ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายสาวชาวสวน [更名为《冲喜娘子的锦绣田园》] - บทที่ 110 แผนลวง
บทที่ 110 แผนลวง
จางซิ่วเอ๋อเดือดขึ้นมาทันที “พวกเรามีความสัมพันธ์อะไร? พูดมาให้ชัดนะ!”
“ข้าเคยเห็นกับตาว่าเจ้าเดินออกมาจากบ้านบัณฑิตจ้าว!” แม่หลินแค่นเสียง วันนี้นางตั้งใจพูดต่อหน้าทุกคน ให้จางซิ่วเอ๋อชื่อเสียงป่นปี้
แต่แม่หลินไม่กล้าพูดเรื่องของจางซิ่วเอ๋อและท่านหมอเมิ่ง
จะบีบลูกพลับก็ต้องบีบลูกพลับนิ่ม เห็นได้ชัดว่าบัณฑิตจ้าวรังแกได้ง่ายกว่าหมอเมิ่งเยอะ
“ท่านอย่าลืมนะ เมื่อครู่นี้ข้าเองก็ไม่ให้บัณฑิตจ้าวเป็นคนลองยาเหมือนกัน! ถ้าเราสองคนมีความสัมพันธ์อะไรกันจริง ข้าก็แค่ตกลงให้บัณฑิตจ้าวเป็นคนลองยาตามที่บอก ถึงตอนนั้นจะได้ผลหรือไม่ก็บอกว่าไม่ได้ผลก็สิ้นเรื่อง! และไม่ต้องมีเรื่องนู้นเรื่องนี้ตามมาด้วย!” จางซิ่วเอ๋อแค่นเสียง
พูดมาถึงตรงนี้ จางซิ่วเอ๋อพูดอย่างมีความหมาย “ถึงแม้ข้าจะเคยแต่งงาน แต่ก็ยังเกิดและโตที่หมู่บ้านชิงสือ ตอนนี้กลับมาอยู่หมู่บ้านชิงสือแล้ว ท่านทำลายชื่อเสียงข้าไม่มีผลเสียอะไรกับท่านก็จริง….อย่างไรเสียท่านก็ไม่ได้อยากให้ลูกสาวท่านแต่งงานไปหมู่บ้านอื่นอยู่แล้ว…..แต่? บ้านอื่นที่มีลูกสาวได้ซวยกันหมด ถึงตอนนั้นคนนอกหมู่บ้านรู้ว่าหมู่บ้านชิงสือเรามีแม่ม่ายอายุน้อยที่ผิดจารีตประเพณี ใครจะอยากแต่งงานกับสาวหมู่บ้านชิงสือ?”
หมู่บ้านไหนก็มีแม่ม่ายทั้งนั้น หน้าบ้านแม่ม่ายเรื่องแยะก็เป็นเรื่องปกติ แต่การที่คนเป็นม่ายถูกพูดถึงว่าไปข้องแวะกับคนนู้นคนนี้มันไม่ดีเท่าไรนัก ขายขี้หน้าไม่ใช่น้อยเลยล่ะ!
“ข้ายอมแบกรับความผิดไว้ด้วยตัวคนเดียวก็ได้ แต่สงสารเด็กสาวที่ยังไม่ออกเรือนในหมู่บ้านเราจริง ๆ!” จางซิ่วเอ๋อกล่าวพลางยิ้มตาหยี
“คนบ้านสวี่! เจ้าพูดน้อย ๆ หน่อยเถอะ! ตอนนี้มีคนนอกอยู่ เจ้าช่วยระวังปากพล่อย ๆ ของเจ้าหน่อยได้ไหม?”
“ใช่ ๆ! แม่หลิน เจ้าทำแบบนี้เกินไปแล้วนะ ลูกสาวคนเล็กข้ากำลังจะหมั้น ถึงตอนนั้นถ้ามีคนมาถามถึงสถานการณ์ในหมู่บ้านเรา ถ้ารู้เรื่องนี้เข้าจะไม่มีผลกระทบอะไรกับนางเหรอ?”
