สัญญาร้ายของประธานปีศาจ - ตอนที่ 201
ตอนที่ 201 งานเลี้ยงวันเกิด
เมื่อไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ยินดังนั้น อารมณ์ของเธอก็ค่อยๆ สงบนิ่งลงในที่สุด เธอยกมือขึ้นเพื่อปาดน้ำตาที่ดวงตาของเธอ ระหว่างที่เธอกำลังพูดนั้น เธอก็ได้ยินเสียงของป้าจางดังขึ้นที่บริเวณหน้าประตู พร้อมกับพูดเพื่อเตือนคนทั้งคู่ว่า “คุณผู้ชายคะ คุณหนูไป๋ รถพร้อมแล้วค่ะ”
เผยลี่เชินพยักหน้า พร้อมกับก้มศีรษะลงและถามหญิงสาวว่า “จะไปกันหรือยัง”
ไป๋เสว่เอ๋อร์พยักหน้า เธอเอื้อมมือไปจับมือของเผยลี่เชินเอาไว้ เธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือของชายหนุ่ม ทำให้หัวใจของเธอนั้นสงบลงขึ้นมา
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถยนต์ก็มาจอดสนิทอยู่ที่หน้าทางเข้าหลักของโรงแรมตี้เหาอย่างช้าๆ สองข้างทางของทางเข้านั้นมีดอกไม้ประดับอยู่เต็มไปหมด คำอวยพรวันเกิดเหอหลิงเฟิงปรากฏอยู่บนหน้าจอ LED นั้น บริเวณทางเข้ามีผู้คนเดินผ่านไปมาตลอด เห็นได้ชัดว่ามีแขกที่เดินทางมาถึงแล้วไม่น้อยทีเดียว
ไป๋เสว่เอ๋อร์ลงจากรถพร้อมกับเผยลี่เชิน ครั้นเมื่อเธอก้าวออกไปจากรถ เธอก็รู้สึกหนาวขึ้นมาในทันที เธอจึงขยับเสื้อสูทตัวนอกที่วางทับบนไหล่นั้นเข้ามา และอดไม่ได้ที่จะสั่นเล็กน้อย
ทันใดนั้น ก็ปรากฏภาพของแขนที่เพรียวบางขึ้นที่ข้างกายของเธอ มือที่ใหญ่คู่นั้นโอบตัวของเธอเข้าไว้ในอ้อมแขน “พอเข้าโรงแรมไปแล้ว ก็ไม่หนาวแล้วล่ะ”
ขณะที่เผยลี่เชินพูดนั้น เขาก็โอบไป๋เสว่เอ๋อร์และพาเธอก้าวขึ้นบันไดไป
เจิงหงยืนอยู่ที่ด้านหลังของพวกเขา มือทั้งสองข้างของเขานั้นกำลังถือกล่องใบหนึ่งอย่างระมัดระวัง ภายในกล่องนั้นคือชุดกาน้ำชาดินเผาอย่างดีที่สุด และกว่าจะได้ของขวัญเป็นกาน้ำชาชุดนี้นั้น เผยลี่เชินได้ผ่านการไตร่ตรองมาแล้วไม่น้อยทีเดียว
เมื่อเข้ามาถึงยังล็อบบี้ บนเชิงบันไดระหว่างทางขึ้นไปยังชั้นสองของห้องโถงจัดเลี้ยงนั้น มีบริกรหนุ่มสาวที่สวมชุดเครื่องแบบ 3-4 คนกำลังยืนรออยู่ พวกเขามีหน้าที่ตรวจสอบบัตรเชิญของแขกที่มาที่นี่ ก่อนที่จะปล่อยให้พวกเขาเข้าไปในงานได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งนี้ได้
บริกรสาวสวยคนหนึ่งดูบัตรเชิญที่เผยลี่เชินส่งให้เธอตรวจสอบ เธอยืนยันความถูกต้อง พร้อมกับพยักหน้าและยิ้มให้กับชายหนุ่มและไป๋เสว่เอ๋อร์เล็กน้อย “เชิญทั้งสองท่านเข้าไปได้ค่ะ ส่วนผู้ติดตามไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ค่ะ”
ครั้งนี้เป็นงานเลี้ยงวันเกิดฉลองครบรอบ 50 ปีของเหอหลิงเฟิง เป็นธรรมดาที่จะต้องจัดงานใหญ่โต แต่ยิ่งในสถานการณ์แบบนี้ ก็ยิ่งง่ายกับการที่จะมีคนแปลกหน้าเข้ามาแปลกปลอมอยู่ในงานด้วย ทำให้การตรวจสอบต้องมีความเข้มงวดอย่างมาก
