สัญญาร้ายของประธานปีศาจ - ตอนที่ 155
บทที่ 155 ถามแล้วต้องตอบ
เสิ่นหรูเฟิงได้ยินรอยยิ้มมุมปากก็ยกขึ้นอีก “ คุณไป๋สามารถใช้เขาในการตามหาผมได้ แสดงว่าคุณก็ต้องรู้ถึงความสัมพันธ์ของผมกับเขาแล้วไม่ใช่รึไง? ”
คามไม่คิดว่าเขาจะยอมรับตรงๆแบบนี้
“ คุณเสิ่นตรงไปตรงมาจริงๆด้วยสินะคะ ” ไป๋เสว่เอ๋อร์ยิ้ม “ แต่ว่าฉันก็ยังแปลกใจอยู่ดีว่าจริงๆแล้วคุณเสิ่นมีจุดหมายอะไรกันแน่? ”
เพราะถ้าเกิดอยากจะเลื่ยขาเก้าอี้จริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องติดต่อกับจางฉือด้วยตัวเอง เป็นการกระทำที่โจ่งแจ้งเหมือนไม่กลัวว่าจะมีคนรู้
เสิ่นหรูเฟิงกระตุกยิ้มพร้อมกับหรี่ตาลงเผยให้เห็นแววตาบางอย่าง “ จุดหมายก็คืออยากจะให้คุณไป่มาเจอผมสักครั้ง ใครจะรู้ว่ามันจะได้ผลจริงๆ ”
เป็นธรรมดาที่ไป๋เสว่เอ๋อร์จะไม่เชื่อ เพราะจดหมายลาออกส่งไปให้เผยลี่เชิน ถ้าเกิดว่าเขามีเวลาตรวบสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจนว่าเสิ่นหรูเฟิงอยู่เบื้องหลัง คนที่มายืนอยู่ตรงนี้ก็คงจะเป็นเขา จะเป็นเธอมายืนอยู่ตรงนี้ได้ยังไง?
ไป๋เสว่เอ๋อร์ทำหน้าจริงจังขึ้น “ คุณเสิ่น ฉันรู้ว่าคุณยังมีงานอีกเยอะที่ต้องทำ ฉันแค่อยากจะพูดกับคุณตรงๆให้มันรู้เรื่อง ไม่ได้อยากที่จะทำให้คุณเสียเวลา ”
เสิ่นหรูเฟิงยังคงยิ้มอยู่เหมือนเดิม พร้อมกับพูดเสียงเบา “ งั้นก็ดี คุณไป๋ดื่มกับผมสักแก้ว ผมรับรองว่าจะบอกเรื่องจุดหมายของผมกับคุณแน่นอน ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์รีบเอ่ยปากปฏิเสธ “ ขอโทษด้วยนะคะคุณเสิ่น แต่ว่าฉันดื่มไม่เป็น ”
เสิ่นหรูเฟิงไม่ได้รู้สึกอารมณ์เสีย ก่อนจะพูดออกมาอย่างสบายๆ “ ในเมื่อคุณไป๋ไม่ดื่มงั้นก็ช่างเถอะ ผมยังมีงานต้องไปทำอีก ขอโทษที่ไม่ได้ไปส่งนะครับ ”
พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินกลับทำท่าจะเข้าไปในห้อง
ไป๋เสว่เอ๋อร์ชะงักไปพร้อมกับกำหมัดแน่นก่อนจะเรียกเขาไว้ “ เดี๋ยวก่อนค่ะ ”
คิดไม่ถึงว่าคนอย่างเสิ่นหรูเฟิงจะไร้เหตุผลแบบนี้ เธอไม่ดื่ม เขาก็จะไปง่ายๆแค่โอกาสจะคุยก็ไม่ให้
เสิ่นหรูเฟิได้ยินก็หันกลับไปดูไป๋เสว่เอ๋อร์ ก่อนจะยิ้มแล้วผายมือออก “ คุณไป๋ เชิญครับ ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์แอบกัดฟัน สุดท้ายก็เดินเข้าไป
ในเมื่อมาถึงนี่แล้วก็ไม่อยากจะกลับไปมือเปล่า ครั้งนี้ที่เธอมาเจอเสิ่นหรูเฟิงมีจุดมุ่งหมายสองอย่าง อย่างแรกคืออยากจะรู้ว่าการที่เขาเลื่อยขาเก้าอี้นั่นมีจุดหมายอะไร เป็นเพราะแค่อยากจะทำให้วุ่นวายหรือมีอะไรมากกว่านั้น อย่างที่สองคือเรื่องที่เขาหมิงเย่ตอนนี้เขามีส่วนเกี่ยวข้องหรือเปล่า
ไม่ว่าจะพูดยังไง วันนี้เธอก็วางหมากกระดานเดียวกันกับเขาแล้ว และพอจะดูออกมาเขาเองก็เป็นคู่แข่งที่ไม่ใช่ว่ารับมือได้ง่ายๆ ม่แปลกที่เผยลี่เชินจะบอกว่าเขาเจ้าเล่ห์ไม่อยากจะไปยุ่งวุ่นวายด้วย