แม่หลินแค่นเสียง สีหน้าไม่แยแส แต่ตอนนี้นางไม่กล้าพูดมากอะไรแล้ว
“ซิ่วเอ๋อ แล้วเจ้าอยากให้ใครมาลองยา” ผู้ใหญ่บ้านซ่งถาม
“ข้าจะบอกให้ ปกติยาวิเศษของข้าขายห่อละ 10 เหรียญ! ถ้าพวกเจ้าที่ใครอยากลองครั้งนี้ข้าไม่เก็บเงิน!” หูครึ่งเซียนกล่าวอย่างมั่นใจ
“ข้าว่ายานี่ไม่จำเป็นต้องให้ใครลอง” จางซิ่วเอ๋อเอ่ยเรียบ ๆ
“ทำไม? เจ้ากลัวเหรอ? ไม่กล้าให้ใครลองล่ะสิ?” หูครึ่งเซียนเอ่ยเสียงดัง ท่าทางได้เปรียบแล้วไม่ยอมเลิกรา
จางซิ่วเอ๋อชี้ยาแล้วกล่าว “ทุกคนไม่อยากลองไม่ใช่เพราะกลัว แต่ในยานั้นไม่มีของดีอะไรหรอก ตอนทุกคนได้ดื่มต้องสดชื่นกะปรี้กะเปร่าอยู่แล้ว แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีประสิทธิผลรักษาโรคอะไร โดยเฉพาะคนที่ร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว อาจจะโดนยานี้กระตุ้นเข้าให้จนชีวิตหาไม่!”
“บอกตามตรง ยานี่ก็แค่เร่งพลังกายให้เกินขีดจำกัดเท่านั้น!” จางซิ่วเอ๋อพูดต่อ
หูครึ่งเซียนมีสีหน้าตะลึงอยู่แวบหนึ่ง เขาคงคิดไม่ถึงว่าจางซิ่วเอ๋อจะมองเรื่องนี้ออกด้วย
แต่หูครึ่งเซียนไม่คิดจะยอมรับ เขารู้ว่าหากตัวเองยอมรับง่าย ๆ นอกจากจะไม่มีวิธีเอาเงินออกจากมือจางซิ่วเอ๋อแล้ว ยังทำลายชื่อเสียงตัวเองอีกด้วย
หลังจากนี้ละแวกใกล้เคียงในสิบลี้แปดหมู่บ้านคงไม่มีใครมาดูดวงและทำพิธีกับเขาแล้ว
“จางซิ่วเอ๋อ เจ้าอย่าพูดเหลวไหล!” หูครึ่งเซียนกล่าวเสียงโกรธเกรี้ยว
จางซิ่วเอ๋อยิ้ม “ข้าพูดเหลวไหลหรือไม่ เราก็ให้หมอมาดูว่าในยานี้มีอะไรบ้างดู”
จางซิ่วเอ๋อเพิ่งพูดมาถึงตรงนี้ ก็นึกได้ว่าช่วงนี้ในหมู่บ้านมีพวกปากไม่ดีบอกว่าตัวนางเองมีความสัมพันธ์กับหมอเมิ่ง
เพื่อไม่ให้ใครว่าได้ จางซิ่วเอ๋อจึงไม่ได้พูดตรง ๆ ว่าให้เรียกหมอเมิ่งมา “เรียกหมอมาหลาย ๆ คนเลย ถ้าไม่ไหวจริง ๆ เราไปที่โรงยาหุยชุนในตัวเมืองก็ได้”
ผู้ใหญ่บ้านซ่งกลับเอ่ยขึ้นในตอนนี้ “จะทำให้ยุ่งยากขนาดนั้นไปทำไม? วันนี้ข้าเชิญท่านหมอเมิ่งมารักษาหลานคนเล็กข้า เดี๋ยวให้ท่านหมอเมิ่งมาดูก็จบ”
จางซิ่วเอ๋อได้ฟังก็รีบบอก “ถ้าท่านหมอเมิ่งมา พวกท่านไม่ต้องเล่าเรื่องวันนี้ให้ท่านหมอเมิ่งฟังนะเจ้าคะ ให้เขาดูกับตาเลย! เดี๋ยวถึงเวลาก็มีคนหาว่าท่านหมอเมิ่งเข้าข้างข้าอีก!”
น้ำเสียงจางซิ่วเอ๋อติดประชดประชันเล็กน้อย “ข้าเป็นแค่แม่ม่าย ต้องใช้ชีวิตกับน้องสาวมันไม่ง่ายอยู่แล้ว ข้าหวังว่าจะไม่มีใครใส่ร้ายป้ายสีข้ามั่ว ๆ!”
