สัญญาร้ายของประธานปีศาจ - ตอนที่ 313
ตอนที่ 313 อยู่กันเพียงลำพังสองคนชายหญิง
ไป๋เสว่เอ๋อพยายามลืมตาขึ้น สิ่งที่มองเห็นมีแต่ความมืดมน หล่อนอดทนความเจ็บไว้ ยื่นมือไปค้ำที่กำแพงไว้ แต่จะออกแรงยังไง ก็ไม่สามารถนั่งขึ้นมาได้
หล่อนได้กลิ่นความอับชื้น กลิ่นสนิมเหล็ก และกินคาวเลือดภายในห้อง เมื่อหล่อนเงยหน้ามองไปรอบๆ เห็นแสงสว่างเล็ดลอดมาทางช่องประตู
นี่หล่อนถูกขังไว้ที่นี่งั้นเหรอ? บริกรคนนั้นบอกว่าจะพาฉันมาหาเผยลี่เชินไม่ใช่เหรอ ทำไมจู่ๆหล่อนถึงถูกตีจนสลบแล้วถูกขังอยู่ที่นี่ล่ะ?
ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกผิดปกติ ไป๋เสว่เอ๋อกัดปากแน่น ออกแรงลุกขึ้นมานั่ง แต่เมื่อลุกขึ้นมา หล่อนก็อ่อนแรง ล้มลงไปบนพื้นอีกครั้ง
“นี่…ฉันจะทำยังไง!”
จู่ๆหล่อนนึกถึงมือถือที่พกติดตัวอยู่ในกระเป๋าขึ้นมาได้ แต่เมื่อหล่อนคลำไปมาก็หากระเป๋าใบนั้นไม่เจอ
ทันใดนั้น มีเสียงดังขึ้นที่หน้าประตู น่าจะดังขึ้นบริเวณโถงทางเดิน หล่อนกลั้นหายใจตั้งใจฟัง เก็บแรงไว้
ในเวลานั้น หล่อนทำได้เพียงรอเวลาที่เสียงข้างนอกดังขึ้น และตะโกนขอความช่วยเหลือ ไม่เช่นนั้นดูจากสภาพตอนนี้ของตัวเองแล้ว ช่วยตัวเองคงลำบากแน่นอน อีกทั้งหล่อนเองก็ไม่รู้ว่าคนที่ทำร้ายหล่อนจะกลับมาอีกหรือไม่
เสียงนั่นค่อยๆเข้ามาใกล้หลิ่น ไป๋เสว่เอ๋อค่อยๆผ่อนลมหายใจ ได้ยินเสียงผู้ชายตะโกนเรียกชื่อหล่อน…
“เสว่เอ๋อ!”
เสียงนั่นฟังดูหนักบ้างเบาบ้าง แต่สิ่งที่มั่นใจได้แน่นอนคือเสียงค่อยๆเข้ามาใกล้หล่อนเรื่อย ไป๋เสว่เอ๋อรู้สึกดีใจขึ้นมาทันที เมื่อจำเสียงของลู่เหยาได้ หล่อนพยายามออกแรงลุกขึ้นยืน ยื่นมือค้ำกำแพงไว้ จากนั้นค่อยๆเดินไปที่ประตู
ทันใดนั้น ขาของหล่อนก็อ่อนแรงลง ตัวของหล่อนล้มไปพิงกับกำแพง หล่อนสูดหายใจเข้าลึก ใช้แรงทั้งหมดพยุงตัวเองเอาไว้ คลำหากลอนประตูในความมืด
หล่อนบิดกลอนประตูอยู่หลายครั้ง แต่ทว่า ประตูถูกล็อคไว้ หล่อนที่อยู่ด้านในห้องไม่มีทางเปิดออกเลย
“ไป๋เสว่เอ๋อ เธออยู่ไหน!”
เสียงนั่นค่อยๆเข้ามาใกล้ๆ ไป๋เสว่เอ๋อรีบยกมือขึ้นมา ออกแรงเคาะประตู
“ไป๋เสว่เอ๋อ! เสว่เอ๋อ!”
ลู่เหยาที่อยู่ด้านนอกไม่ได้ยินเสียงหล่อน ยังคงตะโกนเรียกหาหล่อน ไป๋เสว่เอ๋อรีบยกมือเคาะประตูเต็มแรง “ฉัน…ฉันอยู่นี่!”
“เสว่เอ๋อ?”
ในที่สุดลู่เหยาก็ได้ยินเสียง สีหน้าเขานิ่งขรึม สายตามองไปที่ประตูห้องด้านในสุด เขารีบเดินเข้าไป เอ่ยปากถามขึ้นทันที “ไป๋เสว่เอ๋อ! เธออยู่ในนั้นไหม?”
