สัญญาร้ายของประธานปีศาจ - ตอนที่ 311
ตอนที่ 311 ใช้โอกาสนี้จัดการหล่อน
เมื่อได้ยินฝ่ายชายพูดขึ้นเช่นนั้น ไป๋เสว่เอ๋อแอบยิ้มออกมา หล่อนพยักหน้าลง ยิ้มและพูดขึ้น “โอเคค่ะ ฉันเชื่อฟังคุณทั้งหมด เดี๋ยวฉันจะไปอยู่กับหวั่นหวั่น แบบนี้คุณสบายใจได้แล้วยัง?”
เผยลี่เชินพยักหน้า ในที่สุดเขาก็ยิ้มออกมา “อื้ม”
ในฐานะที่เผยลี่เชินเป็นผู้จัดงานเลี้ยงฉลองนี้ขึ้น แน่นอนว่ามีงานมากมายที่เขาต้องจัดการและยุ่งตลอดเวลา หล่อนเบื่อหน่ายกับงานสังคมงานเลี้ยง ทั้งยังต้องอยู่ในสถานการณ์ที่เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ หล่อนจึงไม่ชอบเป็นธรรมดา
โชคดีที่ครั้งนี้หล่อนขอโควตาให้เจียงหวั่นหวั่นเข้างานได้เป็นพิเศษ เมื่อเป็นเช่นนี้ หล่อนจึงมีคนอยู่เป็นเพื่อนทำให้ไม่น่าเบื่อจนเกินไป เผยลี่เชินต้องไปเตรียมกล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน เขาจึงต้องออกไปก่อน เมื่อทั้งสองแยกกัน ไป๋เสว่เอ๋อรีบมองหาเจียงหวั่นหวั่นในกลุ่มคนภายในงาน แต่เพราะมีคนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก หล่อนเดินหาหนึ่งรอบก็หาไม่เจอ จึงทำได้เพียงหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาหล่อน
“หวั่นหวั่น เธออยู่ไหน? เข้ามาในงานแล้วยัง?”
“ฉันเพิ่งเข้ามา คนเยอะมาก!” เสียงของเจียงหวั่นหวั่นหายใจหืดหอบ แต่จู่ๆเสียงของหล่อนก็ดังแหลมขึ้น “เสว่เอ๋อ ฉันเห็นเธอแล้ว! เธอใส่ชุดกระโปรงสีเหลืองไข่เป็ดใช่ไหม? เธออยู่ตรงนั้นไม่ต้องไปไหนนะ ฉันจะเดินไปหาเธอเอง!”
ทันใดนั้นหวั่นหวั่นก็ตัดสายไป ไป๋เสว่เอ๋อยังคงเงยหน้ามองหาอยู่ในฝูงชน แต่หายังไงก็หาไม่เจอ จู่ๆไหล่ของหล่อนก็หนักอึ้ง ตามมาด้วยเสียงหัวเราะของเจียงหวั่นหวั่น “เสว่เอ๋อ!”
ไป๋เสว่เอ๋อหันหลังกลับไปด้วยความตกใจ จึงเห็นหล่อนยืนอยู่ด้านหลัง เจียงหวั่นหวั่นใส่ชุดกระโปรงสีชมพูหวานแหวว
“หวั่นหวั่นเธอสวนมาก!”
เจียงหวั่นหวั่นหัวเราะแห้งๆ “ใครจะไปสวยเท่าเธอล่ะ! ทั้งงานนี้เธอดูน่าดึงดูดที่สุดแล้ว ฉันมองเข้ามาก็เห็นเธอเลย!”
หล่อนพูดพลาง เดินเข้าไปใกล้ไป๋เสว่เอ๋อ กระซิบข้างหูหล่อน “ชุดนี้ราตรีชุดฉันไปยืมพี่สาวมาฉันมาเลยนะ!”
ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน จนลืมเวลา กระทั่งถึงเวลาเปิดงานอย่างเป็นทางการแล้ว เผยลี่เชินขึ้นกล่าวเปิดพร้อมกับลู่เหยา
“สวัสดีครับ ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติสละเวลามาร่วมงานเลี้ยงฉลองในวันนี้นะครับ โครงการก่อสร้างครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่บริษัทตระกูลเผบได้ร่วมงานกับอสังหาริมทรัพย์หลินวู่ ในฐานะที่ผมเป็นหนึ่งในหุ้นส่วน ผมเฝ้ารอการร่วมมืออย่างมากครับ…..”
คำกล่าวเปิดงานจะต้องเป็นการกล่าวคำทางการอย่าง แต่เผยลี่เชินกลับดูเด่นเป็นสง่า ไป๋เสว่เอ๋อหรี่ตาลงเล็กน้อย มองดูเขาบนเวที ทำให้ยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เจียงหวั่นหวั่นที่นั่งอยู่ด้านข้าง กำลังนั่งทานขนมหวานจานใหญ่ เมื่อหันไปเห็นสายตาของไป๋เสว่เอ๋อ หล่อนอดยิ้มขึ้นมาไม่ได้
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้นด้านข้าง ไป๋เสว่เอ๋อจึงหันหลังกลับไป มองเจียงหวั่นหวั่นด้วยสีหน้ามึนงง เอ่ยปากถามขึ้น “เป็นอะไรเหรอ? ขำอะไรจ้ะ?”
น้ำเสียงของเจียงหวั่นหวั่นจริงจัง “สายตาที่เธอมองไปที่เผยลี่เชินช่างเป็นสายตาที่เอ่อล้นไปด้วยความรัก!”
“พูดอะไรบ้าๆ! เธอนี่จริงๆเลยนะ!” ใบหน้าของไป๋เสว่เอ๋อร้อนผ่าว แสร้งทำสีหน้าจริงจัง
เจียงหวั่นหวั่นหัวเราะไม่หยุด สายตามองไปที่ไป๋เสว่เอ๋อแบบมีเลศนัย ระหว่างที่ทั้งสองกำลังนั่งหัวเราะกัน คำกล่าวเปิดงานก็จบลง บรรยากาศภายในงานกลับมาคึกคักอีกครั้ง
เมื่อทานของหวานคำสุดท้าย เจียงหวั่นหวั่นพูดกับหล่อนด้วยท่าทีตื่นเต้น “นี่ ไป๋เสว่เอ๋อ ฉันได้ยินมาว่าบนเรือสำราญมีห้องสันทนการเยอะแยะเลย”
มีทั้งร้องเพลง เต้น จิบกาแฟ เล่นสนุ๊กเกอร์ กิจกรรมเต็มไปหมด ลัยังสามารถขึ้นดาดฟ้าไปดูวิวตอนกลางคืนได้อีกด้วย เธอเลือกไปเล่นอะไรดี?
ไป๋เสว่เอ๋อยังไม่ทันได้พูดตอบ ทันใดนั้นก็เห็นพวกหล่อนสองคนเดินตรงเข้ามา
สวี่เยว่หรูสวมชุดราตรีสีดำ มองตรงมาที่หล่อนด้วยสายตาเย็นยะเยือก มาพร้อมกับเสี่ยวหลิวที่อยู่เคียงข้าง
“ฮึ่ม!”สวี่เยว่หรูกวาดสายตามองพวกหล่อน พูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ “คิดว่าใส่ชุดคลุมพาดไหล่แล้วจะเป็นหงส์งั้นเหรอ จริงๆก็แค่ไก่ป่า!”
เจียงหวั่นหวั่นตกตะลึง มองไปรอบๆ หล่อนจึงเข้าใจขึ้นมาว่าพวกหล่อนว่าตนสองคนอยู่ หล่อนโมโหขึ้นมาทันที พูดโต้กลับ “เธอว่าใครกันน่ะ!”