เธอเดินเข้าไปในห้องก็เห็นว่ามีคนนั่งอยู่เต็มโต๊ะ ส่วนมากจะเป็นผู้ชายอายุสามสี่สิบปีแต่ละคนก็แต่งตัวดีทั้นั้น คาดว่าจะเป็นคนในวงการการค้า
พอเห็นเธอ คนอื่นๆต่างก็เงียบลง ไป๋เสว่เอ๋อร์เองก็เห็นหน้าคุ้นอยู่หลายคนเพราะเธอจำได้ว่าต่างก็เป็นคนที่เคยทุรกิจร่วมกับเผยซื่อทั้งสิ้น พอเห็นแต่ละคนมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปคาดว่าน่าจะจำได้แล้วว่าเธอเป็นใคร
เสิ่นหรูเฟิงเดินมาอยู่ข้างๆเธอพร้อมกับแนะนำให้คนอื่นๆรู้จัก “ คนนี้คือคุณไป๋ อาจจะมีคนรู้จักบ้างแล้ว คุณไป๋เป็นเพื่อนของผมเอง พอดีมีเรื่องก็เลยมาหาผมเลยพามาแนะนำให้ทุกคนรู้สึกแล้วดื่มสักหน่อย ”
พอเสิ่นหรูเฟิงพูดขึ้นมาแบบนี้ ก็มีคนยิ้มรับ “ ได้ยินมานานแล้วว่าคุณไป๋สวยงามเกินคนอื่นๆ วันนี้ได้เจอ ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยิ้มรับตามมารยาท พอเห็นพนักงานเอาเก้าอี้มาจัดวางให้ข้างๆเสิ่นหรูเฟิงก็ทำได้แค่เดินไปนั่ง
“ มาครับ คุณไป๋ดื่มกันสักแก้ว วันนี้ได้เจอต่อไปก็เป็นเพื่อนกันแล้ว ” เสิ่นหรูเฟิงพูดเสร็จก็เทเหล้าแล้วยื่นมาทางไป๋เสว่เอ๋อร์
ไป๋เสว่เอ๋อร์เห็นแก้วเหล้าในมือของเขาแล้วก็ขมวดคิ้ว คาดไม่ถึงว่าจะเอาเหล้าขาวมากินในการกินข้าววันนี้ เดิมทีเธอดื่มไม่เก่งอยู่แล้ว วันนี้ดื่มเหล้าขาวลงไปก็คาดว่าจะรับไม่ไหว
เธอสูดหายใจลึกก่อนจะยิ้มส่งให้เสิ่นหรูเฟิง “ คุณเสิ่น เพิ่งจะมาถึงก็ให้ฉแนดื่มเหล้า กลัวว่าจะกินข้าวไม่ได้แล้วน่ะสิ ”
เธอพูดมาแบบนี้ คนอื่นๆบนโต๊ะก็ยิ้มขึ้นมา เสิ่นหรูเฟิงก็หรี่ตา “ งั้นในเมื่อคุณไป๋เป็นผู้หญิง ผมก็จะไม่ทำให้คุณลำบากใจ….บ๋อย ไปรินไวน์แดงมาสิ ”
พักเดียวก็มีไวน์แดงมาหนึ่งแก้ว ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้ว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็เลยยื่นมือไปรับแก้วมา เธอสูดหายใจยาวๆก่อนจะมองไปที่คนอื่น “ ดื่มให้ทุกท่าน ”
พูดแล้วเธอก็ยกแก้วดื่มไวน์แดงนั่น
เธอยังไมทันได้วางแก้ว ก็มีเสียงดังจากรอบๆ “ คุณไป๋ คำเดียวมันจะไปพอได้ยังไง แสดงความจริงใจหน่อยครับ ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ขมวดคิ้วยังไม่ทันได้พูดอะไร เสิ่นหรูเฟิงที่อยู่ข้างๆก็พูดขึ้นมา “ คุณไป๋คงจะไม่รู้ว่าบนโต๊ะนี้ สองอย่างคือไม่ดื่ม กับดื่มหมดแล้ว จะมีดื่มแค่คำเดียวได้ยังไงล่ะครับ? ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ยินแล้วกำแก้วนั้นแน่นขึ้นไปอีก เหมือนวันนี้เธอเข้ามาในดงหมาป่าเข้าแล้ว ไม่เพียงแค่เสิ่นหรูเฟิงที่ไม่ง่ายต่อการรับมือ คนอื่นๆในนี้ก็ไม่ต่างกัน
เธอสูดหายใจเข้าลึก กดอารมณ์ตัวเอาไว้ก่อนจะยิ้มออกมา “ ทำไมทุกท่านถึได้ทำให้ฉันลำบากใจล่ะคะ ยังไงฉันก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง จะให้ไปเทียบกับผุ้ชายอย่างทุกท่านได้ยังไง ใช่ไหมคะ ”
