สัญญาร้ายของประธานปีศาจ - ตอนที่ 151
บทที่ 151 คุณจะล้มไม่ได้
ตอนบ่ายของวันถัดมา
ไป๋เสว่เอ๋อร์เพิ่งจะประชุมพร้อมกับเผยลี่เชินเสร็จ ก็มีคนมาเคาะประตูห้องของพวกเขา
เจียงหวั่นหวั่นดันประตูเข้ามา พอเห็นเข้ากับไป๋เสว่เอ๋อร์ก็รีบยิ้มขึ้นทันที “ เสว่เอ๋อร์ ฉันได้ข่าวมาแล้วล่ะ! ”
เธอรีบเดินเข้ามายืนอยู่ข้างๆไป๋เสว่เอ๋อร์แล้วลดเสียงต่ำลงพูดขึ้นมาว่า “ ฉันหาข่าวทั่วไปหมด แล้วก็ได้มาจริงๆว่าคำพูดพวกนั้นออกมาจากของใครแล้วล่ะ ! ”
“ ใคร? ” ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
เจียงหวั่นหวั่นทำหน้าเข้มขรึม “ เป็นคนใกล้ตัวเธอ ”
“ สวี่เยว่หรู? ”
วินาทีแรกชื่อที่แวบเข้ามาในหัวของไป๋เสว่เอ๋อร์ก็คือเขา แต่ใครจะรู้ว่าเจียงหวั่นหวั่นหลับส่ายหัว “ ไม่ใช่ แต่เป็นพวกเด็กฝึกงานแผนกผู้ช่วยสองคนนั้นต่างหาก ”
“ พวกเขา? ” ไป๋เสว่เอ๋อร์ขมวดคิ้วเข้ม
เด็กฝึกงานสองคนนั้นเธอก็รู้จัก อายุไม่มาก แถมยังดูร่าเริงอีกต่างหาก แต่ปกติแล้วตัวเธอเองก็ไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีให้พวกเขาสักหน่อย ทำไมพวกเขาจะต้องมาทำแบบนี้ลับหลังเธอด้วย
“ แต่จะยังไงก็ตาม ที่ฉันได้ยินมาก็คือพวกเขาสองคนบอกว่าเห็นกับตาตัวเองตอนที่เธอกับประธานเผยยื้อๆยุดๆกัน เป็นเพราะพวกนั้นเป็นคนของฝ่ายบริหาร ดังนั้นก็เป็นธรรมดาที่ทุกคนจะเชื่อกัน ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์สูดหายใจเข้าลึกๆ และพยักหน้าให้กับเจียงหวั่นหวั่น “ หวั่นหวั่น ฉันรู้แล้วล่ะ เรื่องครั้งนี้ต้องขอบใจมากๆนะ ”
“ ขอบคุณอะไรกัน เสว่เอ๋อร์ วันหลังถ้าเกิดมีเรื่องอะไรละก็ จะต้องบอกฉันเลยนะ ฉันจะอยู่ข้างๆเธอเอง ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกอบอุ่นขึ้นมา เงยหน้าขึ้นมองเจียงหวั่นหวั่นก่อนจะพยักหน้าพร้อมกับยิ้ม
ในตอนพักกลางวัน ไป๋เสว่เอ๋อร์ถือแก้วชานมมาหลายแก้ว แล้วเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำชา
ห้องน้ำชาที่แผนกเลขาให้พนักงานให้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เลิศหรูเหมือนของเผยลี่เชิน แต่ว่าของแต่ละอย่างก็ครบครัน แถมยังมีโซฟาไว้ให้พวกเธอได้พักผ่อน ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้ว่าโดยปกติแล้วในช่วงพักกลางวันแบบนี้พวกผู้ช่วยที่เป็นเด็กฝึกงานจะไปพักอยู่ที่นั่น
พอไป๋เสว่เอ๋อร์ไปถึง ผู้ช่วยอย่างเสี่ยวจางกับเสี่ยวหลิวก็อยู่ พอมองเห็นไป๋เสว่เอ๋อร์ก็รีบลุกขึ้นยืน ใบหน้าก็ดูขรึมนิดหน่อย “ เล…เลขาไป๋ ทำไมถึงมาได้ละคะ ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยิ้มขึ้นมาพูดแบบทีเล่นทีจริงๆ “ ทำไมพอเจอฉันแล้วต้องทำหน้าขรึมๆด้วยล่ะ ? ”
เสียวจางกับเสียวเฉินต่างก็หันมามองหน้ากัน ยิ้มขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
ไป๋เสว่เอ๋อร์เอาแก้วชานมในมือวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะพูดพลางยิ้ม “ ช่วงนี้ที่บริษัทค่อนข้างยุ่ง พวกเธอเองก็ทำงานหนัก ฉันก็เลยว่าจะเลี้ยงชานมสักแก้วน่ะ”
เสี่ยวจางกับเสี่ยวหลิวตาเปล่งประกายขึ้นมา ก่อนจะรีบพูดขึ้น “ ขอบคุณค่ะเลขาไป๋ ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ปัดๆมือ ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับพวกนั้น “ สองสามวันมานี่เหนื่อยหน่อยนะ ถ้าทำตัวดีละก็จะมีรางวัลแน่ๆ ”
พอพวกนั้นได้ยิน ก็พยักหน้าหลายที
