สัญญาร้ายของประธานปีศาจ - ตอนที่ 303
ตอนที่ 303 เพิ่มเพื่อนในวีแชทก่อนแล้วจะปล่อยพวกเธอไป
“ว่าไงนะ?” เมื่อได้ยินเช่นนั้น เย่หรงชิวตกใจมาก “เกิดอะไรขึ้น? ยังรักกันดีอยู่ทำไมต้องหย่ากัน?”
จินจิงจิงพูดสะอึกสะอื้น “คุณแม่ให้ฉันช่วยเผยอี้แบ่งเบาภาระเรื่องงานไม่ใช่เหรอคะ? ฉันพยายามทุกวิถีทางช่วยเขาหาวิธีตีสนิทสร้างสัมพันธ์กับคนในการประมูล สุดท้ายเขาก็ยังโทษหนู! จะหย่ากับหนู!”
“เจ้าเด็กไม่รู้จักโตคนนี้! ทำไมไม่แยกแยะบ้างเลย!” เย่หรงชิวว่าเขาต่างๆนานา จากนั้นก็พูดปลอบจินจิงจิง “ไม่เป็นไรนะจิงจิง เธอหยุดร้องไห้ได้แล้ว ร้องจนทำให้ฉันกระวนกระวายใจหมดแล้ว งั้นเอาอย่างนี้ ฉันจะโทรไปถามเรื่องราวจะเขาดู บางทีเอาอาจจะแค่โกรธมากจนพูดออกไปแบบนั้น”
เมื่อได้ยินสิ่งที่เย่หรงชิวพูดขึ้น จินจิงจิงจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่ รีบตอบกลับ “โอเคค่ะ…รบกวนแม่ด้วยนะคะ”
“อื้ม” เดี๋ยวฉันโทรหาเขาเลย
หลังจากเย่หรงชิววางสาย หล่อนไม่ได้โทรหาเผยอี้ทันที แต่กลับนั่งครุ่นคิดเงียบๆอยู่สักพักใหญ่
หล่อนค่อนข้างพอใจกับลูกสะใภ้อย่างจินจิงจิง เพราะหล่อนเป็นคนเชื่อฟัง พูดอะไรก็ทำตาม ทั้งยังมักจะซื้อของขวัญหรือเพชรอัญมณีให้หล่อน ถ้าเผยอี้จะหย่าจริงๆ และไปหาสะใภ้แบบไป๋เสว่เอ๋อ เกรงว่าแม่สามีอย่างหล่อนคงทนไม่ไหวแน่นอน
เมื่อครุ่นคิดถึงผลดีผลร้ายของเรื่องนี้ทั้งหมดแล้ว เย่หรงชิวจึงหยิบมือถือขึ้นโทรหาเผยอี้
เสียงรอสายดังอยู่สักพักใหญ่ ไม่มีใครรับสาย เย่หรงชิวร้อยใจ กดตัดสายและโทรกลับไปใหม่ จากนั้นไม่นาน เขาก็รับจนได้ “แม่ มีเรื่องอะไรเหรอ?”
เสียงของเผยอี้ฟังดูเย็นชา แทบไม่มีความรู้สึก เย่หรงชิวรู้สึกลางสังหรณ์ไม่สู้ดีนัก ถามเขาขึ้นอย่างระมัดระวัง “เผยอี้ลูก แม่ได้ยินมาว่าลูกจะหย่ากับจิงจิงเหรอฦ”
เขาเงียบไปครู่หนึ่งจึงจะตอบกลับ “อื้ม”
“วัยรุ่นอย่างพวกเธอเนี่ย เห็นเรื่องแต่งงานเป็นเรื่องสนุกล้อเล่นกันหรือไง เพิ่งจะแต่งงานกันไม่นาน จะเลิกกันแล้ว ไม่อายคนอื่นบ้างหรือไง?”
“แม่ ผมเข้าใจเรื่องของผมดี ครั้งนี้ต้องหย่าเด็ดขาด ผมไม่อยากจะเห็นหน้าหล่อนอีกแล้ว เรื่องนี้แม่อย่ามายุ่งเลย ผมแยกแยะเองได้”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงเด็ดขาดของเผยอี้ เย่หรงชิวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไม่รู้จะทำยังไงต่อ
“แม่ ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแค่นี้ก่อนนะ ผมมีธุระต้องไปจัดการ”
ทิ้งท้ายคำพูดนี้ไว้ จากนั้นเผยอี้ก็วางสายลงทันที เย่หรงชิวยังไม่ทันได้ตอบอะไร คู่สายก็เงียบไปแล้ว
“ลูกคนนี้!”
หล่อนวางมือถือกระแทกลงบนโต๊ะ โกรธจนพูดอะไรไม่ออก
หลังจากนั้นสักพัก หล่อนตัดสินใจบางอย่างขึ้นมาเพื่อที่จะห้ามไม่ให้เผยอี้ต้องหย่ากับจิงจิง ตอนนี้หล่อนไม่มีแรงพอที่จะรับมือกับสะใภ้ที่จะแต่งเข้าบ้านคนใหม่!