เผยลี่เชินกับไป๋เสว่เอ๋อร์สามารถเข้าไปในงานได้ แต่เจิงหงจะต้องรออยู่ที่ด้านนอก ไป๋เสว่เอ๋อร์โน้มตัวเล็กน้อยไปหาเจิงหง พร้อมกับยิ้มให้เขา “ลุงหงคะ ส่งของขวัญมาให้หนูก็ได้ค่ะ”
หลังจากที่รับของขวัญจากมือของเจิงหงแล้ว ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็เดินขึ้นไปยังห้องจัดเลี้ยงบนชั้นสอง พร้อมกับเผยลี่เชิน
เมื่อมาถึงยังชั้นสอง ระหว่างที่พวกเขาเดินมาถึงยังหน้าบันไดนั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงวงดนตรีกำลังเล่นดนตรีอยู่ที่ด้านใน การตกแต่งของห้องจัดเลี้ยงทั้งห้องนั้นดูสวยสดงดงามอย่างมาก เมื่อเทียบกับคราวก่อนที่พวกเขามา ดูเหมือนว่าเหอหย่าหานจะเอาใจใส่กับงานเลี้ยงครั้งนี้เป็นอย่างมาก
ภายในห้องจัดเลี้ยงมีคนเดินกันอย่างขวักไขว่ ส่วนใหญ่แล้วมากันเป็นคู่ทั้งนั้น แต่ละคู่รวมตัวกันกลายเป็นกลุ่มใหญ่ ไป๋เสว่เอ๋อร์ยังเห็นผู้คนที่หน้าตาคุ้นเคยจำนวนมากมาย ส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้คนที่ต่างอยู่ในแวดวงธุรกิจ
เมื่อเดินไปได้ไม่ไกลมากนัก สายตาหลายคู่ก็มาหยุดรวมกันอยู่ที่ไป๋เสว่เอ๋อร์และเผยลี่เชิน นี่ดูเหมือนว่าจะเป็นครั้งแรกที่พวกเขาปรากฏตัวในฐานะคู่รักต่อหน้าสาธารณชน นับตั้งแต่ครั้งที่พวกเขาประกาศเปิดเผยความสัมพันธ์
ไป๋เสว่เอ๋อร์สวมชุดราตรียาวระยิบระยับ ทุกก้าวที่เดินเคียงคู่ไปกับเผยลี่เชินนั้น การตกแต่งบนชุดก็สะท้อนแสงและส่องประกายระยิบระยับเต็มไปหมด ในครู่หนึ่งนั้น สายตาของหญิงสาวและชายหนุ่มทุกคนในห้องจัดเลี้ยงต่างมองมาที่เธอคนเดียว ยากที่จะถอนสายตาออกไปได้
ไม่ไกลนัก เหอหย่าหานที่อยู่ข้างกายเหอหลิงเฟิงก็สังเกตเห็นถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้น เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น เธอก็มองเห็นร่างของคนสองคนที่เปล่งประกายกำลังเดินมาหาเธอ
ดวงตาของเธอนั้นเบิกกว้าง สายตาของเธอมืดมน และใบหน้าของเธอดูบูดบึ้งขึ้นมาในทันที
เผยลี่เชินสวมชุดสูทสีน้ำเงินเข้มที่ตัดเย็บอย่างดี รูปร่างของเขานั้นดูสูงชะลูดทีเดียว มาดของเขายังดูสง่างามและมีขาติตระกูลอย่างมาก ส่วนไป๋เสว่เอ๋อร์สวมชุดราตรีสีน้ำเงินเข้ม กระโปรงของเธอนั้นเปล่งประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวนับหมื่นพันดวงที่ทำให้ตาต้องพร่ามัว
ครู่หนึ่งนั้น เธอก็อดไม่ได้ที่จะกำมือแน่น พร้อมกับก้มลงมองชุดราตรีสีเหลือบชมพูที่เธอแย่งมาจากไป๋เสว่เอ๋อร์ ยิ่งทำให้เธอรู้สึกถูกบดบังความเปล่งประกาย และไม่อาจเทียบแสงอันระยิบระยับของไป๋เสว่เอ๋อร์ได้แม้แต่นิดเดียว!
