นักฆ่าฮองเฮาของข้า / สุดยอดนักฆ่า มเหสียอดรัก - ตอนที่ 360
บทที่ 360 เจ้าฉลาดมาก1
ซินเหยายิ้มบางๆ “เจ้าฉลาดมาก!”
อ้านซิงกล่าว “ท่านแค่ต้องการสร้างภาพลวงตาให้ทุกคนต่อแถวซื้อเครื่องสำอาง ถ้าต่อแถวช้าก็จะซื้อไม่ทัน ทำให้ทุกคนแย่งกันเข้ามาต่อคิว คนเหล่านั้นที่ไม่ได้อยากซื้อเลยสักนิด หรือไม่ก็กำลังลังเลใจว่าจะซื้อดีหรือไม่ ก็แห่ตามทุกคนไปต่อแถวซื้อ?”
ซินเหยาพูด “ถูกต้องทุกประการ!”
ทันใดนั้นอ้านซิงก็ทอดถอนใจหนึ่งเฮือก “อันที่จริงท่านไม่ควรมาที่วังหลังที่ทั้งซับซ้อนและอันตรายแห่งนี้เลย! หากท่านไปทำกิจการละก็ จะต้องเป็นอัจฉริยะทางธุรกิจอย่างแน่นอน!”
ซินเหยาเอ่ยถาม “แล้วเจ้าเล่า? อันที่จริงเจ้าก็ไม่ได้ชอบวังหลังหรอกกระมัง? เจ้าแสร้งทำว่าตนเองเย็นชาไร้ความรู้สึก เพียงเพราะจะปฏิเสธชีวิตในวังหลวงแห่งนี้ใช่หรือไม่ ความจริงแล้ว เจ้าอยากออกไปสู่โลกภายนอก ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับศิษย์พี่ของเจ้าเสียมากกว่า ใช่หรือไม่”
จู่ๆ สีหน้าของอ้านซิงก็แปรเปลี่ยนเป็นอึมครึม ไม่เอ่ยวาจา
ซินเหยากล่าว “เจ้าไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้กับไทเฮามาก่อนหรือ”
อ้านซิงส่ายหน้า
ซินเหยากล่าว “เหตุใดเจ้าจึงไม่บอกความคิดของเจ้าให้ไทเฮาฟัง บอกความคิดความอ่านของเจ้าแก่ไทเฮาตรงๆ ไม่แน่ว่าไทเฮาอาจจะส่งเจ้าไปปฏิบัติหน้าที่นอกวัง เช่นนี้เจ้าก็จะสามารถหนีจากวังหลวงอันน่ารังเกียจ และสามารถไปใช้ชีวิตร่วมกับศิษย์พี่ของเจ้าได้แล้ว…”
อ้านซิงเอ่ย “ไทเฮา…ไทเฮาไม่ปล่อยให้ใครก็ตามขัดคำสั่งนางได้หรอก!”
ซินเหยากล่าวกลั้วหัวเราะ “นางก็เป็นเพียงแค่หญิงแก่ที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนคนหนึ่งเท่านั้น เจ้าอย่าได้เอาความหวาดกลัวและยำเกรงของตนมองเห็นภาพลวงตาของนางว่าน่ากลัวขนาดนั้นหรอกน่า!”
อ้านซิงกล่าวพลางทอดถอนใจ “ท่านอย่าได้เห็นว่าไทเฮาไม่เอาไหนขนาดนั้นเชียว! ไทเฮา…นางซับซ้อนเกินกว่าที่ท่านจินตนาการเอาไว้หลายโขนัก!”
