สัญญาร้ายของประธานปีศาจ - ตอนที่ 209
ตอนที่ 209 ครั้งหน้าเปลี่ยนเป็นการกระทำก็พอแล้ว
ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกงงเป็นไก่ตาแตก “ถ้าอย่างนั้น เมื่อกี้ทำไมคุณถึง…”
เผยลี่เชินขยิบตาให้หญิงสาว จากนั้นเขาก็ก็หยิบผ้านวมออกมาจากตู้เสื้อผ้าที่ตั้งอยู่ด้านข้าง และวางลงบนเตียง เขาเดินไปที่เตียงของไป๋เสว่เอ๋อร์ พร้อมกับค่อยๆ กดตัวเธอให้เอนหลังนอนลงบนเตียง “ที่ศีรษะของคุณยังมีแผลอยู่ จะให้ผมมานอนบนเตียงเดียวกับคุณไม่ได้หรอก คุณพักผ่อนให้เต็มที่เถอะ ผมจะนอนอยู่ข้างๆ ตรงนี้เป็นเพื่อนคุณเอง”
ไป๋เสว่เอ๋อร์นิ่งเงียบไม่พูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง เธอรู้สึกว่าเผยลี่เชินวางแผนแกล้งเธอมาตั้งแต่แรกแล้ว
ไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่รู้จะโกรธหรือยิ้มดี สุดท้ายเธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ทำได้เพียงนอนนิ่งเงียบอยู่บนเตียงเท่านั้น
เมื่อไฟดับลง ภายในห้องผู้ป่วยก็มืดลงในทันที ไป๋เสว่เอ๋อร์นอนอยู่บนเตียง แต่กลับไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิดเดียว
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จู่ๆ จะตัดสินใจพูดออกมาว่า “เผยลี่เชิน…”
“หืม”
ไป๋เสว่เอ๋อร์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ “เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ขอโทษด้วยนะคะ”
เรื่องราวของคุณแม่ไป๋อยู่เหนือการควบคุมของเผยลี่เชิน เหตุผลที่เขาปิดบังความจริงกับเธอ นั่นก็เพราะเขาต้องการทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นนั่นเอง
“ไป๋เสว่เอ๋อร์ คุณรู้ไหม ผมเกลียดที่สุดเวลาคุณพูดคำคำนี้กับผม”
เมื่อไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ยินดังนั้น เธอก็ยิ้มแหยที่ริมฝีปากขึ้น ขณะที่เธอกำลังจะถอนคำพูด ทันใดนั้น เธอก็ได้ยินเสียงของชายหนุ่มดังขึ้นอีกครั้งพอดี
“ถ้าครั้งหน้าคุณคิดจะพูดคำคำนี้อีกล่ะก็ คุณเปลี่ยนจากคำพูดเป็นการกระทำที่เห็นได้จริงก็พอแล้ว”
ประโยคนี้ประโยคเดียวเท่านั้น ทำให้ไป๋เสว่เอ๋อร์ถึงกับไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้เลย
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับพูดออกมาอย่างเขินอายว่า “ฉันจะนอนแล้ว!”