เป็นไปได้อย่างไร! เธอมั่นใจมากว่าชุดราตรีทุกชุดของ Sara นั้น เธอดูมาหมดแล้ว และไม่เคยเห็นชุดนี้มาก่อนเลยสักนิดเดียว!
ความโกรธของเธอยากที่จะปิดบังได้ แก้มของเธอแดงขึ้นมาด้วยความโกรธจัด เหอหลิงเฟิงที่อยู่ข้างเธอนั้นสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ผิดปกติ เขาจึงหัวหน้ามาถามเธอว่า “ลูกหาน หนูเป็นอะไรไปน่ะ”
เหอหย่าหานหันกลับไปตอบในทันที และรีบส่ายศีรษะอย่างรวดเร็ว “เปล่าค่ะ…”
สีหน้าของเธอกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ทว่ามือที่วางอยู่ข้างตัวของเธอนั้นยังคงกำแน่น และไม่คลายออกเลยสักนิดเดียว
“พ่อคะ เผยลี่เชินมานั่นแล้วค่ะ หนูไปต้อนรับเขาก่อนนะคะ” เหอหย่าหานเก็บความโกรธเอาไว้ในใจ เมื่อเธอเห็นว่าเหอหลิงเฟิงพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการตอบรับเธอแล้วนั้น เธอจึงเดินออกไปอย่างรวดเร็ว และพุ่งตรงไปที่เผยลี่เชิน
หลังจากที่เธอถูกเผยลี่เชินปฏิเสธต่อหน้าเมื่อคราวก่อน เธอก็ยิ่งรังเกียจไป๋เสว่เอ๋อร์มากขึ้นทุกที แต่ไหนแต่ไรมาเธอไม่เคยเห็นลูกสาวของคนที่สูญสิ้นเงินทองต้องล้มละลายอย่างไป๋เสว่เอ๋อร์อยู่ในสายตาเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ว่าตอนนี้เธอกลับเข้ามาอยู่ในสายตาของเธอ และไม่อาจจะละสายตาออกไปได้เลย!
เหอหย่าหานกัดฟัน และเปลี่ยนสีหน้าของเธอให้ยิ้มแย้มพร้อมออกไปต้อนรับแขก “ลี่เชิน!”
เมื่อเผยลี่เชินเห็นเหอหย่าหาน ก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งก่อนที่ทั้งสองคนพบกัน เมื่อเห็นว่าสีหน้าของเธอปกติดี เขาก็รู้สึกโล่งในเล็กน้อย
เมื่อเหอหย่าหานเดินเข้ามาใกล้ เธอก็เหลือบมองไป๋เสว่เอ๋อร์แค่เพียงเล็กน้อย แต่ทว่าสายตาของเธอกลับไปหยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่งที่กล่องของขวัญที่ถูกห่อมาอย่างดีที่เธอกำลังถืออยู่
เธอพยักหน้าเล็กน้อยให้ไป๋เสว่เอ๋อร์ “คุณไป๋”
แค่นี้ ก็ถือว่าเธอได้ทักทายหญิงสาวแล้ว ถึงแม้เธอจะไม่พอใจไป๋เสว่เอ๋อร์อย่างไร แต่ในงานเลี้ยงเช่นนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเล่นละครให้ผ่านไปให้ได้
เหอหย่าหานยิ้มให้เผยลี่เชินเล็กน้อย “ลี่เชินคะ คุณพ่อรอคุณนานมากแล้ว ฉันพาคุณไปพบท่านก่อนดีไหมคะ”
เผยลี่เชินตอบเธอกลับไป “ดีครับ”
เมื่อได้ยินชายหนุ่มตอบกลับมาเช่นนั้น เหอหย่าหานก็พยักหน้าตอบรับ พร้อมกับมองไปที่ไป๋เสว่เอ๋อร์ และยื่นมือไปทางหญิงสาว “คุณไป๋คะ ส่งของขวัญมาให้ฉันก็ได้ค่ะ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเธอก็พยักหน้าและยิ้มอย่างสุภาพ พร้อมกับส่งของขวัญที่อยู่ในมือให้กับเธอ
ขณะที่เดินตามเหอหย่าหานเข้าไปยังบริเวณด้านในสุดของฝูงชน บรรดาผู้คนที่ต่างเข้ามาอวยพรเหอหลิงเฟิงเมื่อครู่นี้นั้น ต่างเปิดทางให้เผยลี่เชินและไป๋เสว่เอ๋อร์เข้าไปโดยอัตโนมัติ
เหอหลิงฟางยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ทั้งเอวและหลังของเขายืดตรง สีหน้าเต็มไปด้วยความสง่างาม เมื่อเขาเห็นเผยลี่เชินกำลังเดินเข้ามาใกล้ สายตาที่เคยเปี่ยมไปด้วยความจริงจังของเขา ก็ปรากฏให้เห็นรอยยิ้มจางๆ ขึ้นมาในทันที
“ลี่เชิน มาแล้วเหรอ”
เผยลี่เชินรีบก้าวไปข้างหน้าในทันที พร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อยและส่งมอบของขวัญให้กับคุณลุงเหอ “คุณลุงเหอครับ สุขสันต์วันเกิดนะครับ ขอให้คุณลุงคิดสิ่งใดสมปรารถนา มีความสุขและแข็งแรงอายุยืนยาวนะครับ”
เมื่อเหอหลิงเฟิงได้ยินดังนั้น เขาก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “เจ้าหนุ่มน้อย ช่างพูดช่างจาจริงๆ นะ ไม่เหมือนกับเจ้าพ่อหัวดื้อหัวโบราณของนายเลย บอกให้มางานเลี้ยงก็ไม่ยอมมา ไม่ชอบคนเยอะแยะ! ต้องนัดไปเจอแยกวันกันต่างหาก เล่นหมากรุกด้วยกันแล้วก็ชนแก้ว!”
เหอหลิงเฟิงกับพ่อของเผยลี่เชินอย่างเผยชิงหวินนั้น ทั้งสองคนเป็นสหายเก่าที่รวมรบในสงครามด้วยกันมา พวกเขาทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาโดยตลอด เพราะเหตุนี้ จึงทำให้คุณพ่อของทั้งสองตระกูลนั้นคิดที่จะเป็นคนกลางสานความสัมพันธ์ระหว่างเผยลี่เชินและเหอหย่าหาน
เผยลี่เชินยิ้ม “คุณลุงเหอไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ พ่อของผมเขาเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ให้คุณลุงเอาไว้แล้วครับ”
เมื่อเหอหลิงเฟิงได้ยินดังนั้น ก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้นไปอีก ทันใดนั้น สายตาของเขาก็มองไปเห็นไป๋เสว่เอ๋อร์ที่ยืนอยู่ด้านหลังของเผยลี่เชิน เขาเก็บรอยยิ้ม และมองไป๋เสว่เอ๋อร์ตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นเขาก็มองไปที่เผยลี่เชิน และเอ่ยปากถามว่า “เธอชื่ออะไรน่ะ”
เผยลี่เชินจับมือไป๋เสว่เอ๋อร์เอาไว้ พร้อมกับแนะนำเธอให้เหอหลิงเฟิง “เธอเป็นแฟนของผมครับ เธอชื่อไป๋เสว่เอ๋อร์”
เมื่อได้ยินคำว่า “แฟนของผม” คำสามคำนั้นแล่นผ่านเข้ามาในหู สีหน้าของเหอหลิงเฟิงก็เครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด สีหน้าที่ปรากฏบนใบหน้าของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยิ้มให้กับเหอหลิงเฟิง และอาศัยโอกาสนี้ในการอวยพรเขา “คุณลุงเหอคะ สุขสันต์วันเกิดค่ะ ขอให้คุณลุงมีความสุขและมีสุขภาพแข็งแรงมากๆ นะคะ”
เหอหลิงเฟิงพยักหน้าตอบรับ แต่เห็นได้ชัดว่าสายตาของเขานั้นอ่อนลงมากขึ้นทีเดียว สายตาของเขาเหลือบมองไปที่ไป๋เสว่เอ๋อร์ และหันกลับไปมองที่เผยลี่เชินอีกครั้งในทันที พร้อมกับเอ่ยปากถามเขาว่า “รอเดี๋ยวก่อน มาดื่มฉลองเป็นเพื่อนฉันหน่อย”
เผยลี่เชินพยักหน้าตอบรับ “ได้ครับ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์รับรู้ได้ถึงมุมมองที่เหอหลิงเฟิงมีต่อเธอได้อย่างชัดเจน แม้แต่บรรดาผู้คนที่อยู่ข้างๆ ต่างก็รับรู้ถึงความรู้สึกนั้นได้เช่นกัน ครู่ต่อมา สายตาของผู้คนจำนวนมากต่างมองตรงมาที่เธอ พร้อมกับซุบซิบพูดคุยเรื่องของเธอ