สัญญาร้ายของประธานปีศาจ - ตอนที่ 435
ตอนที่ 435 ถูกขังอยู่ในรถ
หลังจากที่รถเคลื่อนที่ช้าๆอย่างไร้จุดหมายไปแล้วยี่สิบนาที ในที่สุดฉีเฟิงก็ได้รับสายโทรศัพท์จากโจ๋วฝัน
“พวกเราตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของจินจิงจิงกับผู้จัดการส่วนตัวของเธอ กำหนดตำแหน่งที่ตั้งของสัญญาณแสดงอยู่ในเขตคฤหาสน์ที่เขตตง ผมจะส่งที่อยู่ให้กับคุณ หากไม่ผิดล่ะก็ เธอคงจะอยู่ที่นั่น”
“โอเค คุณก็รีบพาคนไปที่นั่นทันที”
ฉีเฟิงพูดจบ ก็รีบรายงานสถานการณ์ให้กับเผยลี่เชินในทันที “ท่านประธานเผย กำหนดตำแหน่งที่ตั้งของเบอร์โทรศัพท์มือถือส่วนตัวของจินจิงจิงได้แล้วครับ อยู่ในเขตคฤหาสน์ที่เขตตง”
สายตาของเผยลี่เชินเปล่งประกายขึ้น รีบเอ่ยปากออกคำสั่งในทันทีว่า “ไปที่นั่นเดี๋ยวนี้”
รถเพิ่มความรวดเร็วในการเคลื่อนที่ เผยลี่เชินขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นมองออกไปยังนอกหน้าต่าง ความคิดและจิตใจสับสน
เขาควรจะนำจินจิงจิงผู้หญิงที่ก่อความวุ่นวายคนนี้จัดการทิ้งไปตั้งนานแล้วถึงจะถูก เดิมทีคิดว่าเธอทำอะไรรอบคอบระมัดระวัง เข้ามาในบ้านตระกูลเผยอย่างราบรื่นแล้วก็จะหยุดลง คิดไม่ถึงว่าตอนนี้ยังจะทวีความรุนแรงมากกว่าแต่ก่อน ลักพาตัวลูกชายของเขาไป!
เขากัดฟันแน่น โน้มสายตาลงต่ำ พอมองเห็นหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขน หัวใจก็อ่อนลงมาเล็กน้อยอย่างกะทันหัน
ขอเพียงแค่คราวนี้ช่วยชีวิตห้าวเจ๋อน้อยกลับคืนมาได้ จัดการคนที่ควรจะจัดการทิ้ง เขาก็จะพาเธอออกไปจากเมืองไห่เฉิง ไปเมืองเซียงหนานก็ดี หรือว่าอีกสถานที่หนึ่งที่เงียบสงบก็ดี สรุปแล้วก็คือเขาจะพาเธอกับห้าวเจ๋อน้อยออกไปให้ไกลจากที่นี่ ใช้ชีวิตเพียงแค่สามคนอย่างมีความสุข
ไม่ช้า รถก็เคลื่อนที่เข้ามาในเขตคฤหาสน์ เลี้ยวไปหลายทางโค้ง สุดท้ายก็จอดลงใต้ต้นไม้ที่อยู่ข้างทาง
ฉีเฟิงกวาดตามองไปยังคฤหาสน์หลังสีขาวที่อยู่ไม่ไกลนักแวบหนึ่ง จากนั้นหันกลับมาเอ่ยปากขึ้นว่า “ประธานเผย เมื่อครู่นี้ได้ตรวจสอบอย่างชัดเจนแล้วครับว่า นี่คือบ้านของหลัวเชี่ยนผู้จัดการส่วนตัวของจินจิงจิง หากเดาไม่ผิดแล้วล่ะก็ จินจิงจิงน่าจะอยู่ด้านใน รถคันนั้นที่อยู่ด้านนอกก็คงจะเป็นรถของเธอครับ”
เผยลี่เชินพยักหน้าเล็กน้อย สั่งการด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำว่า “ไม่รีบ รอโจ๋วฝันพวกเขามาถึงค่อยลงมือ”
เวลานี้หากแหวกหญ้าในงูตื่น เกรงว่าจินจิงจิงจะถือโอกาสหนีรอดไปได้