หล่อนกำลังเดินเข้าไป แต่กลับถูกไป๋เสว่เอ๋อห้ามไว้ “หวั่นหวั่น อย่าใจร้อน”
เจียงหวั่นหวั่นไม่พอใจ “แต่เมื่อครู่หล่อนว่าพวกเราชัดๆเลย!”
สวี่เยว่หรูยักคิ้วขึ้น สายตาไม่สบอารมณ์ “ก็ว่าพวกเธอนั่นแหละ คนหนึ่งก็เป็นได้แค่แจกันประดับ อีกคนก็ไร้ประโยชน์ มาทำตัวเป็นผู้ดีอะไรที่นี่กัน? ”
เจียงหวั่นหวั่นด่ากลับอย่างไม่เกรงใจ “ยังไงก็ดีกว่าเธอ! ดูถูกเหยียดหยามคนอื่น!”
ไป๋เสว่เอ๋อเหลือบสายตามองไปที่สวี่เยว่หรูอย่างเย็นชา เข้าใจดีว่าหล่อนก็แค่อยากจะก่อเรื่อง หากจะไปต่อล้อต่อเถียงกับหล่อน เลือกที่จะนิ่งไปยุ่งเดินออกไปดีกว่า
“เราไปกันเถอะ” หล่อนจูงมือเจียงหวั่นหวั่นเดินออกไป ทิ้งคำพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “เมื่อครู่ก็แค่เสียงหมาเห่า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของสวี่เยว่หรูเจื่อนขึ้นมาทันที หล่อนมองไปที่ไป๋เสว่เอ๋อและเจียงหวั่นหวั่นที่เดินห่างออกไปไกล รอบข้างเต็มไปด้วยคนจำนวนมาก พวกหล่อนจึงไม่กล้าด่าโต้ แต่กำปั้นในมือกลับกำขึ้นมาแน่นอย่างไม่รู้ตัว
ตั้งแต่ประกาศผลประมูลออกมา เสิ่นหรูเฟิงก็ไม่ได้มาหาหล่อนอีกเลย สวี่เยว่หรูเข้าใจดีว่าเขาเป็นทุกข์เพราะประมูลโครงการครั้งนี้มาไม่ได้ ดังนั้นหล่อนจึงนำความโกรธเคืองและเคียดแค้นทั้งหมดมาลงที่ไป๋เสว่เอ๋อ
หล่อนมองดูไป๋เสว่เอ๋อที่เดินออกไปไกล สายตาของหล่อนเย็นชา จากนั้นหันหลังไปมองเผยลี่เชินที่ถูกห้อมล้อมด้วยคนมากมาย จู่ๆหล่อนก็มีความคิดบางอย่างขึ้นมา
ในงานเลี้ยงแบบนี้ผู้คนขวักไขว่ไปมามากมาย เผยลี่เชินก็ไม่มีเวลามาอยู่กับไป๋เสว่เอ๋อ หล่อนจะใช้โอกาสนี้มาจัดการไป๋เสว่เอ๋อ แม้ว่าไม่สามรถเปลี่ยนผลการประมูลได้ แต่อย่างน้อยหล่อนก็ได้แก้แค้นให้เสิ่นหรูเฟิง แบบนี้ดีกว่าหล่อนไม่ทำอะไรเลย
เมื่อตัดสินใจแล้ว สวี่เยว่หรูจึงเดินตรงไปทางด้านข้าง โดยมีเสี่ยวจางเดินตาม พร้อมถามขึ้น “พี่เยว่หรู พี่จะไปไหน?”
สวี่เยว่หรูขมวดคิ้ว พูดด้วยเสียงนิ่งเรียบ “ฉันมีธุระ เธอไม่ต้องเดินตามฉัน!”
