ลูกชายของประธาน….เรียกฉันหม่ามี๊?! - บทที่694 ในที่สุดเธอก็ตายแล้ว!
บทที่694 ในที่สุดเธอก็ตายแล้ว!
“เจียงสื้อสื้อเธอครอบครองเขาไว้นานเกินไปแล้ว การที่เธอเกิดมาบนโลกใบนี้นั่นคือความผิดพลาด! เธอควรจะตายตั้งนานแล้ว ทำไมจนถึงตอนนี้ เธอก็ยังดิ้นรนต่อลมหายใจได้อีก? เธอสมควรตาย! เธอคือคนที่สมควรตายที่สุดแล้ว!”
จื่อเฟิงพูดพลางกดกริชกับคางของเธอ
กริชที่เยือกเย็นและแหลมคมเตือนเจียงสื้อสื้อว่าสถานการณ์ในเวลานี้อันตรายเพียงใด
เจียงสื้อสื้อทำให้จิตใจของเขามั่นคงอย่างช่วยไม่ได้และคิดถึงมาตรการรับมือต่อไป
เธอรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าเธอต้องการชีวิตของเธออย่างแท้จริง เธอลองถาม“เธอต้องการอะไรกันแน่?”
“ฉันต้องการให้เธอตาย!”
จื่อเฟิงแทบจะไม่ลังเล น้ำเสียงของเธอมืดมนและน่ากลัว
พูดแล้วเธอก็หัวเราะออกมา “เธอทำยังไงถึงทำให้เขาหมกมุ่นอยู่ได้ตลอดเวลา? เพราะใบหน้านี้งั้นเหรอ?”
กริชทิ้งรอยเลือดไว้บนใบหน้าของเจียงสื้อสื้อ
เมื่อเห็นใบหน้าที่มีความหวาดกลัวของเจียงสื้อสื้อ จื่อเฟิงหัวเราะออกมาด้วยความพึงพอใจและเก็บกริชนั้นไป
ในจังหวะที่เจียงสื้อสื้อกำลังถอนหายใจด้วยความโล่งอกนั้น จื่อเฟิงก็ตบเธออย่างรุนแรง
“เพี๊ยะ!”
เสียงที่คมชัดดังก้องในอากาศ เสียงนั้นดังมากจนคนหูหนวกยังได้ยิน
ตบนี้ทำให้สมองเจียงสื้อสื้อสับสนและมึนงง
ไม่รีรอให้เจียงสื้อสื้อได้สติกลับมา จื่อเฟิงยืนขึ้นและเหยียบมือของเธอด้วยรองเท้าส้นสูง
ทั่งร่างเจียงสื้อสื้อรู้สึกเจ็บปวดที่เกาะกุมหัวใจ
เธออยากจะขยับแต่ไร้เรี่ยวแรง
เมื่อเห็นเจียงสื้อสื้อจนมุมแบบนั้น ทันใดนั้นจื่อเฟิงก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก
“เจียงสื้อสื้อเธอรู้รึเปล่า? ฉันเคยคิดหาวิธีการทำให้เธอตายไป แต่ตอนนี้ในที่สุดเธอก็อยู่ในมือฉัน
ฉันมีไม่มีทางปล่อยให้เธอตายสบายๆ แน่ ฉันต้องการให้เธอตายทั้งเป็น ตัดแขนตัดขาเธอ ให้เธอหมดซึ่งความหวังอย่างหาที่เปรียบไม่ได้!”
จื่อเฟิงหัวเราะอย่างคลุ้มคลั่งและไร้เหตุผล
“ฉันจะให้เธอได้ลิ้มลองความเจ็บปวดแบบที่ฉันเจอ ให้เธอได้รู้ว่าฉันต้องเจ็บปวดแค่ไหน!”
