปดูเถอะค่ะ!”