แม่ปากร้ายยุค 80 - ตอนที่ 167 เธอมันลูกไม่มีพ่อ !
ตอนที่ 167 เธอมันลูกไม่มีพ่อ !
แม้ว่าระหว่างเขากับกู้ม่านชื่อจะเป็นรักครั้งแรก แต่ฟางจั๋วหรานคิดว่าระหว่างเขากับเธอมันดูจะเป็นความเห็นอกเห็นใจกันเสียมากกว่า
นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกตกหลุมรักผู้หญิงสักคนอย่างจริง ๆ เขาอยากจะสร้างความประทับใจให้เธอ มอบการสารภาพรักที่จะตราตรึงในความทรงจำของเราทั้งคู่
อาจจะต้องมีปาร์ตี้เล็ก ๆ หรือดอกไม้สวย ๆ จะได้เป็นของขวัญแสดงถึงความรักที่เขามีต่อเธอ
พอคิดได้แบบนั้นก็ตกลงกับตัวเองในใจอย่างมีความสุข
หลายวันแล้วที่คุณหมอฟางไม่ได้มาที่ร้านเหมือนอย่างเคย
หลินม่ายคิดว่าเขาคงรู้ถึงความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขาเข้าแล้ว เลยหลบหน้าไปแบบนี้
แสดงว่าสำหรับเขาแล้วเธอคงไม่ได้มีความหมายอะไรขนาดนั้น
หลินม่ายแอบรู้สึกเศร้าในใจ
เธออกหักแล้วแหง พนันได้เลย
หลินม่ายเอาเรื่องการไปซื้อเสื้อผ้าที่กว่างโจวมาปรึกษาทุกคน
เพราะที่นั่นค่อนข้างจะอันตรายกับเธอจริง ๆ สำหรับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ไม่เคยไปอย่างเธอ
หลี่หมิงเฉิงอาสาจะไปกับเธอด้วย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีความรู้เรื่องการค้าขาย แต่ก็ยังไปช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยให้เธอได้อีกแรงหนึ่ง
แต่เมื่อมาคิด ๆ ดูแล้ว หลี่หมิงเฉิงเคยถูกหลอกถึงสองครั้ง เขาอาจจะไม่เหมาะเท่าไร เธอจึงปฏิเสธไปเพราะกลัวว่าจะมีเรื่องเกิดขึ้นมาอีก
แน่นอนว่าหลินม่ายไม่ได้บอกเขาตรง ๆ ถึงสาเหตุ เพราะกลัวว่าหลี่หมิงเฉิงจะเสียใจ
เธอเพียงบอกเขาไปว่าต้องการให้เขาอยู่ช่วยดูแลร้านกับโจวฉายอวิ๋นมากกว่า
ก่อนจะเข้ากว่างโจว หลินม่ายต้องกลับชนบทก่อน
บ้านใหม่ของคุณยายเถียนสร้างเสร็จพอดี เธอต้องไปที่นั่นเพื่อดูว่าจะซื้ออะไรกลับมาบ้าง
และไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าฟางด้วย
เธอจะต้องซื้อไข่ไก่ แป้ง น้ำมัน ซอสพริก กะปิ จากคุณยายเถียนกลับมาเพราะของที่ร้านเริ่มเหลือไม่มากแล้ว
เมื่อเดินทางมาถึงเมืองซื่อเหม่ย หลินม่ายก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเช่นเคยจากผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน
พวกท่านยังคงถามไถ่ถึงอาการของโต้วโต้วดังเช่นครั้งก่อน