หลังจากพูดเสร็จเธอก็ปล่อยเท้าของเธอและหยิบเชือกที่ด้านข้างขึ้นมา
เธอแสยะยิ้มหัวเราะออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำราวกับปีศาจจากขุมนรก
“เจียงสื้อสื้อชีวิตนี้เธอจะไม่มีวันลืมวันนี้เลย ฉันจะทำให้เธอจำมันได้ขึ้นใจ”
ตอนนี้จื่อเฟิงเต็มไปด้วยความเกลียดชังและอิจฉาริษยาครอบครองจิตใจ และไม่สนใจสิ่งอื่น
และไม่กี่ชั่วโมงต่อไปนั้นเรียกได้ว่ามันคือฝันร้ายของเจียงสื้อสื้อ
จื่อเฟิงใช้ความรุนแรงกับเจียงสื้อสื้ออย่างโหดร้าย เธอใช้วิธีการทั้งหมดที่คิดได้ทำให้เจียงสื้อสื้อจะต้องทรมานด้วยรอยแผลเป็น
เวลาผ่านไป ดูเหมือนเธอจะเหนื่อยล้าและนั่งหลับตาอยู่ไม่ไกล
ส่วนเจียงสื้อสื้อนอนอยู่บนพื้นเหมือนสุนัขที่ปางตาย กระดูกดูราวกับแหลกเหลวไปทั่วร่าง
เธอรู้ชัดเจนว่าไม่ช้าก็เร็วสิ่งนี้จะถึงทางตันและตอนนี้ความหวังเดียวคือการหนีออกจากโรงงาน
สายตาเหลือบมองกริชที่อยู่ไม่ไกล
เจียงสื้อสื้อกัดฟันและตัดสินใจจะเดิมพัน
เธอขยับขาของตัวเองเพื่อลองจะเกี่ยวกริชนั้น
เธอปรายตามองจื่อเฟิงที่กำลังหลับตาเพื่อเติมพลัง เมื่อเห็นว่ารอยคล้ำใต้ตาของจื่อเฟิงหนักมากและเธอก็เหนื่อยล้าแม้จะคิดถึงเรื่องนี้
จากนั้นเธอก็เริ่มใช้กริชตัดเชือกบนตัวของเธอและค่อยๆ ตัดเชือกทั้งหมดออก
เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ และนับอยู่ในใจ “3 2 1! วิ่ง!”
จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนและฝืนความเจ็บปวดบนร่างกายวิ่งออกไปนอกประตู
เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหวทางนี้ จื่อเฟิงที่อยู่อีกด้านก็รีบลืมตาอย่างรวดเร็ว
ในระหว่างที่กำลังตื่นตระหนกนั้น เจียงสื้อสื้อรีบวิ่งไปที่ประตู
โดยไม่รู้ว่าเหยียบอะไรเจียงสื้อสื้อส่งเสียงร้องเบา ๆ และล้มลงกับพื้นอย่างแรง
แต่เธอก็ไม่มีเวลาจะสนใจเรื่องพวกนี้อีกต่อไปแล้ว รีบลุกขึ้นและวิ่งไปข้างหน้า
จื่อเฟิงตามเธอทันอย่างรวดเร็วและคว้าผมของเธอ
เจียงสื้อสื้อเจ็บปวดและอดไม่ได้ที่จะดิ้นรนต่อยและเตะไปที่จื่อเฟิง
หลังจากถูกทุบตีหลายครั้งความโกรธของจื่อเฟิงก็มาพร้อมกับการแสดงออกที่ดุร้าย “เธอบีบฉันเองนะ…”
กริชส่องแสงอีกเล่มปรากฏขึ้นในมือของเธอและเจียงสื้อสื้อก็ร้องออกมาด้วยความสยดสยองเพื่อหลีกเลี่ยงมัน
จื่อเฟิงเหมือนคนเสียสติ เธอหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง “ขอเพียงเธอตาย ในสายตาของจิ้นเฟิงเฉินก็จะมีแค่ฉัน”
“เธอบ้าไปแล้ว!”
เจียงสื้อสื้อเสียงสั่น
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ชอบจื่อเฟิง แต่ก็ไม่เคยคิดว่าจื่อเฟิงจะเกลียดเธอแบบนี้ ทรมานเธออยู่นานก็ยังไม่หายแค้น แถมยังจะฆ่าเธอ!
“ไม่ผิด ฉันบ้าไปแล้ว”
ด้วยมือที่แข็งแกร่งทำให้หนังศีรษะของเจียงสื้อสื้อเหมือนถูกฉีกออกและเธอไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากเขยิบเข้าไปใกล้จื่อเฟิง
จื่อเฟิงยิ้มและกรีดไปที่ท้องของเจียงสื้อสื้อด้วยกริชในมือของเธอ…
“โอ๊ย!”