หลังจากพูดจบ หล่อนรีบก้าวเดินอย่างรวดเร็วเข้าไปในกลุ่มผู้คนมากมาย
ไป๋เสว่เอ๋อกับเจียงหวั่นหวั่นเดินผ่านห้องโถงของงาน เมื่อเดินไปถึงดาดฟ้า พวกหล่อนได้ยืนชมวิวทิวทัศน์อย่างกว้างขวาง เงยหน้ามองพระจันทร์กลมใหญ่บนฟ้า ทั้งยังมีท้องสมุทรสะท้อนแสงจันทร์อันกว้างใหญ่ หล่อนรู้สึกดีขึ้นมาทันที ทำให้ลืมเรื่องที่ทำให้ทุกข์ใจที่เกิดขึ้นเมื่อครู่
เจียงหวั่นหวั่นกระโดดโลดเต้นดีใจบนดาดฟ้า “ได้ยินมาว่าจะมีจุดพลุตอนสามทุ่ม! ต้องสวยมากๆแน่เลย!”
ไป๋เสว่เอ๋อหัวเราะ พูดขึ้น “ถึงตอนนั้นพวกเรามาดูด้วยกันนะ”
“ไม่สิ ถึงตอนนั้นเธอต้องอยู่กับประธานเผยแน่นอน! ฉันขอไม่เป็นส่วนเกินดีกว่า!”
เมื่อฟังเจียงหวั่นหวั่นพูดแซวถึงเผยลี่เชินอยู่ตลอด ไป๋เสว่เอ๋อรู้สึกขำขึ้นมา ลูบหัวของหล่อนเบาๆ “ถ้ายังแซวกันอีก ฉันจะให้ประธานเผยหักโบนัสเธอ!”
ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ยืนชมวิวกันอยู่บนดาดฟ้าประมาณยี่สิบกว่านาที ต่างรู้สึกหนาวขึ้นเรื่อยๆ จึงตัดสินใจกลับไปที่ห้องโถง เมื่อเดินถึงประตู มีพนักงานบริกรออกมาต้อนรับ มองไปที่ไป๋เสว่เอ๋อพูดถามขึ้น “ขออนุญาตครับ คุณคือคุณไป๋รึเปล่าครับ?”
ไป๋เสว่เอ๋อพยักหน้าลง “ใช่ค่ะ มีอะไรรึเปล่าคะ?”
พนักงานต้อนรับโค้งคำนับพูดขึ้น “คุณเผยมีธุระต้องการพบคุณ กรุณาเดินตามผมมาครับ”
ไป๋เสว่เอ๋อตกใจตะลึง พยักหน้าตาม มองไปที่เจียงหวั่นหวั่นที่อยู่ด้านข้าง พูดขึ้น “เธอรอฉันที่ห้องโถงในงานนะ เดี๋ยวฉันกลับมาหา”
เจียงหวั่นหวั่นยิ้มกรุ้มกริ่ม ยกมือทำท่าOK
ไป๋เสว่เอ๋อยิ้มให้ เดินตามพนักงานต้อนรับไปทางด้านข้าง เดินผ่านโถงทางเดิน มีบันไดลงไปด้านข้าง หลังจากที่ลงบันไดไป แทบจะมองไม่เห็นอะไรอีกเลย
ทางที่เดินตามพนักงานไปทั้งแคบทั้งยาว ไป๋เสว่เอ๋อรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก หล่อนเดินช้าลง สูดหายใจเข้าลึก จึงเอ่ยปากถามขึ้น “แน่ใจว่าเผยลี่เชินต้องการพบฉันหรอ?”
“ใช่ครับ” สีหน้าของพนักงานต้อนรับเปลี่ยนไปทันที เดินพาหล่อนไปหยุดที่หน้าประตูห้องด้านในสุด เขาเปิดประตูห้องออกมา ผายมือเชื้อเชิญให้เข้าไปด้านใน
ไป๋เสว่เอ๋อเดินเข้าไปอย่างเชื่องช้า เมื่อถึงประตู ทั้งห้องมือสนิท ยังไม่ทันได้ถามอะไร จู่ๆรู้สึกเจ็บที่ท้ายทอยขึ้นมา จากนั้นก็มองไม่เห็นอะไรอีกเลย