หลินม่ายยิ้มแล้วตอบว่า “ตอนนี้แกออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้านแล้วค่ะ ไม่กี่เดือนน่าจะพามาเยี่ยมคุณปู่คุณย่าได้”
คุณย่าฟางรีบโบกมือปัด “ไม่ต้องรีบพามาก็ได้นะ สุขภาพของหลานสำคัญที่สุด”
หลังกินมื้อกลางวันร่วมกันที่บ้านของคุณปู่ฟาง หลินม่ายก็ออกเดินทางไปที่บ้านคุณยายเถียน
คุณปู่ฟางดูแลเรื่องการสร้างบ้านให้คุณยายเถียนและหลานชายอย่างดีทั้งเรื่องทำเลที่ตั้งและตัวบ้าน
ข้าวของต่าง ๆ ที่ขาดเหลือ คุณปู่ฟางก็จัดหามาไว้ให้ด้วย
แต่ถึงอย่างนั้นหลินม่ายก็ยังไปถามไถ่คุณยายเถียนว่ายังขาดสิ่งของอะไรอีกหรือไม่ เพราะวันนี้เป็นวันว่างที่เธอสามารถไปที่ตลาดสหกรณ์และซื้อของที่ท่านต้องมาเพิ่มให้ได้
คุณยายเถียนกลับโบกมือปฏิเสธ “ไม่มีอะไรต้องซื้อแล้ว อย่าเสียเงินโดยไม่จำเป็นเลยน่า”
ระหว่างพูดก็หยิบเงินหลายสิบหยวนออกมา “นี่คือเงินที่เหลือจากการสร้างบ้าน คุณปู่ฟางเอาให้ยายมา ไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้ซื้ออะไรแล้ว หนูเอาคืนไปเถอะ”
หลินม่ายไม่ได้รับเงินนั้น ผลักมือหญิงชรากลับไป “รับไว้เถอะค่ะ ช่วงนี้ฉันไม่ได้กลับมาบ่อย ๆ คุณยายมีเงินติดตัวไว้จะได้เอามาใช้ได้ยามฉุกเฉิน”
คุณยายเถียนยังยืนยันจะคืนเงินให้เธอ “เงินที่หนูให้มาครั้งที่แล้วยายก็ยังไม่ได้ใช้ เอาไปเถอะยายไม่ได้ใช้จริง ๆ “
หลินม่ายจึงอดไม่ได้ที่จะบอกว่า “ถ้าไม่ได้ใช้ก็แค่เก็บไว้เฉย ๆ ก็ได้ค่ะ”
…
หญิงสาวขับรถขนของทั้งหมดกลับมาถึงที่ร้านตอนสี่โมงเย็น
เนื่องจากเห็นว่ายังไม่ค่ำมาก เลยเดินทางไปหานายช่างจากเพื่อให้เขาช่วยทำรถเข็นขนของขนาดเล็กให้
รถเข็นคันนี้จะถูกเอาไปใช้สำหรับขนเสื้อผ้าฤดูร้อนได้สักสองสามร้อยชิ้นเมื่อไปซื้อที่กว่างโจว
ในยุคนี้ที่การสัญจรไปมาระหว่างเมืองยังไม่สะดวกนัก เมื่อไปถึงกวางโจวแล้วก็ควรเอาสินค้ากลับมาให้ได้ครั้งละมากที่สุดเพื่อความคุ้มค่า
รถที่หลินม่ายอยากได้ไม่มีขายทั่วไปในยุคนี้ เลยต้องสั่งนายช่างจางทำมันขึ้นมาเป็นพิเศษ เขาออกแบบมันขึ้นมาโดยการวาดลงกระดาษและตกลงกับหลินม่ายว่าจะได้ของอย่างเร็วที่สุดคืออีก 3 วัน
เมื่อหลินม่ายกลับมาจากไซต์ก่อสร้างก็พบว่าโจวฉายอวิ๋นเตรียมมื้อเย็นรอเธออยู่แล้ว
เธอทำซุปหัวใจหมูพุทราจีนให้โต้วโต้ว
