สัญญาร้ายของประธานปีศาจ - ตอนที่ 373
ตอนที่ 373 ต้องหาเธอให้เจอ
เมื่อมาถึงเมืองไห่เฉิงโดยเครื่องบิน มันยังคงเป็นเวลาในช่วงเช้า
ไป๋เสว่เอ๋อร์พาไป๋ห้าวเจ๋อไปที่สุสานหลังจากลงจากเครื่องบิน โดยมีคนขับรถคือลุงอู๋ที่ลู่เหยาส่งมาไปส่งพวกเขา
“คุณไป๋ ประธานลู่กำชับลุงเป็นพิเศษ ให้ดูแลคุณกับห้าวเจ๋อน้อยเป็นอย่างดี โรงแรมจองไว้แล้ว 2-3 วันนี้ลุงจะเป็นคนขับรถให้พวกคุณ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ส่งยิ้มให้เมื่อได้ยิน พูดเบาๆ “ลุงอู่เกรงใจไปแล้ว”
ลุงอู๋ยิ้มให้ เหลือบมองที่กระจกหลัง เห็นหญิงสาวที่นั่งด้านหลังกำลังโอบกอดกับเด็กน้อย สายตาอบอุ่น ผมยาวสลวย ดำขลับ สยายอยู่บริเวณไหล่ เสื้อหนังสีครีมทำให้ผิวของเธอดูขาวมากขึ้น ทำให้ทั้งตัวเหมือนถูกปกคลุมด้วยหมอกจางๆ
เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อ 6 ปีก่อน ไป๋เสว่เอ๋อร์เติบโตเป็นผู้หญิงอย่างแท้จริง
กาลเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่มีผลต่อใบหน้าของเธอ แต่การแสดงออกทางอารมณ์ของเธอทำให้ผู้คนไม่อาจละสายตาได้ มิน่าคุณชายของพวกเขาทนรอมาได้ 6 ปี
ลุงอู๋กลับมามีสติ ถามเบาๆว่า “คุณไป๋หลังจากไปสุสานเสร็จแล้ว จะทำอะไรต่อ?”
ไป๋เสว่เอ๋อร์เงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยิน สายตาของเธอดูเย็นชาเล็กน้อย “ไปเขตหนานต่อ”
ตอนนี้คุณแม่ไป๋อาศัยอยู่ที่เขตหนานของไห่เฉิง อยู่ในบ้านพักสุดหรู ใช้ชีวิตอย่างไร้กังวล มีกินมีใช้ไปอย่างสบาย
คุณแม่ไป๋มีชีวิตแบบนี้ เธอควรดีใจถึงจะถูก แต่ความร่ำรวยและความสุขสบายล้วนมาจากเฝิงเจิ้งปางมอบให้เธอทั้งสิ้น เธอในฐานะลูกสาวทำไมถึงจะไม่มีใจ
ลุงอู๋เห็นสีหน้าของเธอเปลี่ยนไป จึงไม่ถามอะไรอีก “ครับ”
“แม่—–” ไป๋ห้าวเจ๋อยกมือขึ้นทันทีท่านใด มือน้อยๆ นุ่มดุจขนมสายไหมกุมมือไป๋เสว่เอ๋อร์ไว้ “เมื่อไหร่พวกเราจะได้ไปพบคุณน้าหวั่นหวั่น?”