ไป๋เสว่เอ๋อเคาะประตูไม้ พูดด้วยน้ำเสียงอิดโรย “รุ่นพี่เหยา….”
เมื่อได้ยินเสียงตอบรับอันแผ่วเบาของหล่อน ลู่เหยาดีใจขึ้นมาทันที เขาลองเปิดประตูออก แต่ทำยังไงก็ผลักเข้าไปไม่ได้ เห็นได้ชัดว่าถูกล็อคเอาไว้
“เสว่เอ๋อ! เธอไม่ต้องกลัวนะ ถอยหลังไปก่อน ฉันจะพังประตูเข้าไป!”
เมื่อได้ยินเสียงของเขา ไป๋เสว่เอ๋อรีบตอบกลับทันที “…..โอเคค่ะ”
หล่อนจับกำแพงไว้ ค่อยๆเดินถอยหลังไป ไม่รู้ว่าก้าวไปเหยียบโดนอะไร ทำให้หล่อนเกือบจะล้มลงไป เมื่อหลบไปทางด้านข้างแล้ว หล่อนจึงพูดขึ้นมา “เรียบร้อยค่ะ…รุ่นพี่”
เมื่อได้ยินเสียงดังมาจากด้านใน ลู่เหยาถอยหลังไปสองก้าว จ้องประตูที่ปิดล็อคไว้ สูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ใช้แรงทั้งหมดถีบไปที่ประตู
“ปั้ง” เสียงดังขึ้น ประตูสั่นเล็กน้อย แต่ยังไม่สามารถเปิดออกได้
ลู่เหยาขมวดคิ้วมากขึ้น เขากำหมัดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เขาสูดหายใจเข้าอีกครั้ง ยกเท้าขึ้นมาถีบไปที่ประตูเต็มแรง
“ปั้ง!”
ประตูถูกเปิดออกแล้ว สิ่งที่เห็นภายในห้องกลับมีแต่ความมืด
ลู่เหยาไม่สนอะไรทั้งนั้น รีบเดินเข้าไปทันที เมื่อถึงหน้าประตู “เสว่เอ๋อ?”
เขายกมือคลำเปิดสวิตช์ไฟที่หน้าประตู เห็นไป๋เสว่เอ๋อที่นั่งหดตัวอยู่ในกองสินค้า เขารู้สึกปวดใจเป็นอย่างมาก
“รุ่นพี่….”
เมื่อได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยของคนรู้จัก ไป๋เสว่เอ๋อสะอื้นขึ้นมา ทันใดนั้นความหวาดกลัวและความวิตกทั้งหมดกลับกลายเป็นความเสียใจและทรมาน น้ำตาไหลรินออกมาระลอกใหญ่
ลู่เหยาเดินเข้าไปใกล้ ยื่นมือออกมาดึงหญิงสาวเข้ามากอดในอ้อมอก “ออกไปกับผมก่อน!”
เมื่อเดินออกไปที่ระเบียงทางเดินด้านนอก เขาเพิ่งสังเกตเห็นเลือดสีดำที่แห้งแล้วบริเวณท้ายทอยของไป๋เสว่เอ๋อ “เธอบาดเจ็บหรอ?”
ไป๋เสว่เอ๋อหมดเรี่ยวแรง หล่อนแทบจะเป็นลมล้มพับไปบนแขนของลู่เหยา หล่อนสูดหายใจเข้าลึก พูดออกมาอย่างไร้เรี่ยวแรง “ฉันภูกบริกรคนหนึ่งพามาที่นี่ ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกตีจนสลบไป….เพิ่งจะฟื้นขึ้นมาไม่นาน….”
ลู่เหยาช่วงพยุงไป๋เสว่เอ๋อ ค่อยๆเดินออกไป “ต้องทำแผลก่อน เดี๋ยวผมพาออกไปนะ”
“โอเคค่ะ…”
“นี่มันเจตนาทำร้ายกันชัดๆ ถ้าเธอจำหน้าคนนั้นได้อย่างชัดเจน ไม่แน่พวกเราอาจจะจับตัวเขาได้ แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพาเธอไปทำแผลก่อน ถ้าเธอปวดหัว พิงบนตัวผมได้นะ”
เมื่อได้ยินลู่เหยาพูดเช่นนั้น ไป๋เสว่เอ๋อรู้สึกอุ่นใจทันที แต่แม้ว่าหล่อนจะมึนหัวมาก ก็ไม่ยอมที่จะเอนหัวไปพิงบนตัวเขา
เมื่อเดินถึงบันไดทางขึ้นดาดฟ้า ลู่เหยาขมวดคิ้วขึ้น หยุดเดิน “ข้างบนคนเยอะ พวกเราคงไม่สามารถขึ้นไปได้ก่อน ทั้งยังมีพวกนักข่าวอีก ถ้าถ่ายรูปเธอในสภาพนี้ขึ้นมา คงได้รับผลกระทบเยอะแน่นอน”
ไป๋เสว่เอ๋อมึนหัวอยู่ตลอด เขาพูดอะไรก็ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา
ลู่เหยารีบหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาผู้ช่วยของตน “เสี่ยวหลิน ตอนนี้ผมอยู่ที่บันไดทางลงไปใต้ท้องเรือบนดาดฟ้า คุณไปขอกล่องพยาบาลจากบริการแล้วรีบมาที่นี่!”