ในเช้าตรู่วันต่อมา เมื่อไป๋เสว่เอ๋อร์ตื่นขึ้นมา เธอก็เห็นว่าที่โต๊ะด้านหน้านั้นมีอาหารเช้าวางอยู่เรียบร้อยแล้ว เธอลุกขึ้นนั่งตัวตรง แต่ทว่าเธอกลับไม่เห็นเงาของเผยลี่เชินอยู่ในห้องผู้ป่วยนี้เลย
เธอลุกขึ้นและเดินออกไปยังด้านนอก เธอก็มองเห็นเผยลี่เชินที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักในทันที กำลังยืนอธิบายตักเตือนโจ๋วฝันที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
เมื่อเผยลี่เชินหันหลังกลับมา เขาก็เห็นไป๋เสว่เอ๋อร์อยู่ที่หน้าประตูห้อง เขาขมวดคิ้วในทันที “กลับเข้าไปในห้องสิ ข้างนอกหนาวจะตาย”
น้ำเสียงของชายหนุ่มที่ตอบกลับมานั้นฟังไม่รื่นหูเสียเลย ไป๋เสว่เอ๋อร์จึงได้แต่พูดว่า “อืม” เป็นการตอบกลับไป จากนั้นก็เดินหันหลังกลับเข้าห้องไป
เมื่อไป๋เสว่เอ๋อร์เดินกลับไปที่เตียงแล้ว เธอก็หยิบซาลาเปาหนึ่งลูกขึ้นมากัดเต็มคำ จากนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นบริเวณที่ประตู
เมื่อเผยลี่เชินผลักประตูเข้ามา และเห็นไป๋เสว่เอ๋อร์กำลังนั่งอึ้งอยู่บนเตียง พร้อมกับกินซาลาเปาอยู่เต็มปาก เขาก็เลิกคิ้วขึ้น และพยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับผู้หญิงที่แสนจะธรรมดาติดดิน ไม่สนใจภาพลักษณ์ใดๆ มานั่งอยู่ตรงหน้าเขา
ไป๋เสว่เอ๋อร์อึ้งไปครู่หนึ่ง “คุณหัวเราะอะไรน่ะ”
“เปล่าสักหน่อย” เผยลี่เชินกระแอมออกมาเบาๆ สองครั้ง จากนั้นเขาก็เปลี่ยนเรื่อง “วันนี้ผมอาจมีงานที่ต้องจัดการตลอดทั้งวัน ผมเลยเรียกโจ๋วฝันมาอยู่เป็นเพื่อนคุณ มาคอยดูแลรักษาความปลอดภัยของคุณ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์พยักหน้า ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากถามเรื่องสแควร์หั้นต๋านั้น โทรศัพท์มือถือของเผยลี่เชินก็ดังขึ้นมาพอดี
เขารับสาย ทันใดนั้น คิ้วของเขาก็ขมวดแน่นและดูจริงจังขึ้นมาอย่างมาก หลังจากที่ฟังปลายสายพูดได้ไม่กี่ประโยค สีหน้าของเขาก็ดูเครียดขึ้นมาไม่น้อยทีเดียว
“ผมยังไม่ได้อนุญาตเลย แล้วทำไมถึงได้ปล่อยให้เขาพาคนพวกนั้นไป!”
น้ำเสียงของเผยลี่เชินทำให้ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกตกใจกลัว เธอชะงักไปครู่หนึ่ง และก็รู้สึกเครียดตามบรรยากาศขึ้นมาในทันที
มือข้างที่ถือโทรศัพท์ของเผยลี่เชินนั้นกำแน่น เส้นเลือดที่ด้านหลังมือของเขาผุดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเจน
“ผมรู้แล้ว”
เขาวางสายและเก็บโทรศัพท์มือถือ สีหน้าของเขานั้นดูเศร้าขึ้นมา
ไป๋เสว่เอ๋อร์รีบเอ่ยปากถามเขาทันที “เกิดอะไรขึ้นคะ”
เผยลี่เชินตอบด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดว่า “เมื่อวาน ผมให้คนจับกุมตัวบรรดาคนที่ก่อความไม่สงบเอาไว้ แต่ว่าวันนี้คนจากหน่วยสันติบาลกลับมาพาคนพวกนั้นไปเสียแล้ว คนที่อยู่ตรงนั้นบอกว่าเป็นคำสั่งมาจากเบื้องบน”
เมื่อไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ยินดังนั้น เธอก็นิ่งเงียบไปสักพักใหญ่
ถ้าอย่างนั้นเรื่องราวในครั้งนี้ ก็ยิ่งซับซ้อนขึ้นมาแล้วสินะ
ในตอนแรก พวกเขาไม่แน่ใจว่าใครกันที่เป็นตัวการคอยชักใยอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดในครั้งนี้ ทว่าในตอนนี้คนพวกนั้นที่ถูกจับกุมกลับถูกหน่วยสันติบาลเป็นคนพาออกไปทั้งหมด ถ้าอย่างนั้นแล้ว จำนวนผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องและอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดในครั้งนี้มีอยู่เท่าไรกันแน่
เผยลี่เชินนิ่งลงเล็กน้อย เขาก้มลงมองไปที่หญิงสาว “คุณนอนพักผ่อนให้เต็มที่เถอะ ไม่ต้องวิ่งวุ่นไปทั่วหรอก ผมจะกลับไปที่บริษัทก่อนนะ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์พยักหน้า
ในตอนนี้ ร่างกายของเธอบาดเจ็บ การที่จะตามเขาออกไปนั้นไม่สะดวกอย่างแน่นอน สู้เธอพักผ่อนรักษาตัวอยู่ที่นี่น่าจะเป็นการดีกว่า
หลังจากที่ออกมาจากห้องผู้ป่วยแล้ว เผยลี่เชินก็รีบไปที่บริษัทในทันที
เมื่อฉีเฟิงเห็นเขาเข้า ก็รีบออกมาต้อนรับ พร้อมกับอธิบายถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในทันที “ท่านประธานครับ เมื่อเช้าตรู่วันนี้ผู้อำนวยการของหน่วยสันติบาลกลางมาที่นี่เพื่อพูดถึงเหตุการณ์วันก่อน พร้อมกับพูดว่าพวกเขาได้รับรายงานมาว่าเราจับกุมตัวผู้กระทำผิดเอาไว้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ในตอนนั้นผมไม่อยู่ที่บริษัท และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่กี่คนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้นก็ตัดสินใจไม่ได้ ทางนั้นแจ้งกับทางเราว่าจะส่งเรื่องมาชี้แจงพวกเรา จากนั้นพวกเขาก็จัดการปล่อยคนพวกนั้นและนำตัวไปในทันทีครับ”
เผยลี่เชินกำมือแน่น เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เข้มจัดว่า “ไม่ได้เรื่อง!”