6 ปีก่อน แม้ว่าเจียงหวั่นหวั่นจะกลับไปที่ไห่เฉิง แต่เธอก็กลับมาเยี่ยมไป๋เสว่เอ๋อร์ที่เซียงหนานอยู่บ่อยๆ
แม้แต่ตอนที่ไป๋เสว่เอ๋อร์ใกล้คลอด เจียงหวั่นหวั่นยังลางาน 1 เดือนเพื่อมาอยู่เป็นเพื่อนเธอ เมื่อได้เห็นชีวิตใหม่เกิดขึ้น ก็ยังดูแลเธอในช่วงอยู่เดือนอย่างเต็มที่
แม้แต่คุณแม่ไป๋ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่เจียงหวั่นหวั่นเพื่อนคนนี้ทำ
ในช่วง 6 ปี ไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่สะดวกกลับไปที่เมืองไห่เฉิง แต่เจียงหวั่นหวั่นกลับไปไปมามาเมืองเซียงหนานเพื่อมาเยี่ยมเธอ ความสัมพันธ์ระหว่างไป๋ห้าวเจ๋กับเจียงหวั่นหวั่นถือว่าดีมาก ทั้งสองอยู่ด้วยกันเหมือนเด็กเล็กกับเด็กโต
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยิ้ม “คิดถึงคุณน้าหวั่นหวั่น? สบายใจได้ พรุ่งนี้พวกเราจะไปพบคุณน้ากัน”
ไป๋ห้าวเจ๋อพยักหน้าเมื่อได้ยิน จากนั้นก็ซบที่อกของไป๋เสว่เอ๋อร์ เพราะตื่นเช้านั่งเครื่องบินแล้วยังนั่งรถต่อ เด็กน้อยจึงไม่สามารถต้านทานความง่วงได้ จึงหลับตาลงอย่างช้าๆ
เมื่อมาถึงที่สุสาน ไป๋เสว่เอ๋อร์เรียกไป๋ห้าวเจ๋อเบาๆ ค่อยๆ ลากเขาลงมาจากรถ
ก่อนที่จะเดินมาถึงสุสานที่คุ้นเคย อารมณ์ของไป๋เสว่เอ๋อร์นิ่งไปสักครู่ เธอนำของเซ่นไหว้มาจัดวางไว้หน้าสุสาน ทุกอย่างเป็นไปอย่างเงียบๆ แต่เป็นระเบียบ
ไป๋ห้าวเจ๋อเมื่อตอนอายุ 5 ขวบ ยังไม่เข้าใจเรื่องการเกิดการตาย แต่เข้าใจว่าเมื่อมาถึงสถานที่แห่งนี้ต้องเงียบต้องจริงจัง
ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว ไป๋เสว่เอ๋อร์คุกเข่าต่อหน้าสุสาน คำนับ 3 ครั้ง ไป๋ห้าวเจ๋อเมื่อเห็นดังนี้ จึงคุกเข่าตามอยู่ข้างๆ มองเห็นรูปถ่ายขาวดำไป๋เจิงตงสีดำ จึงร้องเรียกออกมา “คุณตา—-”
สองมือน้อยๆ ยันอยู่บนพื้น ไป๋ห้าวเจ๋อเลียนแบบท่าทางคำนับของไป๋เสว่เอ๋อร์ ครบ 3 ครั้งจึงเงยหน้าขึ้น ผมบริเวณหน้าผากเปื้อนด้วยฝุ่นเล็กน้อย
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยิ้มแต่ก็มีความสุข
โชคดีที่ไป๋ห้าวเจ๋อตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ยังไม่เคยได้รับความรักจากปู่ย่าตายายเลย
ไป๋เสว่เอ๋อร์โอบไหล่ไป๋ห้าวเจ๋อแล้วพูดสั้นๆ “พ่อ หนูกับไป๋ห้าวเจ๋อสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง แม่ก็สบายดี….”
ในใจของเธอก็รู้สึกข่มขืน เสียงของเธอเริ่มสั่งเล็กน้อย
หลังจากที่ทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็พาไป๋ห้าวเจ๋อกลับ ยังไม่ทันลงจากชานบันได ไป๋ห้าวเจ๋อเงยหน้าขึ้นพูดเสียงเบาๆ “แม่ อยากร้องไห้ หนูจะทำให้แม่มีความสุข”
คำพูดที่ไร้เดียงสาแต่ก็ทำให้รู้สึกอบอุ่น
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยิ้ม ยกมือขึ้นปาดน้ำตา ลูบไปที่หัวน้อยของเขา
หลังจากขึ้นรถลุงอู๋ก็ขับรถกลับออกไป
ตอนที่ผ่านประตูใหญ่ของสุสาน รถมายบัคสีดำขับผ่านเข้ามา
ไป๋เสว่เอ๋อร์หยิบผ้าเช็ดหน้า เช็คทำความสะอาดบริเวณหน้าผากของไป๋ห้าวเจ๋อซึ่งอยู่ในอ้อมกอด ถึงไม่ได้สังเกตรถที่คุ้นเคยคันนั้นขับผ่านไป
ภายในรถมายบัค เผยลี่เชินกำลังดูเอกสารสัญญา ดวงตาของเขากวาดมองอยู่ที่แท็บเล็ต สายตาดูเหนื่อยล้า จึงวางแท็บเล็ตไว้ที่ด้านข้าง “สัญญานี้ดูจะใช้ไม่ได้ ส่งกลับไปให้คนที่รับผิดชอบแก้ไขอีกครั้งหนึ่ง”
ฉีเฟิงที่นั่งอยู่ด้านหน้าตอบรับทันที “ครับ”
รถขับไปได้ไม่ไกลก็จอด เผยลี่เชินเงยหน้ากวาดตามองทิวทัศน์ด้านนอกหน้าต่างรถ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ปราศจากความรู้สึกใดๆ
6 ปีแล้ว ทุกครั้งที่ครบรอบวันตายของไป๋เจิงตงเขาจะมาที่นี่ ถ้างานยุ่งเขาจะมาช้าเล็กน้อย ถ้างานไม่ยุ่งก็จะมาเร็ว ไม่เคยขาด
คิดถึงใบหน้าของหญิงสาวคนนั้น ความรู้สึกในดวงตาของเผยลี่เชินเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นอารมณ์ก็ผุดขึ้น ราวกับว่ามันไม่เคยมีอยู่จริง
เผยลี่เชินลงจากรถด้วยสีหน้าเย็นชาก้าวเดินไปข้างหน้าโดยมีฉีเฟิงเดินตามอยู่ข้างหลังในมือถือของเซ่นไหว้
เมื่อไปถึงที่หมาย ตอนที่เห็นเครื่องเซ่นไหว้ตั้งอยู่ที่หน้าสุสาน เผยลี่เชินขมวดคิ้ว ดอกเบญจมาศสีขาวยังคงมีละอองน้ำติดอยู่ เห็นได้ชัดว่า เครื่องเซ่นไหว้เพิ่งจะนำมาจัดวางไว้ แสดงว่าเมื่อสักครู่เพิ่งมีคนมา!