ผู้ป่วยโรคหัวใจต้องกินอาหารที่มีเกลือน้อย ซุปหัวใจหมูพุทราจีนเป็นอาหารรสชาติอ่อน โชคดีที่เจ้าตัวเล็กกินง่ายไม่งอแง กินซุปหมดชามโดยไม่อิดออด
หลังอาหารเย็นก็มีเพื่อน ๆ มาเรียกโต้วโต้วให้ออกไปเล่นด้วยกัน
โต้วโต้วไม่ได้ออกไปเล่นกับเพื่อนานแล้วเลยอยากออกไปกับพวกเขามาก
มือเล็ก ๆ ดึงกระโปรงของแม่ เงยหน้าขึ้นพูดกับหลินม่ายว่า “แม่คะ หนูออกไปเล่นข้างนอกกับเพื่อนได้ไหม”
หลังออกจากโรงพยาบาล ฟางจั๋วหรานเคยบอกว่าถ้าไม่ออกกำลังกายหนักเกินไปโต้วโต้วก็ไปเล่นได้เหมือนเด็กคนอื่น ๆ
หลินม่ายลูบศีรษะกลมเล็ก ๆ ของลูกสาว “ไปเล่นได้จ้ะ แต่อย่าไปนานนักนะ อยู่แค่หน้าประตูร้านนะลูกอย่าไปไหนไกล”
เด็กน้อยและเพื่อน ๆ เล่นกันอยู่ที่หน้าประตูร้านซึ่งโจวฉายอวิ๋นสามารถมองเห็นได้ตลอดเวลา
ถ้ามีใครมาลักพาไป เผลอ วิ่ง กระโดด หรือเล่นจนเหนื่อยมากเกินไปจะได้ระวังได้ทัน
โต้วโต้วระวังตัวเองได้ดี เพียงแค่ทักทายและเล่นตบแปะกับเพื่อน ๆ ที่หน้าบ้านเท่านั้น
หลินม่ายขึ้นไปชั้นบนเพื่อเอาบิสกิตกับเมล็ดอัลมอนด์ที่ซื้อจากตลาดมืดลงมา
เธออบอัลมอนด์ให้โต้วโต้วเพราะมีประโยชน์ต่อร่างกายและแบ่งบิสกิตให้กับเด็ก ๆ ทุกคน
บิสกิตที่หลินม่ายเอามาให้กรอบมากเป็นพิเศษ พอเด็ก ๆ กินก็มีเศษขนมหล่นอยู่ที่พื้นจนเรียกให้ฝูงมดออกมาหาอาหาร
โต้วโต้วและเด็ก ๆ สองสามคนพากันนั่งยอง ๆ ดูเหล่ามดกำลังขนอาหารจากพื้นไปที่รังด้วยความสนใจ
หยางหยางเองก็มาด้วย
เขาไม่ได้สนใจมดที่กำลังขนอาหาร สนใจแค่ขนมกับอัลมอนด์ที่ทุกคนกำลังกินกันเท่านั้น
เด็กชายสนใจอัลมอนด์ในมือโต้วโต้วเป็นพิเศษเพราะไม่เคยกินมันมาก่อน
เด็กชายหมีนั่งยอง ๆ ข้าง ๆ โต้วโต้วแล้วเอ่ยถาม “เธอกินอะไรน่ะ”
เด็กหญิงไม่ชอบเขาเลยขยับหนีไปสองสามก้าว “อัลมอนด์”
หยางหยางจ้องเธอที่กำลังเอาอัลมอนด์เข้าปากแล้วเคี้ยว “อัลมอนด์ อร่อยไหม”
โต้วดต้วพยักหน้าตอบ “อร่อย”
“ขอฉันกินบ้างสิ”
โต้วโต้วปฏิเสธ “ไม่ได้หรอก แม่บอกว่ามันแพงอยากกินก็ให้แม่ซื้อให้สิ”
หยางหยางขอกินอีกหลายครั้ง แต่โต้วโต้วไม่ยอม ทำให้เด็กชายเริ่มโกรธ
เขาชี้หน้าโต้วโต้วแล้วพูดออกไปว่า “ไม่เห็นจะอยากกินเลย ของกินของพวกลูกนอกไส้”
เด็กหญิงได้ยินแบบนั้นก็เถียงอย่างจริงจัง “ฉันไม่ใช่ลูกนอกไส้ ถ้ายังพูดแบบนั้นอีกฉันจะฟ้องแม่แล้วให้ย่าของนายมาตีเลย คราวที่แล้วที่พูดแบบนี้แล้วโดนย่าตีเจ็บขนาดไหนลืมไปแล้วหรือไงหา”