ทุกคนได้ฟังคำพูดจางซิ่วเอ๋อก็เริ่มนึกในใจ
ไหนบอกว่าจางซิ่วเอ๋อมีความสัมพันธ์กับท่านหมอเมิ่งไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเวลาแบบนี้จางซิ่วเอ๋อต้องตีตัวออกห่างด้วย
ถ้ามีความสัมพันธ์กันจริง ๆ จางซิ่วเอ๋อแค่อธิบายเรื่องราว ท่านหมอเมิ่งต้องเข้าข้างจางซิ่วเอ๋ออยู่แล้ว……
จางซิ่วเอ๋อที่เป็นแบบนี้ทำให้คนอื่น ๆ รู้สึกว่านางสง่าผ่าเผย ไม่มีลับลมคมในกับท่านหมอเมิ่งแต่อย่างใด
“นี่ พวกเจ้าดูสิ ที่เดินมานั่นท่านหมอเมิ่งใช่ไหม?” คนผู้หนึ่งตะโกน
สวี่อวิ๋นซานมองทะลุผ่านฝูงชนไปที่ท่านหมอเมิ่ง
วันนี้ท่านหมอเมิ่งใส่ชุดสีเทา เสื้อผ้าเรียบง่ายแบบนี้พออยู่บนตัวเขากลับให้ความรู้สึกสงบ ถึงเขาไม่ได้มีหน้าตาโดดเด่นมากนัก แต่เห็นแล้วรู้สึกสบายใจ
สวี่อวิ๋นซานนึกถึงข่าวลือเกี่ยวกับจางซิ่วเอ๋อและท่านหมอเมิ่งในช่วงนี้แล้วสีหน้าก็ไม่สู้ดีเท่าไรนัก
เขาไม่ได้คิดว่าจางซิ่วเอ๋อจะลอบคบชู้กับท่านหมอเมิ่ง
เขากังวลว่าจางซิ่วเอ๋อจะชอบท่านหมอเมิ่ง และท่านหมอเมิ่งจะชอบจางซิ่วเอ๋อ ถ้าเป็นแบบนั้นท้ายสุดแล้วเป็นไปได้สูงว่าพวกเขาจะลงเอยกัน
คิดมาถึงตรงนี้ สวี่อวิ๋นซานก็รู้สึกอึดอัดใจ
ท่านหมอเมิ่งเดินเข้ามา และประหลาดใจที่เห็นคนมามุงกันมากมายก่ายกอง
ตอนนี้จางซิ่วเอ๋อยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ท่านหมอเมิ่งแยกไม่ออกหรอกว่าจางซิ่วเอ๋อคือตัวเอกของเรื่องนี้
ผู้ใหญ่บ้านซ่งถือน้ำมาถ้วยหนึ่งและเดินเข้าไปพูดกับท่านหมอเมิ่ง “ท่านหมอเมิ่ง ท่านมาพอดี ท่านช่วยข้าดูหน่อยว่าในน้ำถ้วยนี้มียาอะไรบ้าง”
ท่านหมอเมิ่งเป็นคนนิสัยดีอยู่แล้ว วันนี้ก็มาเพราะผู้ใหญ่บ้านซ่ง บัดนี้เห็นผู้ใหญ่บ้านซ่งให้เขาดู เขาจึงสังเกตอย่างตั้งใจ
แค่ดูอย่างเดียวนั้นดูไม่ออก ท่านหมอเมิ่งจึงใช้นิ้วจุ่มน้ำขึ้นมานิดหน่อย
ก่อนจะขมวดคิ้ว “ในน้ำนี่มีขี้ธูปหอม”
เรื่องนี้ใคร ๆ ก็ดูออก ทุกคนได้ฟังก็ไม่ได้รู้สึกอะไร
ทันใดนั้นท่านหมอเมิ่งก็กล่าวต่อ “ในน้ำนี้ใส่กัญชา…..”
“เจ้าบอกว่าหลานเจ้าท้องเสีย คงไม่ใช่เพราะดื่มไอ้นี่ใช่ไหม? ถ้าดื่มน้ำนี่เข้าไปตอนแรกจะรู้สึกสดชื่นมีแรง จากนั้นก็จะท้องเสีย……เจ้าไปเชิญนักต้มตุ๋นมารักษาหลานเจ้าใช่ไหม?” ท่านหมอเมิ่งยังนึกไปถึงหลานของผู้ใหญ่บ้านซ่ง
เมื่อท่านหมอเมิ่งพูดถึงกัญชา ก็มีคนรู้แล้วว่าคืออะไร
………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
สงสารอวิ๋นซานเขานะคะ นกตัวโต ๆ บินผ่านหน้าเลย
ว่าแล้วว่าขี้ธูปนั่นต้องเป็นสมุนไพรสายเขียว สดชื่นเลยไหมคะย่าจางกับอวี่หมิน
ไหหม่า(海馬)