หล่อนหยิบมือถือขึ้นมา โทรหาจินจิงจิง
เมื่อกดโทรออก คู่สายก็กดรับทันที “แม่ เป็นอย่างไรบ้างคะ?”
“เขาพูดเด็ดขาดมาก” เย่หรงชิวสูดหายใจเข้าลึก “แต่อย่ากังวลไปเลย ฉันยังมีวิธีอยู่”
……
หลังจากเลิกงาน ไป๋เสว่เอ๋อเก็บของเรียบร้อย จากนั้นไปกินชาบูกับเจียงหวั่นหวั่นทันที
ค่ำคนนี้ เจียงหวั่นหวั่นจะนำความโกรธแค้นทั้งหมดมาลงที่อาหาร หล่อนโบกมือขึ้น สั่งอาหารเต็มโต๊ะ
เมื่ออาหารมาเสริ์ฟครึ่งหนึ่ง ไป๋เสว่เอ๋อมองดูด้วยสายตาอันเบิกกว้างตกตะลึงกับอาหารที่ตั้งเต็มสองโต๊ะ อดไม่ได้ที่จะถามขึ้น “หวั่นหวั่น เธอจะกินหมดเหรอ?”
เจียงหวั่นหวั่นลวกเนื้อแกะพลาง พยักหน้าพลาง “สบายใจได้ วันนี้ฉันจะกินให้พุงแตกเลย!”
เมื่อเห็นท่าทางอันไร้เดียงสาของหล่อน ไป๋เสว่เอ๋อพยายามกลั้นขำเอาไว้ ตามใจหล่อน จากนั้นก็หยิบตะเกียบขึ้นมากินด้วยกัน
สุดท้าย เพิ่งจะกินได้เพียงครึ่งหนึ่ง ไป๋เสว่เอ๋อก็รู้สึกอิ่มแล้ว แต่เจียงหวั่นหวั่นที่นั่งอยู่ตรงข้ามหล่อนดื่มเบียร์หมดไปหลายกระป๋องจนหน้าแดงฉาด แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเบียร์ หรือ ไอน้ำจากหม้อต้มกันแน่
“เสว่เอ๋อ ครั้งนี้ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะไม่หวั่นไหวกับใครง่ายๆ! ผู้หญิงอย่างฉัน ไม่มีทางรักใครง่ายๆ!”
น้ำเสียงของเจียงหวั่นหวั่นฟังดูเด็ดขาดหนักแน่น ไป๋เสว่เอ๋อกลับนั่งขำอยู่ตรงหน้าหล่อน “ครั้งนี้ยังดีที่รู้ก่อน ไม่อย่างนั้นถ้ารอให้เธอโดนผู้ชายชั่วๆคนนั้นล่วงเกินก่อน คงจะเสียใจและเสียหายไม่น้อย”
“ใช่! ดังนั้นหากจะรักต้องดูให้ละเอียดรอบคอบก่อน!” เจียงหวั่นหวั่นพูดอย่างตั้งใจ จู่ๆเหมือนหล่อนจะคิดอะไรขึ้นมาได้อีก มองไปที่ไป๋เสว่เอ๋อ “เสว่เอ๋อ เธอคบกับประธานเผย ก็ต้องดูให้รอบคอบนะ! อย่าให้ความหล่อของเขามาทำให้เธอขาดสติเด็ดขาด! เข้าใจไหม?”
เมื่อเห็นสีหน้าอันจริงจังของหล่อน ไป๋เสว่เอ๋อถึงกับขำพลางพยักหน้าลง ไม่ว่าหล่อนจะพูดอะไรออกมา ไป๋เสว่เอ๋อก็จะคล้อยตามโดยการพยักหน้าเห็นด้วย ชาบูมื้อนี้ของทั้งสองสาว ใช้เวลากินกันอย่างเต็มอิ่มสองชั่วโมง คีบซ้ายทีขวาที หันมองเวลาอีกทีก็สามทุ่มกว่าแล้ว ไป๋เสว่เอ๋อจึงลุกขึ้นไปจ่ายเงิน จูงมือเจียงหวั่นหวั่นที่ดื่มไปจนเริ่มเมาออกจากร้านชาบู
ลมโชยพัดโบกมา ทำให้เจียงหวั่นหวั่นรู้สึกตื่นตัวขึ้นมามากขึ้น มองไปที่ไป๋เสว่เอ๋อ เอ่ยปากถามขึ้น “พวกเราจะไปไหนกัน?”