พอไป๋เสว่เอ๋อร์เห็นว่าเริ่มได้ทีแล้ว ก็พูดขึ้นเบาๆ “ จริงสิ พอดีว่าฉันมีเรื่องอยากจะถามพวกเธอหน่อย ”
พอเสี่ยวจางได้ยินก็รีบถามขึ้น “ เลขาไป๋ มีเรื่องอะไรหรอคะ? ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ลังเลพักหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นแบบไม่เร่งไม่รีบ “ พักนี้ฉันได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับตัวเองในบริษัท พวกเธอรู้หรือเปล่า ? ”
พอพวกนั้นได้ยิน สีหน้าก็เปลี่ยนไป หันมาสบตากันพักหนึ่งด้วยสีหน้าที่ไม่เป็นธรรมชาติ
เสียวหลิวส่ายหัวแล้วพูดขึ้นตะกุกตะกัก “ พวกเรา…ไม่รู้ค่ะ ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยิ้ม ก่อนจะถามกลับ “ ไม่รู้จริงๆหรอ? ”
เสี่ยวจางเกิดรู้สึกกังวลขึ้นมาแล้วรู้สึกไม่มีความมั่นใจ ก่อนจะรีบก้มหน้าลงแล้วพูดขึ้น “ เลขาไป๋… เรื่องนี้เป็นความผิดของพวกเราเองค่ะ ในวันนั้นพวกเราเห็นคุณกับประธานเผยที่หน้าห้องทำงาน…ปากพวกเรามันก็เลยเร็วไปหน่อย ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์คิดไม่ถึงว่าเขาจะยอมรับเร็วขนาดนี้ เธอสูดหายใจลึกๆ เงียบไปพักหนึ่งก่อนจะถามขึ้นเสียงเบา “ พวกเธอเห็นอะไรบ้าง? ”
เสี่ยวหลิวเงยหน้าขึ้นมองเธออย่างรวดเร็ว “ พวกเราเห็นแค่ประธานเผยลากคุณเข้าไปในห้องทำงาน… ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ยินแล้วไม่ได้พูดอะไรต่อ
เสี่ยวจางกับเสี่ยวหลิวเมื่อเห็นว่าเธอเงียบอยู่นาน ก็รู้สึกกระสับกระส่ายขึ้นมา “ ขอโทษค่ะ เลขาไป๋ พวกเราไม่ควรที่จะพูดไปเรื่อยเปื่อย พวกเราสัญญาว่าจะไม่มีครั้งต่อไปแน่นอนค่ะ…”
“ ใช่ค่ะใช่ค่ะ เลขาไป๋ คุณอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกกับประธานเผยเลยนะคะ .. ”
สีหน้าของไป๋เสว่เอ๋อร์ดูจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย พร้อมกับมองพวกเขาน้ำเสียงก็เคร่งขรึมเล็กน้อยเช่นกัน “ ประธานเผยไม่ชอบคนที่ชอบพูดเสียๆหายๆลับหลังเป็นที่สุด ครั้งนี้ฉันสามารถปล่อยๆไปได้ แต่ว่าครั้งหน้าถ้าพวกเธออยากจะพูดอะไรออกไป ก็คิดดีๆแล้วกัน ”
เสี่ยวจางกับเสี่ยวหลิวเมื่อได้ยินก็รีบพยักหน้า “ เลขาไป๋ เรื่องครั้งนี้ขอโทษจริงๆค่ะ พวกเราจะจำไว้ ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วออกคำสั่ง “ พวกเธอพักผ่อนดีๆแล้วก็ตั้งใจทำงาน ฉันไปก่อนล่ะ ”
พอเห็นพวกเขาพยักหน้ารับ ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็เดินออกจากห้องน้ำชา
พวกเด็กฝึกงานพวกนี้เพิ่งจะมาที่บริษัทได้ไม่นาน บางครั้งก็ยังไม่ได้รู้ว่าเรื่องมันเป็นมายังไง เธอไม่อยากให้เรื่องเล็กๆแบบนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ก็เรื่องปล่อยให้เรื่องมันเงียบไปเอง
ครั้งนี้พูดให้มันชัดเจน และถือว่าได้ให้โอกาสพวกเขาไปแล้ว ถ้าเกิดพวกเขาฉลาดครั้งต่อไปก็ควรจะรู้ว่าอะไรควรพูดไม่ควรพูด
และอีกอย่างตอนนี้เผยลี่เชินก็มีเรื่องเป็นงานเป็นการให้ทำอย่างไม่หวั่นไม่ไหว เธอไม่อยากให้เรื่องแค่นี้ไปทำลายอารมณ์เขา
ไป๋เสว่เอ๋อร์ทำงานของตัวเองเสร็จ และกำลังคิดว่าจะเอาเอกสารไปส่งให้เผยลี่เชินที่ห้องทำงาน พอก้าวเท้าไปถึงประตูห้อง ฉีเฟิงก็บังเอิญเดินออกมาจากห้องพอดี
ฉีเฟิงดูมีสีหน้าที่ลังเลในตอนที่เห็นเธอ เหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่ได้พูดออกมา
