สัญญาร้ายของประธานปีศาจ - ตอนที่ 342
ตอนที่ 342 ในใจมีคำตอบแล้ว
ลู่เหยาหายใจลึกเมื่อมองเห็นสายตาของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความสับสน ตอบเบาๆ “ถ้าเป็นฉัน ฉันไม่ให้อภัยเขาอย่างแน่นอน”
คำตอบนี้ออกจะเห็นแก่ตัวสักหน่อย เพราะลู่เหยารู้ดีอยู่แก่ใจ มีเพียงไป๋เสว่เอ๋อร์กับเผยลี่เชินเลิกคบกัน เขาถึงจะมีโอกาส
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยิ้มพร้อมพยักหน้า สายตายังคงเต็มไปด้วยความผิดหวัง
ถ้าหากเป็นคนอื่น เมื่อเธอรู้ความจริงอย่างแรกเธอจะรีบไปหาคนคนนั้น แต่นี่เป็นเผยลี่เชิน คนที่ครอบครองหัวใจเธอ ทำให้อารมณ์เธอสั่นไหว แม้ว่าเธอจะเกลียดเขามักสักแค่ไหนแต่ก็ไม่กล้าไปถามเขา เพราะเกรงว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองหลังจากขาดสะบั้นมันจะไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก
เธอยกแก้วขึ้นดื่ม ยังได้ยินลู่เหยาพูดอยู่ข้างๆ “เสว่เอ๋อร์ ในใจของเธอมีคำตอบอยู่แล้ว ใช่ไหม?”
ที่เธอดื่มเหล้าเป็นเพราะเธอผูกพัน ผูกสัมพันธ์กับเผยลี่เชินมากขึ้นเรื่อยๆ ผูกพันถึงขั้นจะมีอนาคตร่วมกัน
พูดไปก็ไร้ประโยชน์ ยังคงอาลัยอาวรณ์
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยิ้มแต่นัยน์ตากลับเต็มไปด้วยน้ำตา เธอส่ายหน้า “ฉันยังไม่ได้คิดเลย…”
ขณะพูด เธอดื่มเหล้าจนหมดแก้ว ขณะก้มศีรษะน้ำตาได้หายไปหมดแล้ว “รุ่นพี่ อย่าพูดเรื่องฉันอีกเลย คุยเรื่องของพี่ดีกว่า”
การเปลี่ยนหัวข้อเรื่องเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ณ เวลานี้
ลู่เหยาพิงพนัก หรี่ตามองดูหญิงสาว แล้วพูดกับเธอว่า “เธออยากคุยเรื่องอะไร?”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยิ้ม “ฉันไม่เคยเห็นพี่พูดถึงแฟนเลยนับตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยจนถึงตอนนี้”
ผู้ชายที่ทั้งเก่งกาจ อบอุ่นอ่อนโยนอย่างลู่เหยา เป็นที่หมายตาของหญิงสาวไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร แต่เขาก็ยังโสดบริสุทธิ์อยู่นับตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยจนถึงตอนนี้ แม้แต่เงาของเพศตรงข้ามก็ไม่เคยเห็น
“ก็ไม่เชิงว่าไม่มี” ลู่เหยายิ้ม พูดอย่างสบายๆ “ตอนอยู่เมืองนอกก็เคยมีแฟน แต่ก็แค่สามเดือนแล้วก็เลิกกันไป หลังจากกลับจากต่างประเทศ เธอก็ยังคงเรียนต่อต่างประเทศ เลยไม่ได้ติดต่อกัน”
ลู่เหยาเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่เคยหลอกไป๋เสว่เอ๋อร์
แต่ มีเพียงเรื่องเดียวที่เขาไม่ยอมรับคือ ตอนที่เขาอยู่ต่างประเทศผู้หญิงที่เขาคบ ดวงตาเหมือนดวงตาไป๋เสว่เอ๋อร์ ดูมีชีวิตชีวา ทำให้คนไม่อาจละสายตาไปได้
“งั้นชีวิตรักของพี่ก็น่าเบื่อเกินไป….” ไป๋เสว่เอ๋อร์ยิ้ม แล้วดื่มเหล้าอีก จากนั้นก็คิดได้ว่าตัวเองไม่เหมาะที่จะพูดแบบนี้กับลู่เหยา ยังไงซะเธอก็มีประสบการณ์ความรักแค่สองครั้งเอง
ครั้งแรกคือความรักแบบใสซื่อไม่รู้ความกับเผยอี้ ครั้งที่สองคือเผยลี่เชิน
ความรักของเธอล้วนตกอยู่ในมือผู้ชายตระกูลเผยทั้งสิ้น
เมื่อนึกถึงตัวเอง ใบหน้าที่มีรอยยิ้มของไป๋เสว่เอ๋อร์ค่อยๆ หายไป ไม่เอ่ยอะไรออกมาอยู่นาน เธอหายใจลึกๆ แล้วมองบาร์เทนเดอร์ที่อยู่ด้านในบาร์พร้อมรอยยิ้ม “รบกวนช่วยชงแก้วที่สามให้ด้วย เอารสชาติต่างจากนี้ แล้วแต่คุณ”
ลู่เหยาได้ยินที่ไป๋เสว่เอ๋อร์พูดจึงยื่นมือเข้าไปขวางมือของเธอไว้พร้อมกับคำถาม “ยังจะดื่มอีก?”