ซินเหยากล่าว “หญิงแก่ที่อาศัยอยู่ในวังหลังหลายสิบปีคนหนึ่ง จะซับซ้อนได้สักแค่ไหนกันเชียว”
อ้านซิงบอก “ท่านรู้พื้นเพของไทเฮาหรือไม่”
ซินเหยาพยักหน้า “ได้ยินว่าเป็นคนของตระกูลป๋าย”
อ้านซิงเอ่ยวาจา “เช่นนั้นท่านก็คงรู้เรื่องที่ข้าไปขโมยกล่องเซิ้นที่แท่นบูชาเมื่อครั้งก่อนแล้วกระมัง”
ซินเหยาพยักหน้า “ต้องจำได้อยู่แล้ว”
อ้านซิงเอ่ย “อันที่จริงตอนนั้นไทเฮาเป็นผู้บัญชาให้ข้าไปขโมยกล่องเซิ้นมา!”
ซินเหยากล่าวอย่างตกใจ “หา? ไทเฮา? เหตุใดไทเฮาต้องสั่งให้เจ้าไปขโมยกล่องเซิ้นด้วยเล่า”
อ้านซิงกล่าว “สิ่งที่ข้าบอกท่านได้มีเพียงเท่านี้! สรุปแล้ว ไทเฮาไม่ใช่คนเรียบง่ายขนาดนั้นแน่! ข้าถวายการรับใช้ข้างกายไทเฮานานหลายปีแล้ว แต่ข้าเองก็ไม่รู้ไทเฮานึกจะทำอะไรกันแน่ เพียงแต่มีอย่างหนึ่งที่สามารถฟันธงได้ ไทเฮาจะต้องแอบวางอุบายอะไรอยู่แน่ๆ ทั้งยังดำเนินการมาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้วด้วย!”
ซินเหยาพูด “จากที่เจ้าพูดมานี้ นางกำลังดำเนินแผนการครั้งใหญ่ที่ลึกลับและใหญ่หลวง?”
อ้านซิงส่ายหน้า “ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคืออะไร ข้าเองก็ไม่อาจบอกเรื่องอื่นใดแก่ท่านได้อีก ข้าบอกท่านเพียงเพราะอยากเตือนสติท่าน ทางที่ดีอย่าได้เป็นศัตรูกับไทเฮา! ท่านสู้ไม่ชนะไทเฮาอย่างแน่นอน!”
“แม่นางอ้านซิง ขอบคุณเจ้าที่เตือนสติข้า”
“เอาล่ะ ดึกมากแล้ว ละครของท่าน ข้าเองก็ร่วมแสดงจนจบแล้ว! ข้าควรกลับไปรายงานต่อไทเฮาที่ตำหนักซูหนิงได้แล้ว!”
“รอก่อน!”
“ทำอะไร”
“เจ้าไม่อยากรู้จริงๆ ว่าตัวเองสวยงามขนาดไหนหรอกหรือ”
“กลับไปแล้วก็ส่องกระจกทองแดงเสียหน่อยเดี๋ยวก็รู้เองแหละน่า!”
“กระจกทองแดง? ฮ่าๆๆ มันผิดเพี้ยนจากความจริงมากเกินไป!”
“เช่นนั้นมีวิธีอะไร มีอะไรที่สมจริงยิ่งกว่ากระจกทองแดงอยู่หรือ”
“มี!”
“อะไร”
“ของล้ำค่าสิ่งนี้!”
ซินเหยาชูคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตในมือขึ้น ก่อนกล่าว “นี่เป็นกล้องที่มีความละเอียดสูงถึงสิบแปดล้านพิกเซลเชียวนะ! มันละเอียดสูงเสียอีกกว่ากล้อง SLR เชียว!”
“อะไรคือกล้อง SLR”
“ก็แค่กล้องสะท้อนภาพเลนส์เดียว…ช่างเถิด บอกเจ้าไปถึงอย่างไรเจ้าก็ไม่รู้อยู่ดี เจ้านั่งดีๆ อย่าขยับก็พอแล้ว ข้าจะช่วยเจ้าถ่ายรูปสักใบ”
อ้านซิงปฏิบัติตาม หย่อนกายนั่งตัวตรง
ใบหน้าขึงขังและเย็นชา…
ซินเหยามองเห็นใบหน้าที่สวยงามได้รูปผ่านเลนส์กล้อง ทว่ากลับไม่มีชีวิตชีวาและรอยยิ้มเลยสักนิดเดียว…
จู่ๆ นางก็เปลี่ยนใจ พลางเอ่ย “แม่นางอ้านซิง! หรือไม่เจ้าเองก็ทำท่าแหงนหน้ามองฟ้าสักหน่อยแล้วกัน?”