บางครั้งความอ่อนแอก็เป็นทางเลือกที่ดี ถ้าเกิดเธอโดนมอมขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก
พอเธอพูดออกไปแบบนี้ ทุกๆคนต่างก็ยิ้มออกมา แต่เสิ่นหรูเฟิงกลับไม่ยอมง่ายๆ “ คุณไป๋จะมาคุยเรื่องบางอย่างกับผมไม่ใช่หรอครับ? ทำแบบนี้ก็เท่ากับว่าไม่ค่อยจะไว้หน้าผมเลยนะ ”
ถึงแม้ว่าในตอนพูดเขาจะยิ้มออกมาด้วย แต่ว่าไป๋เสว่เอ๋อร์ก็รับรู้ได้ถึงการบังคับของเขา เธดสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะสบตาเขาแล้วพูดเสียงเบาทำให้คนข้างๆได้ยินไม่ถนัด “ เล่นเกมไม่ดีกว่าหรอคะ ฉันดื่มหมดแก้วนี้ คุณเสิ่นต้องตอบคำถามทุกอย่าง ”
เสิ่นหรูเฟิงชะงักไปหลายวิก่อนจะตอบแบบปัดๆไป “ ได้ ”
พอได้ยินคำตอบของเขา ไป๋เสว่เอ๋อร์ยกแก้วไวน์ขึ้นมาอย่างไม่ลังเลสักนิด ก่อนจะดื่มลงไปทีเดียวหมด รสฝาดบาดผ่านลงคอไปถึงร่างกาย ทำให้เธอรู้สึกขนลุกกระทั่งแทรกซึมผ่านร่างกาย ผ่านพักเดียวเธอก็รู้สึกร้อนๆขึ้นมา
ไวน์แดงนี้ดีกรีก็ไม่ใช่ต่ำๆ
ไป๋เสว่เอ๋อร์วางแก้วเปล่าลงบนโต๊ะ ก่อนจะหันมามองเสิ่นหรูเฟิงแล้วยิ้มอ่อนๆ เธอสูดหายใจลึกเพื่อสะกดอารมณ์เหล้า ก่อนจะพูดขึ้น “ ทำไมถึงเลื่อยขาก้าวอี้ของเผยซื่อ แถมยังลงมือเองอีกต่างหาก ”
เสิ่นหรูเฟิงยิ้มบาง แล้วเทเหล้าขาวลงในแก้วตัวเองแล้วดื่มลงไปครั้งเดียวหมด “ คำถามนี้ผมเพิ่งจะตอบคุณไป ว่าเพราะที่จะล่อคุณเข้ามา ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ขมวดคิ้ว “ แล้วทำไมคุณถึงคิดว่าคนที่จะมาพบคุณจะเป็นฉัน ? ”
เสิ่นหรูเฟิงกระตุกยิ้ม พร้อมกับตั้งใจขยิบตาให้เธอ “ ผมรู้สึกแบบนั้น ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์สูดหายใจลึก คำตอบของเขาข้อนี้ มันไม่ความจริงเลยสักอย่าง “ แล้วทำไมต้องอยากจะมาเจอกับฉัน ? ”
“ นี่ถือเป็นคำถามที่สอง ” เสิ่นหรูเฟิงยิ้ม ก่อนจะยกแก้วไวน์ข้างๆตัวพร้อมกับเทให้เธอครึ่งแก้ว
ไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ยินแล้วรู้สึกโกรธขึ้นมา เสิ่นหรูเฟิงคนนี้ก็ไม่รักษาสัจจะเกินไปแล้ว หลอกให้เธอดื่มเหล้าแต่กลับตอบแค่คำถามเดียว
เธอมองดูของเหลวในแก้วก่อนจะกัดฟัน ยื่นมือออกไปเอาแก้วนั้นมาก่อนจะดื่มลงไป
พอดื่มแก้วที่สองจนหมด ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็วางแก้วลงบนโต๊ะ ก่อนจะหันไปหาเสิ่นหรูเฟิง
เขายังคงทำหน้าเล่นๆไม่ได้จริงจัง แล้วสีหน้าที่ไม่แคร์อะไรสักนิด เขาตอบเสียงเบา “ อยากเจอกับคุณก็เพราะเจตนาของผมไม่ใช่จางฉือแต่เป็นคนคุณต่างหาก ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ขมวดคิ้ว พร้อมกับมองไปที่เขาอย่างสับสน
เขาถามขึ้นอย่างมีเล่สนัย “ ผมอยากจะถามว่าเผยลี่เชินให้คุณเท่าไหร่ คุณถึงยอมอยู่ข้างเขา?