มองไปยังฉีเฟิงแวบหนึ่ง เผยลี่เชินก็เอ่ยปากต่อไปว่า “คุณลองลงไปดูหน่อย ดูว่าลายของล้อรถกับที่เห็นที่นิคมอุตสาหกรรมร้างเมื่อสักครู่นี้เหมือนกันหรือเปล่า”
“ครับ”
ฉีเฟิงเปิดประตูลงไปจากรถอย่างระมัดระวัง เข้าใกล้ไปทางคฤหาสน์ด้วยความรวดเร็ว
รถโฟล์คสวาเกนสีดำคันหนึ่ง ไม่ใช่รถหรูอะไร อยู่บนถนนแทบจะไม่มีความโดดเด่น จินจิงจิงขับรถแบบนี้ออกไป ยิ่งสามารถปิดบังสถานะของตนเองได้ด้วยซ้ำ
ฉีเฟิงเข้าใกล้ตัวรถอย่างช้าๆ มองไปที่ล้อรถอย่างละเอียด เหมือนกับรอยล้อรถเหล่านั้นที่อยู่บนพื้นของนิคมอุตสาหกรรมไม่มีผิด เขาเพ่งสายตา กำลังจะหมุนตัวเดินจากไป อยู่ๆก็ได้ยินเสียงที่อ่อนแรงดังขึ้นภายในรถ
เขาขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย มองผ่านหน้าต่างรถที่เป็นกระจกมองทะลุได้ด้านเดียว ก็มองได้ไม่ชัดเจนว่าด้านในมีสถานการณ์อะไร
เขาแนบไปที่หน้าต่างรถ พยายามเพิ่งมองด้านใน มองเห็นที่เบาะหลังมีเงาร่างที่เลือนรางอยู่คนหนึ่ง รูปร่างไม่ใหญ่ มองดูแล้วก็ไม่เหมือนว่าเป็นผู้ใหญ่
หัวใจบีบตัวเข้าหากันแน่น เขาแทบจะมีการตอบสนองกลับคืนมาในทันที รีบยกมือขึ้นตบไปที่หน้าต่างรถยนต์
ประตูรถดังสะท้อนเสียงที่อ่อนแรงราวกับเป็นเสียงตอบรับก็ไม่ปาน ฉีเฟิงแทบจะสามารถมั่นใจได้ว่าคนที่อยู่ในรถก็คือห้าวเจ๋อน้อย เขาถูกจินจิงจิงขังเอาไว้ภายในรถ!
เขารีบวิ่งกลับมายังด้านข้างของรถที่จอดอยู่ใต้ต้นไม้ ดึงประตูรถให้เปิดออกรีบรายงานกับเผยลี่เชินในทันที “ประธานเผย บนรถคันนั้นมีคนอยู่ ดูเหมือนจะเป็นห้าวเจ๋อน้อย!”
เผยลี่เชินได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนจนมืดมนน่ากลัวในทันที ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นเดียวกัน เขาก้าวขาลงจากรถอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย รีบวิ่งไปทางนั้นด้วยความรวดเร็ว
วิ่งมาถึงด้านข้างของรถด้วยความรวดเร็ว เผยลี่เชินยกมือขึ้นตบหน้าต่างรถยนต์ “ห้าวเจ๋อน้อย!หนูอยู่ในนั้นหรือเปล่า!ได้ยินที่พูดไหม!ห้าวเจ๋อน้อย!”
ไม่ได้ยินการตอบรับอะไรกลับมา เขาถึงขั้นมองได้ไม่ชัดเจนว่าเขาอยู่ด้านในนั้นมีอาการอะไรบ้าง ความหวาดกลัวในความไม่รู้แผ่กว้างออกไปในวินาทีนั้น ทำให้ใจทั้งดวงของเขาบีบรัดเข้าหากันแน่นขึ้นมา
เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน สิ่งเดียวที่สามารถทำให้เขาร้อนรน บีบรัดหัวใจได้ก็มีเพียงแค่คนสองคนเท่านั้น คนหนึ่งคือไป๋เสว่เอ๋อร์ อีกคนหนึ่งก็คือห้าวเจ๋อน้อย!