“หา!”
อ้านซิงนึกถึงนิทานเมื่อกี้เรื่องนั้นขึ้นมา และก็อดหัวเราะร่าไม่ได้
“แชะ!”
ในชั่วพริบตาเดียว!
ซินเหยาก็กดปุ่มถ่ายภาพ
บนหน้าจอคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต ก็บันทึกรอยยิ้มเบิกบานที่งดงามสะกดสายตาอันนั้นเอาไว้…
อ้านซิงได้ยินเสียงแชะหนึ่งครั้ง จากนั้นก็มีแสงสว่างวาบออกมา จึงเอ่ยถามอย่างสงสัย “แบบนี้ก็ได้แล้วหรือ”
ซินเหยาเอ่ย “แน่นอน”
อ้านซิงบอก “ศิลปินวาดภาพเหมือนต้องใช้เวลาตั้งหลายชั่วยามแหนะ!”
ซินเหยากล่าวกลั้วหัวเราะ “นี่ไม่ใช่ศิลปินวาดภาพเสียหน่อย! มันยอดเยี่ยมกว่าศิลปินวาดภาพตั้งหลายพันเท่าเชียวนะ!”
อ้านซิงพูด “ให้ข้าดูหน่อย”
“ได้!”
ซินเหยายื่นคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้ ดวงหน้าอรชรนั้น สว่างไสว แทบจะเหมือนกับของจริงทุกประการ…
อ้านซิงเกือบจะมองข้ามเรื่องราวมหัศจรรย์ข้อนี้ไป สายตาถูกดวงหน้าวิไลบนรูปถ่ายใบนั้นสะกดดึงดูดเอาไว้โดยสิ้นเชิง…
“นี่…นี่คือข้าหรือ”
อ้านซิงรู้สึกเหลือเชื่อ…
ซินเหยายิ้มพลางเอ่ย “เป็นเจ้าแน่นอน! เพียงแค่ถ่ายรูปโฉมของเจ้าเข้าสู่คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตเท่านั้นเอง! น่าเสียดายที่ไม่มีเครื่องพิมพ์ ไม่เช่นนั้นก็จะพิมพ์ออกมาเอาให้เจ้าไปแล้ว!”
อ้านซิงกล่าวอย่างตกตะลึง “ข้า…ข้า…สวยขนาดนี้เลยหรือ”
ซินเหยาเอ่ย “ไม่ต้องสงสัย! นี่ก็คือเจ้า! เจ้าน่าจะเห็นแล้ว ของที่มหัศจรรย์สิ่งนี้ มันเรียกว่าคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตซึ่งสามารถถ่ายภาพเสมือนจริงทั้งหมดเก็บบันทึกเข้าไปได้! เมื่อกี้ข้าเพิ่งจะกดโหมดวิดีโอไป เจ้าก็น่าจะเห็นแล้ว! ด้านในคือข้ากับฮ่องเต้ และก็เหมือนกันทุกประการเสียด้วย!”
อ้านซิงไม่อยากจะละสายตาไปจากภาพถ่ายเลย…
ทอดมองอย่างแน่นิ่งเป็นเวลาเนิ่นนาน ในหัวใจราวกับมีห้วงคะนึงนับจำนวนไม่ถ้วนผุดขึ้นมา…
ในท้ายที่สุด นางก็จำต้องออกจากตำหนักชิงหย่าเพื่อกลับไปรายงานความคืบหน้าอยู่วันยังค่ำ!
ในไม่ช้า ตำหนักชิงหย่าก็เงียบสงบลง