ไป๋เสว่เอ๋อร์หยุดเดินแล้วเป็นคนถามขึ้นเอง “ เลขาฉี มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ? ”
ฉีเฟิงชะงักไปพักหนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงเบา “ ติดต่อรองประธานเผยไม่ได้เลยค่ะ ประธานเผยอารมณ์ไม่ค่อยดี ข้าวกลางวันก็ไม่ได้กิน ”
เธอขมวดคิ้วและยังไม่ทันได้พูดอะไร เขาก็พูดขึ้นมาอีก “ เลขาไป๋ คุณไปช่วยพูดหน่อยเถอะค่ะ เพราะเขาฟังคุณมาโดยตลอด ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ชชงักไปพักหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับ “ ฉันจะพยายามค่ะ ”
พูดจบ เธอก็เดินไปถึงแล้วเคาะประตู ก่อนจะดันเข้าไป
เผยลี่เชินกำลังนั่งคุยโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมอยู่หน้าโต๊ะในห้องทำงาน “ คุณทำตามที่ผมบอกไปก่อน ถ้ามีปัญหาอะไรให้รับรายงานผมทันที ”
เขาเงยหน้าขึ้นมาเจอกับไป๋เสว่เอ๋อร์ก็พูดขึ้นอีกประโยค “ แค่นี้ก่อนละกัน ”
เขาวางสายแล้วนวดคิ้วตัวเองด้วยความรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย ไป๋เสว่เอ๋อร์เดินเข้าไปเห็นกองเอกสารที่วางอยู่เต็มโต๊ะทำงาน กับกล่องอาหารข้างๆที่ยังไม่ได้เปิดก็รู้สึก…
เธอเอาเอกสารวางลง ก่อนจะถามขึ้นเสียงเบา “ ทำไมไม่กินข้าว? ”
เผยลี่เชินไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยื่นมือไปหยิบเอกสารที่เธอเพิ่งจะวางไปขึ้นมาพลิกออกดู
ไป๋เสว่เอ๋อร์พอเห็นแบบนี้ ก็ก้าวไปข้างหน้ายื่นมือกดเอกสารพวกนั้นเอาไว้ ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจัง “ กินข้าวให้เสร็จก่อน ”
เผยลี่เชินเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยความลังเลนิดหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปหยิบกล่องอาหารนั่นขึ้นมาแกะออกแล้วหยิบตะเกียบขึ้นมา
“ ตอนนี้ทั้งเผยซื่อต่างก็ต้องการคุณ คุณจะล้มไม่ได้นะ จะต้องกินข้าวเป็นเวลา พักผ่อนมากๆ ถึงจะได้มีการทำงานที่ดีขึ้น เข้าใจไหม?”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ใช้น้ำเสียงที่นุ่มนวล เหมือนกับว่ากำลังกล่อมเด็ก เผยลี่เชินรู้สึกว่าความกังวลและความไม่สบายใจหายไปเยอะมาก เขาสูดหายใจลึกๆมองดูไป๋เสว่เอ๋อร์แล้วพยักหน้า
ไป๋เสว่เอ๋อร์นั่งลงตรงข้ามกับเขา ก่อนจะยื่นมือไปหยิบเอกสารมาดูเรื่อยเปื่อย สายตาพลันไปสะดุดกับซองจดหมายฉบับหนึ่งแบบไม่ได้ตั้งใจ
ที่จ่าหน้าซองว่า “ จดหมายลาออก ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกแปลกใจ ก่อนจะยื่นมือไปหยิบขึ้นมาดู
หัวหน้าแผนกเทคนิคอย่างจางฉือยื่นใบลาออกด้วยตัวเอง มองอย่างเผินๆก็รู้ว่าเนื้อหาในจดหมายลาออกต้นฉบับมาจากในเน็ต
ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกแปลกใขเล็กน้อย ก่อนจะมองไปที่เผยลี่เชิน “ ทั้งเงินเดือนและสวัสดิการของหัวหน้าแผนกเทคนิคก็คงจะไม่เลว แต่ทำไมอยู่ดีๆถึงได้ลาออก? ”
เผยลี่เชินกินข้าวอยู่ก็ชะงักไป “ ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ได้อนุญาต ตอนนี้มีโครงการใหม่ที่กำลังทำอยู่ เขาเป็นหัวเรี้ยวหัวแรงของโครงการ ยังไงก็ไปไม่ได้ ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์เอ่ยปากถาม “ แล้วจะทำยังไง? ”
เผยลีเชินพูดขึ้นมาเรียบๆ “ ตีกลับไปก่อน พอผมว่างค่อยเรียกเขามาคุยกันซึ่งหน้าถามดูว่าจริงๆแล้วเพราะอะไรกันแน่ ถ้าเกิดเขาอยากจะเพิ่มเงินเดือน รับปากไปก็จบเรื่อง ”