เจียงสื้อสื้อร้องด้วยความเจ็บปวดและใช้มือกุมท้องไว้ เดินโซเซไปสองสามก้าวพร้อมกับสีหน้าเจ็บปวด
มือข้าวหนึ่งเคว้งอยู่ในอากาศสะเปะสะปะ
วินาทีต่อมาร่างนั้นล้มลงกับพื้น
แก้มของเจียงสื้อสื้อถูกกดลงกับพื้นและมีเลือดไหลออกมาจากระหว่างนิ้วขาวของเธอทำให้พื้นดินชื้นและสกปรกเป็นสีแดง
จื่อเฟิงมองลงไปที่เธออย่างเมินเฉย เช่นนั้นดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความยินดี
เธอพยายามที่จะดิ้นรนและคิดขึ้นได้ว่ามีเลือดอยู่ทุกหนทุกแห่ง
ไม่ว่าจะพยายามกี่ครั้งก็พ่ายแพ้ บนตัวไม่มีส่วนไหนที่ไม่เจ็บ
หัวใจของเธอมึนงง ดวงตามืดลงและสติก็ยิ่งห่างออกไปมากขึ้นเรื่อย ๆ…
สุดท้าย เจียงสื้อสื้อก็สลบไป
จื่อเฟิงหายใจสองสามครั้งในขณะที่ถือกริชเปื้อนเลือด
เมื่อเห็นเจียงสื้อสื้อไม่ขยับแล้ว ร่องรอยของความตื่นตระหนกปรากฏขึ้นในดวงตาของเธอ แต่เธอก็สงบลงอย่างรวดเร็ว
เธอก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ และเตะร่างที่ไม่เคลื่อนไหวของเจียงสื้อสื้อที่ไม่ตอบสนอง
เธอตายแล้ว! ในที่สุดเธอก็ตาย!
จื่อเฟิงถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือสั่นเล็กน้อย ทั้งตื่นเต้นทั้งกลัว
ต่อไปนี้ก็ไม่มีผู้ใดได้ครอบครองสายตาของจิ้นเฟิงเฉินอีกแล้ว!
ตอนนั้นเองประตูที่สั่นคลอนของโรงงานถูกเปิดออก
ป๋ายหลี่พาคนกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามา เมื่อเห็นฉากตรงหน้าก็เบิกตาโพลง และพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ “จื่อเฟิง เธอบ้าไปแล้ว!”
ทันทีหลังจากนั้นเขาโบกมือให้คนล้อมจื่อเฟิง
เมื่อจื่อเฟิงเห็นว่าคนที่มาคือป๋ายหลี่ เธอตื่นตระหนกเพียงเล็กน้อยแล้วเธอก็สงบจิตใจลง
เธอจัดปอยผมที่กระจัดกระเจิงแล้วถามป๋ายหลี่ “นี่คุณจะทำอะไร?”
สมองของเธอหมุนอย่างรวดเร็วและคิดหาข้ออ้างเพื่อเคลียร์ความสัมพันธ์
ความตกตะลึงในดวงตาของป๋ายหลี่ยังไม่หายไปและสายตาของจื่อเฟิงก็เหมือนกับการมองใครบางคนที่เธอไม่รู้จัก
เขามีสีหน้าเย็นชาและไม่พูดจาเพียงแค่มองไปที่ประตู
จื่อเฟิงมองตามสายตาเขาไป มือและเท้าของเธอเย็นเฉียบในทันที
เธอเห็นร่างสูงรีบเดินมาจากนอกประตูและผมอย่างพิถีพิถันที่มักจะได้รับการดูแลก็กระจัดกระจายเล็กน้อย
มีความตื่นตระหนกที่หายากบนใบหน้าที่เย็นชา
เมื่อเขาเห็นคนที่นอนอยู่ในห้อง มีเสียงหึ่งและสมองของจิ้นเฟิงเฉินก็ว่างเปล่า ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเลือด
คนคนนั้นที่อยู่ในหัวใจและเป็นดั่งแก้วตาของเขา ตอนนี้เธอนอนนิ่งจมกองเลือด แก้และริมฝีปากของเธอซีดขาว ราวกับไม่มีเสียงลมหายใจอีกแล้ว
จิ้นเฟิงเฉินไม่สามารถจะห้ามไม่ให้ตัวเขาสั่นไปทั้งตัวได้
ก่อนจากมาเธอยังมีชีวิตชีวา ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมถึงเป็นแบบนี้? !
เขาต้องการให้คนที่ทำร้ายเธอต้องเจ็บปวดดังพันหมื่นมีดเฉือนให้มันตายทั้งเป็น!
ลมหายใจของจิ้นเฟิงเฉินเปลี่ยนไป และทุกคนในห้องก็สั่นเทา
พวกเขาทั้งหมดก้มหน้าด้วยความหวาดกลัวต่อออร่ารุนแรงที่เล็ดลอดออกมาจากจิ้นเฟิงเฉิน