ไป๋เสว่เอ๋อพูดขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา “ฉันจะโบกรถไปส่งเธอก่อน แล้วฉันค่อยกลับ”
เจียงหวั่นหวั่นพยักหน้าลง ไป๋เสว่เอ๋อพยุงหล่อนมาตั้งแต่ร้านจนมาโบกรถข้างถนน
อากาศเริ่มหนาวเย็นขึ้น เป็นสัญญาณบอกถึงฤดูหนาวกำลังเริ่มขึ้น เวลาสามทุ่มกว่าผู้คนบนท้องถนนบางตา แท็กซี่ก็ไม่ค่อยมี
เจียงหวั่นหวั่นเพิ่งดื่มมา เมื่อออกมาโดนลมเย็นข้างนอก หล่อนหนาวจนหดคอลงตลอดเวลา ไป๋เสว่เอ๋อจึงยกมือขึ้น ติดกระดุมคอเสื้อให้หล่อน
ทันใดนั้น มีเสียงแหลมดังกังวานดังมาจากด้านหลัง ไป๋เสว่เอ๋อจึงหันหลังกลับไปมอง เห็นกลุ่มผู้ชายสามคน สีผมฉูดฉาดไม่เหมือนกัน ท่าทางเกเร เดินตรงเข้ามาทางพวกหล่อน
ท่าทีของพวกเขาดูหื่นกระหาย สายตาเจ้าชู้เจ้าเล่ห์ กวาดมองไปที่ตัวของทั้งสองไปมา
ไป๋เสว่เอ๋อขมวดคิ้ว ดึงเจียงหวั่นหวั่นเดินไปอีกทางหนึ่ง
ใครจะไปคาดคิดว่านักเลงสามคนนั้นจะเดินตามพวกหล่อนมาอย่างรวดเร็ว ทั้งยังหัวเราะเอ่ยปากถามพวกหล่อน “คนสวย จะหนีไปไหน? แอดวีแชทกันหน่อยสิ!”
ไป๋เสว่เอ๋อขมวดคิ้วแน่น ไม่ตอบโต้พวกเขา ดึงเจียงหวั่นหวั่นให้เดินเร็วขึ้น
เวลาในตอนนั้น มีผู้คนอยู่ไม่มาก หากทำให้พวกนักเลงทั้งสามไม่พอใจขึ้นมา คงเกิดเรื่องแน่ๆ
ทันใดนั้น แขนของไป๋เสว่เอ๋อถูกจับไว้แน่น เจียงหวั่นหวั่นจู่ๆก็ไม่เดินต่อ หล่อนยังไม่ทันได้หันไปมอง เสียงของเจียงหวั่นหวั่นก็ดังขึ้น “แอดเพื่อนบ้าอะไรกัน!”
“เอ๊ะ! สาวน้อยคนนี้! เธอว่าใครกัน!”
เมื่อนักเลงทั้งสามได้ยินหล่อน จึงรีบเดินเข้ามาล้อมพวกหล่อนไว้ทันที
“ฉันก็ว่าพวกนายไง! ไอ้พวกอันธพาล!”
เจียงหวั่นหวั่นดื่มจนเมา จึงไม่มีสติจนไม่รู้ว่าตัวเองมีแค่แรงอันน้อยนิด สู้กับพวกเขาไม่ได้เลยสักนิด
ไป๋เสว่เอ๋อรีบดึงแขนหล่อนไว้ สายตาบอกเป็นนัยว่าห้ามพูดอีก จากนั้นหันไปมองผู้ชายเหล่านั้น พูดขึ้นด้วยเสียงเยือกเย็น “ขอโทษนะคะ เพื่อนฉันเมา อย่าถือสาเลยนะ”
หล่อนพูดพลาง ดึงแขนเจียงหวั่นหวั่นเดินไปอีกทาง
“ไอ้หยา!” นักเลงคนหนึ่งในกลุ่มนั้นเดินเข้าไปขวางทางทั้งสองไว้ “ใครให้พวกเธอไป! ขอโทษพวกเราก่อน!”
ไป๋เสว่เอ๋อกำหมัดแน่น มองดูสีหน้าอันอวดดีของนักเลงตรงหน้า พูดขึ้นด้วยเสียงนิ่งขรึม “ขอโทษค่ะ ขอทางด้วยค่ะ”
“เหอะๆ” นักเลงพวกนั้นหันหน้ามองตาหัวเราะกัน แต่ก็ไม่ยอมปล่อยพวกหล่อนไป
“สาวสวยคนนี้ เธอน่ารักอ่อนหวานมาก ฉันชอบ ขอเพียงแค่แอดวีแชทฉัน ฉันจะปล่อยพวกเธอไป”
ไป๋เสว่เอ๋อขมวดคิ้ว อดกลั้นความโกรธในใจไว้ไม่ไหวแล้ว
คิดไม่ถึงเลยว่าพวกนักเลงได้คืบจะเอาศอก ถ้าพวกเขาได้วีแชทหล่อนไปแล้ว อาจจะยังไม่ปล่อยพวกเธอไปก็เป็นได้
สีหน้าของไป๋เสว่เอ๋อนิ่งขรึมขึ้น จ้องหน้าพวกเขาอย่างไม่เกรงกลัว พูดขึ้น “ออกไป! ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ!”