ดึงประตูรถไม่ออก เผยลี่เชินก็ขาดการยั้งคิด ยกแขนขึ้นมา ใช้ข้อศอกพยายามกระแทกเข้าไปที่หน้าต่างของรถยนต์
กระแทกไปทีหนึ่ง กระจกรถก็ไม่ได้มีการตอบสนองอะไรเลยแม้แต่น้อย ในเวลานี้เอง อยู่ๆฉีเฟิงก็หยิบก้อนหินจากทางด้านข้างขึ้นมา “ประธานเผย คุณถอยไปครับ ผมจัดการเอง!”
เผยลี่เชินมองดูฉีเฟิงยกมือขึ้นจะใช้ก้อนหินกระแทกไปที่หน้าต่างรถ ก็ดึงเขาเอาไว้ในทันที หยิบก้อนหินออกมาจากในมือของเขา เดินไปถึงหน้าต่างรถของที่นั่งแถวหน้า กัดฟันแน่นแล้วกระแทกลงไป
เขาอยากจะช่วยชีวิตห้าวเจ๋อน้อย ยิ่งไม่อยากให้ห้าวเจ๋อน้อยได้รับบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว
“ปึ้ง!ปึ้ง!”
ใช้แรงที่มีอยู่ทั้งหมดทุบไปบนหน้าต่างรถ ในวินาทีที่กระแทกกระจกลงไปในครั้งที่สองนั้น กระจกทั้งบานก็แตกเป็นรอยร้าว เคาะกระจกให้กระจายออก เผยลี่เชินยื่นมือคลำเข้าไปเปิดประตูรถอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
ฉีเฟิงเห็นท่า สีหน้าก็เปลี่ยนไปในทันที “ประธานเผย!มือของคุณ…”
เผยลี่เชินไม่รีรอ หลังจากที่เปิดประตูรถจากทางด้านในแล้ว เขาก็รีบมุดเข้าไปในรถทันที ในวินาทีที่มองเห็นห้าวเจ๋อน้อยที่ถูกมัดมือ ปิดปากอยู่ที่เบาะหลังนั้น ความโกรธก็ลุกไหม้ขึ้นภายในชั่วพริบตา
“ห้าวเจ๋อน้อย!”
เขารีบอุ้มเจ้าหนูออกมาจากรถ แกะเทปกาวที่อยู่บนปากของเขาออก
สีหน้าของห้าวเจ๋อน้อยแดงระเรื่อ ราวกับหอบหายใจไม่ทันก็ไม่ปาน ยังมีลมหายใจ แต่อ่อนแรงผิดปกติ!
“ไปโรงพยาบาล!”
เผยลี่เชินอุ้มห้าวเจ๋อน้อยวิ่งไปที่รถด้วยความรวดเร็ว ฉีเฟิงขึ้นมาบนรถ รีบสั่งการให้เจิงหงออกรถในทันที
รถเลี้ยวกลับไปอีกด้าน เผยลี่เชิน มองดูห้าวเจ๋อน้อยที่ลมหายใจอ่อนระทวยอยู่ภายในอ้อมแขนของเขา ความโมโหก็บ่มเพาะขึ้นมาภายในจิตใจ วินาทีต่อไปก็อาจจะระเบิดออกมาได้
ฉีเฟิงเอ่ยปากถามขึ้นว่า “ประธานเผย งั้นทางนี้…”
ดวงตาทั้งสองข้างของชายหนุ่มราวกับเหยี่ยว เสียงก็ราวกับเกลือกกลิ้งอยู่ภายในลำคอ “สั่งโจ๋วฝัน เขาจำเป็นจะต้องพาคนจับตัวของจินจิงจิงมาให้ได้!”