ไป๋เสว่เอ๋อร์พยักหน้า จากนั้นดึงมือของเธอกลับเข้ามา สีหน้าจริงจัง ยืนกรานจนคนไม่กล้าปฏิเสธ
ลู่เหยาจนปัญญา ได้แต่ทำตามใจเธอ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาเป็นคนพาเธอมาเอง จึงไม่สามารถหยุดยั้งเธอได้
จู่ๆ ไป๋เสว่เอ๋อร์นึกถึงเรื่องในอดีตได้ ไป๋เสว่เอ๋อร์ถามด้วยรอยยิ้ม “รุ่นพี่ ยังจำตอนที่พวกเรานั่งดื่มเหล้าในร้านอาหารครั้งแรกได้ไหม? ตอนนั้นพวกเราแข่งกัน ใครชนะได้รางวัลไป….”
เมื่อมีคนเริ่มพูดถึงเรื่องในอดีต มันจะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ดูเหมือนเขาทั้งสองคนจะย้อนกลับไปคิดอดีตเมื่อสองสามปีก่อน พูดคุยกันไปมาจนไม่รู้ว่าดื่มเหล้าไปมากน้อยแค่ไหน
จนในที่สุดไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกค่อยๆ มึนหัวขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่จะใช้มือพยุงคางตัวเองยังทำไม่ได้ สุดท้ายเธอก็ฟุบหลับลงไปกับเคาเตอร์บาร์ซึ่งเป็นโต๊ะหินอ่อนเย็น
ลู่เหยาเองก็ดื่มไปไม่น้อย ดีที่เป็นผู้ชาย จึงคอแข็งกว่าไป๋เสว่เอ๋อร์ เมื่อเห็นหญิงสาวฟุบลงกับโต๊ะ เพราะด้วยความเย็นทำให้เธอขดตัว เขาจึงหยิบเสื้อโค้ทที่อยู่ข้างๆ มาห่มให้เธอ
“เสว่เอ๋อร์ ดึกมาแล้ว ฉันจะไปส่งเธอเองนะ”
ลู่เหยาค่อยๆ พยุงตัวเธอเบาๆ โอบเธอเดินไปข้างนอก ทันใดนั้นร่างของไป๋เสว่เอ๋อร์สะดุ้งขึ้นมา ดูเหมือนจะพยายามผลักเขาออกไป “อย่า…อย่ามาแตะต้องตัวฉัน! ฉันมีแฟนแล้ว”
เห็นได้ชัดว่าเธอเมาแล้ว จึงเริ่มพูดเรื่องไร้สาระ
ลู่เหยาทั้งโกรธทั้งหัวเราะ เมื่อได้ยิน “มีแฟนแล้ว” จึงรู้สึกไม่สบายใจ
เขาโอบเธออีกครั้ง พร้อมเอาเสื้อคลุมร่างเธอไว้ และพูดว่า “อย่ากลัว ฉันจะพาเธอไปส่งบ้าน”
ลู่เหยาเห็นผู้ช่วยยืนอยู่ที่ประตูหลังจากที่พยุงไป๋เสว่เอ๋อร์ออกมาจากบาร์ ยกมือหยิบกุญแจรถส่งให้เขา “นายขับล่ะกัน”
ไม่ง่ายเลยที่พยุงไป๋เสว่เอ๋อร์ขึ้นรถ ผู้ช่วยออกรถแล้วถามลู่เหยา “ประธานลู่ ตอนนี้จะให้ไปไหนครับ?”