ยิ่งโต้วโต้วพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หยางหยางก็ยิ่งโกรธแล้วเริ่มพูดจาแย่กว่าเดิม
เขาตะโกนเสียงดัง “เธอมันลูกนอกไส้ ย่าฉันบอกว่าแม่เธอมีลูกกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ แม่เธอท้องตั้งแต่ยังเด็ก เธอมันลูกไม่มีพ่อ”
โต้วโต้วมองดูเจ้าเด็กนี่อย่างรำคาญ ก็บอกหลายทีแล้วว่าไม่ใช่ เขาก็ยังจะเรียกหล่อนแบบนั้นอีก
ในตอนนั้นเองที่คุณหมอฟางมาที่ร้านพร้อมกับผลไม้ถุงใหญ่ในมือ “โต้วโต้ว มีกล้วยด้วยนะ”
เด็กหญิงตาลุกวาวทันที ลืมไปว่าต้องห้ามวิ่ง ขาเล็ก ๆ รีบวิ่งไปหาเขาแล้วร้องเรียกอย่างร่าเริง “ปะป๊า~”
ฟางจั๋วหรานรีบตรงเข้าไปหาเธออุ้มเด็กหญิงขึ้นมาแล้วถามด้วยรอยยิ้ม “ทำไมวันนี้เปลี่ยนมาเรียกพ่อแล้วล่ะ”
โต้วโต้วชี้ไปที่หยางหยางแล้วพูดอย่างไม่พอใจ “เขาบอกว่าหนูเป็นลูกไม่มีพ่อ มาเป็นพ่อให้หนูได้ไหมคะ ถ้ามาเป็นพ่อให้หนู หนูจะได้ไม่ต้องเป็นลูกนอกไส้แล้ว”
หลินม่ายเห็นหยางหยางแกล้งโต้วโต้วก็กำลังจะออกมาสั่งสอนเด็กชายหมี
แต่เมื่อมาถึงหน้าร้านแล้วได้ยินลูกถามเขาแบบนั้นก็รู้สึกเขินขึ้นมา
“โต้วโต้ว ไปเรียกเขาว่าพ่อไปทั่วแบบนี้ได้ยังไง ถ้าลูกเรียกคุณอาว่าปะป๊า แล้วต่อไปแม่จะต้องเรียกคุณอาว่าอะไรล่ะแบบนี้”
โต้วโต้วมองแม่ของเธอด้วยสายตาใสซื่อ “ก็ต้องเรียกว่า ‘สามี’ ไงคะ หนูได้ยินแม่ของเพื่อน ๆ เรียกพ่อของเขาแบบนั้น”
ฟางจั๋วหรานถามหลินม่ายด้วยรอยยิ้ม “ผมจะได้รับเกียรติถูกคุณเรียกแบบนั้นบ้างไหมนะ”
หลินม่ายหน้าแดงด้วยความเขินอายและทำเป็นเมินคำถามชวนคิดแบบนั้นของเขาไป
หันหน้าไปทางร้านของป้าหู “หลานคุณรังแกลูกสาวฉัน ไม่ดูแลเขาให้ดีหน่อยล่ะ”
ป้าหูรีบตรงเข้ามาเร็วราวกับกระสุนปืน ลากเด็กชายกลับบ้านอย่างเร็วเพราะกลัวว่าจะเป็นเรื่องให้หล่อนต้องเสียเงินอีก
เด็กชายร้องไห้โฮ “ย่า ไหนย่าบอกว่าโต้วโต้วเป็นลูกนอกไส้ไง ทำไมหล่อนถึงมีพ่อล่ะ พ่อหล่อนทั้งหล่อทั้งสูง ซื้อของอร่อยมาให้ด้วย พ่อไม่เห็นซื้อของอร่อย ๆ ให้ผมกินเลย”
เด็กชายเริ่มสงสัยแล้วว่าตัวเองเป็นลูกนอกไส้
ป้าหูถูกหลานชายทรยศอีกครั้ง ทำเอาหล่อนอายมากจนยกมือขึ้นตีเด็กน้อย “ฉันบอกว่าอย่าไปเรียกโต้วโต้วแบบนั้นทำไมไม่รู้จักฟังหา ไอ้เด็กนี่”
หยางหยางถูกตีจนร้องไห้ดังลั่นอีกครั้ง
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
น้องโต้วโต้วทำดีมากค่ะ เรียกอีกค่ะ
ไหหม่า(海馬)