เดิมทีการที่เขาจับกุมคนพวกนี้นั้น เขาก็คาดหวังว่าจะได้ข้อมูลที่มีประโยชน์หลุดออกมาจากปากคนพวกนั้นระหว่างการซักถาม แต่ในเมื่อเหตุการณ์เป็นแบบนี้ มันก็คงเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว
บางทีผู้อำนวยการหน่วยสันติบาลกลางที่ถูกส่งมานั้น อาจจะเป็นพวกเดียวกันกับกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังคอยชักใยเหตุการณ์นี้อยู่ก็เป็นได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่กลุ่มเดียวกัน แต่นั่นก็แปลว่ากลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังจะต้องมีอิทธิพลและเส้นสายมากพอที่จะสามารถปกป้องพวกคนที่ก่อความไม่สงบนั้นๆ ได้
ฉีเฟิงถามออกไปว่า “ท่านประธานครับ เรื่องเหตุความไม่สงบเมื่อวานก็ถูกทางสื่อเอาไปออกข่าวรายงานแล้วเรียบร้อย ตอนนี้มีสำนักข่าวหลายเจ้าที่ใช้ช่องทางหลังของพวกเขาในการเรียกร้อง ให้บริษัทเผยซื่อออกมาแถลงการณ์บางอย่างด้วยครับ”
ทั้งฝั่งหน่วยสันติบาลและฝั่งสื่อต่างก็กดดันเขาเข้ามาพร้อมกัน ไม่เหลือทางให้ใช้กลเม็ดเคล็ดลับใดๆ ในการหาทางออกเลยสักนิดเดียว
เผยลี่เชินขมวดคิ้วแน่น พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเข้มว่า “ไปขอพบผู้อำนวยการที่หน่วยสันติบาลก่อน”
ด้วยความที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นมิตรหรือศัตรูกันแน่ เผยลี่เชินจะไม่ยอมให้เขาเข้ามาและพาคนกลุ่มนั้นออกไปโดยที่ไม่ถามอะไรสักคำเดียวเด็ดขาด
เผยลี่เชินและฉีเฟิงมุ่งตรงไปที่หน่วยสันติบาลในทันที หลังจากที่อธิบายเจตนาที่มาที่นั่นเรียบร้อยแล้ว ทันใดนั้นก็มีคนจัดการให้พวกเขาเข้าไปรอในห้องประชุมทันที
ภายในห้องประชุมนั้นไม่ได้อึกทึกคึกโครมเหมือนกับที่ทางเดินด้านนอก ที่นี่สงบเงียบเยอะกว่ามาก ในไม่ช้าก็มีคนนำชามาต้อนรับพวกเขาทั้งสองคน
เมื่อผ่านไปไม่ถึงห้านาที ประตูห้องก็มีคนผลักเข้ามาอีกครั้ง ผู้ชายคนหนึ่งที่มีร่างกายกำยำแข็งแรงและมีสีผิวคมเข้มเดินเข้ามาภายในห้อง เมื่อเขาเห็นเผยลี่เชิน เขาก็รีบเดินมาที่ด้านหน้าพร้อมกับรอยยิ้ม “คุณเผย ผมรอที่จะพบคุณมานานแล้วครับ”
เห็นได้ชัดว่าเผยลี่เชินไม่คิดที่จะพูดอะไรพร่ำเพรื่อกับเขามากเท่าไรนัก เขาจึงตัดเข้าประเด็นในทันที “หัวหน้าฉิน คุณยังไม่ทันได้เข้ามาทักทายผม แต่กลับปล่อยคนพวกนั้นไปเสียแล้ว มันไม่มากเกินไปหน่อยเหรอครับ”
หัวหน้าฉินผายมือออกและยิ้ม “ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น มันเป็นคำสั่งมาจากเบื้องบนต่างหาก ผมก็แค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น ถ้าคุณพูดแบบนี้ล่ะก็ มันเท่ากับว่าคุณกล่าวหาผมอยู่นะครับ!”