หัวใจพองโต เผยลี่เชินรีบหันกลับไปมองดูรอบๆ สายตาดุจนกอินทรีที่มองขาอย่างรวดเร็วว่องไว
ในขณะนี้ในสมองของเขามีเพียงความคิดเดียว จะใช่เธอหรือเปล่า!
หลายครั้งก่อนหน้านี้ที่เขามาไม่เคยเห็นใครนำของเซ่นไหว้มาตั้งวางไว้ บางทีของเซ่นไหว้อาจถูกขโมยโดยผู้เฝ้าสุสาน แต่ครั้งนี้ของเหล่านี้บ่งบอกชัดเจนว่ามีคนเพิ่งมาไม่นาน
เพื่อรำลึกถึงไป๋เจิงตง นอกจากไป๋เสว่เอ๋อร์แล้วก็ไม่มีใครอื่นอีก แม้แต่คุณแม่ไป๋ซึ่งสถานะในตอนนี้เธอคงไม่เดินทางจากเขตหนานมาเขตเป่ยเพื่อมาระลึกถึงสามีเก่า
นอกจากคุณแม่ไป๋แล้ว ก็มีความเป็นไปได้เหลือเพียงแค่ ไป๋เสว่เอ๋อร์เท่านั้น
จากนั้นใบหน้าของหญิงสาวก็ปรากฏในสมองของเขา หัวใจของเผยลี่เชินถูกบีบรัด เดิมที่ความคิดที่ติดอยู่ในหัวใจเหมือนฝุ่นละอองตอนนี้เหมือนลอยอยู่ในทะเล
6 ปีมานี้ เขาไม่เคยยอมแพ้ที่จะตามหาเธอ แต่เขาก็ไม่เคยได้รับผลลัพธ์ที่ทำให้เขาพึงพอใจ
เผยลี่เชินหันกลับไปมองฉีเฟิง สั่งกำชับ “ไปสืบดูว่า เช้านี้ใครมาที่สุสาน!”
ฉีเฟิงอดถามไม่ได้เมื่อได้ยินคำสั่งนี้ “ประธานเผย ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาพวกเราสืบอยู่หลายครั้ง แต่ทุกครั้งผลลัพธ์ที่ออกมา….”
เขายังพูดไม่ทันจบ สีหน้าของเผยลี่เชินดูหม่นหมองลง มองเขาด้วยสายตาเย็นชา ทำให้ฉีเฟิงไม่กล้าพูดคำพูดที่เหลือ
ยังเงียบไปสักครู่ เขาไม่มีความกล้าพอที่จะพูดต่อ จึงได้แต่ก้มหน้า “ประธานเผย ผมจะไปสืบจากกล้องวงจรปิดของสุสาน”
ฉีเฟิงหันหลังจากไป เผยลี่เชินหันกลับไปมองที่รูปภาพของไป๋เจิงตง นิ่งเงียบอยู่นาน
ในที่สุดชายหนุ่มก้มลงวางช่อดอกเบญจมาศสีขาวไว้หน้าหลุมศพพร้อมกับโค้งคำนับ
“คุณลุง ชาตินี้คนที่ผมฝังใจมั่นแล้ว ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงง่ายๆ”
อย่าว่าแต่ 6 ปีเลย 16 ปี เขาก็ยังคงสืบหาต่อไป จนกว่าจะหาเธอเจอ