ลู่เหยาสังเลสักครู่ จากนั้นบอกที่อยู่คฤหาสน์ของเผยลี่เชิน
ทันใดนั้น ไป๋เสว่เอ๋อร์ที่นั่งข้างๆ ขยับตัว พร้อมกับพูดว่า “ไม่กลับไป…ฉันไม่กลับไปที่….”
ท่าทางเธอดูแน่วแน่ ใบหน้าแสดงความไม่เต็มใจ ลู่เหยาลังเลสักครู่ จากนั้นจึงเปลี่ยนคำพูด “แล้วนี้มีโรงแรมดีๆ ไหม? เธอดื่มเข้าไปมาก ฉันจะให้เธอไปพักที่นั่น”
ผู้ช่วยพยักหน้า จากนั้นขับรถไปที่นั่น
ไม่ถึงสิบนาทีรถมาจอดอยู่ที่หน้าประตูโรงแรม จากสภาพภายนอกเป็นอาคารเรียบง่าย สะอาด เป็นโรงแรมที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน การบริการใช้ได้
ลู่เหยาสั่งกำชับผู้ช่วย “ฉันไปส่งเธอข้างใน นายรอฉันก่อน”
พูดจบ เขาก็พยุงไป๋เสว่เอ๋อร์ลงจากรถ เข้าประตูโรงแรม
เขาใช้บัตรประชาชนของตัวเองในการเปิดห้องพัก เมื่อได้ห้องพักจึงพาไป๋เสว่เอ๋อร์เข้าไปในห้อง
หญิงสาวเมาจนไม่ได้สติ แม้แต่ตายังลืมไม่ขึ้น แต่มีเสียงพึมพำ ฟังไม่รู้เรื่อง แต่รู้ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเผยลี่เชินทั้งสิ้น
แม้ว่าลู่เหยาจะใส่ใจ แต่ก็รู้ชัดเจนว่าตอนนี้เธอกำลังเมาจนขาดสติ หลังจากวางเธอลงบนเตียง ถอดรองเท้าให้เธอ ห่มผ้าให้เธอ
เพราะผลจากการดื่มเหล้า ใบหน้าของหญิงสาวจึงดูขาวใส เพราะอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น จนทำให้ไม่อาจละสายตา
ลู่เหยาทนไม่ได้ จึงเอื้อมมือโดยใช้หลังมือของเขาสัมผัสที่แก้มขาวของเธอพร้อมกับพูดเบาๆ “พักผ่อนให้เต็มที่”
พูดจบแต่มือยังอยู่ที่เดิม แล้วจู่ๆ มือก็ถูกจับไว้
ไป๋เสว่เอ๋อร์กำลังฝัน ขมวดคิ้วเข้ม จับมือของเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “อย่าไป…”
หัวใจของลู่เหยาสั่นไหว รู้สึกว่าความยับยั้งชั่งใจทั้งหมดที่เขาพยายามถึงตอนนี้ไม่มีประโยชน์ เขาพยายามดึงมือออก “เสว่เอ๋อร์ ปล่อยมือ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่ใช้แรงที่มีกอดมือเขาไว้แน่นกว่าเดิม “ฉันไม่อนุญาตให้คุณไป…เผยลี่เชิน ทำไมคุณต้องหลอกฉันด้วย…”
ที่แท้ เธอคิดว่าเขาเป็นคนอื่น
รอยยิ้มอันขมขื่นปรากฏอยู่ที่มุมปากของลู่เหยา ในที่สุดยังอาลัยอาวรณ์ที่จะผลักเขาให้จากไป เขานั่งอยู่ข้างเตียง มองไป๋เสว่เอ๋อร์พร้อมพูดเสียงเบาๆ “ได้ ฉันไม่ไปไหน?”
คิ้วขมวดเข้มของไป๋เสว่เอ๋อร์คลายออกหลังจากที่ได้ยิน เธอยังคงกอดแขนเขาด้วยความพึงพอใจ ผ่านไปสักครู่ได้ยินคำถามพร้อมเสียงร้องไห้ “ทำไมคุณ…ต้องหลอกฉันตลอดเวลา?”