เผยลี่เชินเน้นเสียง “เบื้องบนเหรอ ผมไม่รู้ว่าเบื้องบนที่หัวหน้าฉินว่านี่หมายถึงใครเหรอครับ”
หัวหน้าฉินโบกมือ “เกรงว่าผมจะไม่สามารถบอกคุณเผยได้น่ะสิครับ แต่คุณเผยวางใจได้ คนพวกนั้นที่ก่อความไม่สงบขึ้นภายในสังคม พวกเราจัดการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว”
เผยลี่เชินเลิกคิ้วขึ้น พร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงที่เรียบเย็น “ถ้าอย่างนั้นหัวหน้าฉินสามารถแจ้งให้พวกเราทราบได้ไหมครับว่า ตอนนี้มีความคืบหน้าอย่างไรแล้วบ้าง”
หัวหน้าฉินยิ้ม และตอบอย่างสุภาพว่า “ตอนนี้ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ถ้าเกิดมีความคืบหน้าที่สำคัญแล้วล่ะก็ พวกเราจะรีบแจ้งให้คุณเผยทราบทันทีครับ”
การที่ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลอะไรออกมาในตอนนี้ ถือเป็นวิธีการที่ชาญฉลาดมาก
เผยลี่เชินจ้องมองไปที่หัวหน้าฉิน ภายในหัวใจของเขาเข้าใจชัดเจนแล้ว เขาเป็นเพียงแค่คนส่งสารเท่านั้น สำหรับคนที่ออกคำสั่งมานั้น ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเขาคือใครกันแน่
แต่ทว่าการที่คนที่ก่อความไม่สงบพวกนั้นได้เข้ามาอยู่ที่หน่วยสันติบาลแห่งนี้ ความจริงกลายเป็นว่าพวกเขากลับได้ที่พักพิงชั้นดีไว้หลบซ่อนตัว
เผยลี่เชินเข้าใจอย่างแน่ชัดแล้วว่าไม่มีประโยชน์ที่จะพูดคุยต่อไปอีกแล้ว เขาจึงพาฉีเฟิงออกไปจากที่นี่ในทันที
ขณะที่พวกเขาเพิ่งออกมาจากหน่วยสันติบาล ฉีเฟินก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามเขาว่า “ท่านประธานครับ เราจะพอแค่นี้เหรอครับ”
“พองั้นเหรอ” สายตาของเผยลี่เชินจริงจังขึ้นเล็กน้อย “จะพอได้อย่างไรกันล่ะ”
นอกจากเรื่องที่ใครเป็นคนสั่งการให้คนพวกนั้นมาก่อความไม่สงบแล้ว ไป๋เสว่เอ๋อร์ยังถูกคนพวกนั้นทำร้ายเสียจนบาดเจ็บ เขาต้องตามต่อไปจนกว่าจะรู้ความจริงให้ได้!
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เผยลี่เชินก็มองไปที่ฉีเฟิง และพูดว่า “ตรวจสอบหารายละเอียดภูมิหลังของคนพวกนั้นให้ชัดเจนก่อน โดยเฉพาะคนที่ทำร้ายไป๋เสว่เอ๋อร์จนบาดเจ็บหนัก!”
สำหรับคนอื่นที่ก่อความไม่สงบ เขาค่อยๆ จัดการพวกนั้นอย่างช้าๆ ได้ แต่สำหรับคนที่ทำร้ายหญิงสาว ไม่มีทางเด็ดขาด!