คราวนี้ เขาจะไม่คิดไตร่ตรองไปถึงสถานะของจินจิงจิง เธอกล้ารังแกมาถึงผู้หญิงและลูกชายของเขา เขาจะต้องให้เธอจ่ายค่าตอบแทนออกมาอย่างแน่นอน!
หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง พอไป๋เสว่เอ๋อร์ฟื้นขึ้นมา สิ่งที่สะท้อนเข้ามาในม่านตาก็คือสีขาวทั้งแถบ
ได้กลิ่นของแอลกอฮอล์ที่ลอยอยู่ภายในอากาศ เธอก็ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย กวาดตามองไปรอบๆ การตอบสนองก็กลับคืนมาในทันที ที่แท้นี่คือโรงพยาบาล!
เธอตกใจ รีบลุกขึ้นมานั่งในทันที มองเห็นนาฬิกาบนฝาผนัง เธอก็รู้สึกเพียงแค่เย็นเฉียบไปทั่วทั้งตัวอย่างห้ามเอาไว้ไม่ได้
เธอมาอยู่ที่โรงพยาบาลได้ยังไงกัน? ห้าวเจ๋อน้อยล่ะ? จินจิงจิงทำอะไรกับเขาบ้างหรือเปล่า!
ในความร้อนรน เธอลงจากเตียงผู้ป่วยเปิดประตูห้องแล้ววิ่งออกไป พอมองเห็นฉีเฟิงที่ยืนอยู่หน้าห้องผู้ป่วยที่อยู่ด้านข้าง เธอก็รีบพุ่งตัวเข้าไปถามในทันที “…ห้าวเจ๋อน้อย…ห้าวเจ๋อน้อยเขา…”
“ห้าวเจ๋อน้อยอยู่ที่ห้องผู้ป่วยห้องนี้ครับ”
ได้ยินคำพูดประโยคนี้ของฉีเฟิง สมองของไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ดังอื้ออึงขึ้นมา รีบพุ่งตัวเข้าไปผลักประตูห้องให้เปิดออกในทันที
พอประตูห้องเปิดออก มองเห็นเจ้าหนูที่นอนหลับตาอยู่บนเตียง ตัวของไป๋เสว่เอ๋อร์ก็สั่นขึ้นมาเล็กน้อย เดินเข้าไปด้วยร่างกายที่เย็นเฉียบ
“ห้าวเจ๋อน้อย ห้าวเจ๋อน้อยไม่เป็นอะไรใช่ไหมลูก?”
เธอยกมือขึ้นแตะไปที่แก้มของห้าวเจ๋อน้อยเบาๆ นิ้วมือที่เรียวยาวซีดขาวสั่นอย่างไม่ยอมหยุด
ฉีเฟิงเดินตามเข้ามา เอ่ยปากเตือนขึ้นว่า “คุณไป๋ ห้าวเจ๋อน้อยไม่เป็นอะไรแล้วครับ หมอบอกว่าตอนนี้เขาเพียงแค่สลบไปชั่วคราวก็เท่านั้น”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ยินดังนั้น ก็หันหน้าไปทางฉีเฟิง เอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าที่จริงจังว่า “นี่มัน…เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
เธอสลบไปได้ยังไงกันแน่ ห้าวเจ๋อน้อยถูกช่วยเอาไว้ได้ยังไง? เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“หลังจากที่คุณสลบไป พวกเราหาตำแหน่งที่ตั้งบนโทรศัพท์มือถือของจินจิงจิงเจอ เห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ ก็คิดจะไปยืนยันดูสักหน่อย หลังจากนั้นผมพบว่าภายในรถมีคนอยู่ มั่นใจแล้วว่าคือห้าวเจ๋อน้อย ประธานเผยก็เลยทุบหน้าต่างรถจนแตกช่วยเขาออกมาครับ”
ได้ยินฉีเฟิงพูดเช่นนี้ ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็หันหน้ากลับไปมองเจ้าหนูที่หน้าซีดนอนอยู่บนเตียง เอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งว่า “งั้นทำไมเขาถึงได้หมดสติลงไป!”