หลังจากวางสาย เขาลองผลักประตูห้องเล็กๆแถวนั้นออก โชคดีที่ผลักเข้าไปแล้วเปิดได้ทันที
ภายในเป็นห้องเก็บของขนาดไม่ใหญ่มาก มีเตียงวางอยู่หนึ่งหลัง และระเบียงเล็กๆ
เมื่อเห็นไป๋เสว่เอ๋อมีสีหน้าซีดเซียว เริ่มจะยืนไม่ไหวแล้ว ลู่เหยาไม่คิดอะไรมาก รีบพยุงหล่อนเดินเข้าไปทันที ค่อยๆวางหล่อนลงบนเตียง “รอก่อนนะ อดทนอีกแปปนึง”
ไป๋เสว่เอ๋อฝืนทน ตอบรับเขา แต่ตาทั้งสองข้างกลับกะพริบตลอดเวลา
ในขณะเดียวกัน เผยลี่เชินมองหาไป๋เสว่เอ๋อในห้องโถงงานเลี้ยง แต่กลับหาไม่เจอ จึงโทรศัพท์หาหล่อน แต่ก็ไม่มีคนรับ เขากระวนกระวายใจขึ้นมาทันที
เดินผ่านห้องโถงไปบนดาดฟ้า เผยลี่เชินยังคงหาหล่อนไม่เจอ เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก
ทันใดนั้น มีหนุ่มวัยกลางคนเดินเข้ามา ยิ้มอย่างมีเลศนัย ประธานเผย เมื่อครู่กำลังอยากจะหารือกับคุณ ช่วงนี้บริษัทของเรามีโปรเจคใหม่….“
“ขอโทษครับ ผมยังมีธุระ ขอตัวนะครับ”
สายตาของเผยลี่เชินไม่แม้แต่หยุดมองเขา กลับรีบเดินต่อไปตามระเบียงทางเดิน ทันใดนั้นเขาก็เห็นใครบางคนที่คุ้นเคย
เจียงหวั่นหวั่น? หล่อนควรจะอยู่ด้วยกันกับไป๋เสว่เอ๋อไม่ใช่เหรอ?
เผยลี่เชินไม่สบายใจอย่างมาก รีบเดินเข้าไปถาม “เจียงหวั่นหวั่น ไป๋เสว่เอ๋ออยู่ไหน?”
เจียงหวั่นหวั่นเพิ่งจะเดินหารอบหนึ่ง เมื่อเดินกลับไปก็พบว่าเจอตัวไป๋เสว่เอ๋อแล้ว แต่ได้รับบาดเจ็บ อาการไม่ค่อยดี แต่ผู้ช่วยของลู่เหยายังมาไม่ถึงสักที หล่อนจึงเดินออกมาหากล่องยา แต่กลับเจอกับเผยลี่เชินที่บันไดเสียก่อน
“หล่อน…” เผชิญหน้ากับสีหน้าอันเคร่งขรึมของชายคนนั้น เจียงหวั่นหวั่นรู้สึกกลัว ไม่รู้ว่าควรจะพูดยังไง เพียงแต่ยกมือขึ้นชี้ไปที่บันไดทางลง
เผยลี่เชินขมวดคิ้วมากขึ้น รีบเดินออกไปด้วยสีหน้านิ่งเรียบ เขารีบก้าวเดินลงบันไดไป ยังเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เห็นประตูที่เปิดแง้มไว้อยู่
“อดทนหน่อยนะ เสว่เอ๋อ ทนอีกนิดนะ”
มีเสียงลู่เหยาออกมาจากในห้อง ทันใดนั้น เผยลี่เชินโมโหขึ้นทันที โกรธจนขึ้นสมอง เขารีบเดินเข้าไปโดยไม่ลังเล ผลักประตูเข้าไป เห็นไป๋เสว่เอ๋อนอนอยู่บนเตียงกับลู่เหยาที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาเสียสติทันที “พวกคุณ…ทำอะไรกัน!”
ทั้งสองชายหญิงอยู่ในห้องด้วยกันตามลำพัง ทำให้เขาต้องคิดไปไกล!