สัญญาร้ายของประธานปีศาจ - ตอนที่ 461
ตอนที่ 461 กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมตามสนอง
เมื่อเผยอี้ได้ยินเช่นนั้น สีหน้านิ่งไปทันที เมื่อเขาหันไปเห็นเผยลี่เชินที่ยืนอยู่ด้านหลัง ตัวเขาเกร็งแข็งขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
เขาปล่อยมือจากคอเสื้อฉีเฟิงทันที เดินตรงเข้าไปหาเผยลี่เชิน ถามเขาด้วยท่าทีขู่เข็ญ “นายทำอะไรกับแม่ฉันกันแน่!”
มือทั้งสองของเผยอี้กำแน่นขึ้นมา ราวกับพร้อมจะออกหมัดใส่เผยลี่เชินตลอดเวลา
เผยลี่เชินยืนจ้องหน้าเขาอยู่ที่เดิม “นายคิดว่าฉันทำอะไรหล่อนล่ะ?”
“ไอ้สัตว์เดรัจฉาน! นายมันไม่มีมนุษยธรรม!”
เผยอี้โกรธจนแทบจะออกหมัด แต่เผยลี่เชินกันไว้ได้ทัน ล็อคข้อมือของเขาไว้แน่น “ฉันไม่มีมนุษยธรรมงั้นเหรอ?” แล้วคนที่ปองร้ายสามีตัวเองจนเสียชีวิตเพื่อที่จะแย่งมรดกมาให้ลูกชายตัวเองมีมนุษยธรรมงั้นเหรอ!
เขาสะบัดปล่อยมือเผยอี้ออก ย้อนถามขึ้น “นายนี่มันโง่หรือแกล้งโง่! หล่อนเป็นแม่แท้ๆของหล่อน แล้วคุณท่านเผยไม่ใช่พ่อแท้ๆของนายหรือไง!”
เผยอี้ย้อนถามด้วยความโมโห “เผยลี่เชิน นายคิดว่าฉันเชื่อสิ่งที่นายพูดมางั้นเหรอ? แม่ของฉันไม่มีทางปองร้ายพ่อ! นายอย่ามาใส่ร้ายแม่ฉันหน่อยเลย!”
เผยลี่เชินจ้องมองเขาอย่างเย็นชา ย้อนถามอย่างชัดถ้อยชัดคำ “หลักฐานที่มีทั้งหมดก็ชัดเจนอยู่แล้ว นายจะหลอกตัวเองทำไม! ถ้าเย่หรงชิวบริสุทธิ์จริง ทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องจับหล่อน!”
เมื่อเผยอี้ได้ยินเช่นนั้น หยุดชะงักไปทันที หลังจากเงียบไปสักพัก เขาส่านหน้า ไม่ยอมรับ “เป็นไปไม่ได้! นายโกหกฉัน! เผยลี่เชิน นายคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าที่นายทำทั้งหมดก็เพื่อมรดกของตระกูลเผย! อีกทั้งพินัยกรรม ใครจะไปรู้ว่าเป็นของจริงหรือของปลอม! เรื่องทั้งหมดต้องเป็นแผนการที่นายคิดการณ์ไว้แน่นอน!”
“แผนการ?” เผยลี่เชินหัวเราะเยาะ พลางหยิบจดหมายออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ย้อนถามขึ้น “ฉันจำเป็นต้องหลอกนายงั้นเหรอ?”
เผยอี้กวาดสายตามองดูจดหมายฉบับนั้น เมื่อเห็นลายมือเหล่านั้น เขาชะงักไปทันที
เขาจำได้ ว่านั่นคือลายมือของคุณท่านเผย
เขายื่นมือออกไป หยิบจดหมายฉบับนั้น เปิดอ่านทันที
เขาอ่านจดหมายจบอย่างรวดเร็ว มือที่เผยอี้จับกระดาษจดหมายอยู่สั่นขึ้นมาทันที
ที่ผ่านมา ตั้งแต่แรกเริ่มเดิมทีคุณท่านเผยไม่ได้วางแผนจะให้เขาเป็นผู้สืบทอดธุรกิจ เขาไม่เคยได้รับการยอมรับจะคุณท่านเผยให้สืบทอดธุรกิจ! ที่ผ่านมา สิ่งที่เขาทุ่มเทพยายามมาทั้งหมดไม่ได้แม้แต่ครึ่งหนึ่งของเผยลี่เชิน!
เขาโมโหจนขยำกระดาษในมือยับเป็นก้อน เขวี้ยงลงบนพื้น และเหยียบซ้ำด้วยความโกรธ
เผยอี้ชี้หน้าเผยลี่เชิน “ในสายตาของเขาฉันก็เป็นแค่ลูกล้างผลาญใช่ไหม! ทำไมกัน! ทำไมนายได้รับการยอมรับจากเขาตั้งแต่แรก แต่ไม่ว่าฉันจะพยายามแค่ไหนก็ไม่สามารถเทียบเท่านายได้เลย!”
เผยลี่เชินจ้องหน้าเขา ค่อยๆพูดขึ้น “เพราะนายไม่เคยเข้าใจจุดยืนของตัวเอง”
แต่เผยอี้เป็นคนขี้ขลาดแต่อยากเอาชนะ เขาสามารถใช้ชีวิตที่ดีได้ มูลค่าหนึ่งในสี่ของมรดกที่เขาได้ เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายกินอยู่ในชีวิตที่เหลือของเขาได้สบาย หรืออาจจะนำไปเป็นทุนเปิดบริษัทใหม่ก็ยังเหลือเฟือ แต่ด้วยความโลภของเขา ที่อยากจะได้มรดกทั้งหมด ดังนั้นเขาก็รู้สึกว่าเงินจำนวนนี้น้อยเป็นธรรมดา
แต่ทว่าคุณท่านเผยทราบดีว่าเขาคงทำเรื่องล้มเหลวมากกว่าการประสบความสำเร็จ รู้ว่าหากจะให้เงินเขามากเท่าไหร่ สุดท้ายก็จะถูกเขาใช้จ่ายจนหมด ดังนั้นจึงให้มรดกแก่เขาเพียงแค่ส่วนหนึ่ง
แต่เผยอี้ไม่เข้าใจในความปรารถนาดีของคุณท่านเผย กลับรู้สึกว่าเขาลำเอียง
เผยอี้หยุดยืนอยู่ที่เดิม ตาแดงจนแทบจะถลนออกมา จดหมายฉบับนี้ เป็นสิ่งสั่งลาสุดท้ายจากคุณท่านเผย สำหรับเขาแล้วถือเป็นเรื่องที่หนักหนาอย่างมาก
เผยลี่เชินเอ่ยปากพูดขึ้น “นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป นายถูกปลดจากตำแหน่งรองประธานแห่งบริษัทตระกูลเผย และทรัพย์สมบัติของนายทั้งหมด ฉันจะให้ทนายดำเนินตามกระบวนการ โอนย้ายไปไว้ภายใต้ชื่อของนาย”
เมื่อพูดจบ เขาหันหลังเดินกลับไป
“เผยลี่เชิน! นายห้ามไปไหน!” เผยอี้พูดตะโกนขึ้น “นายต้องการทำอะไรกับแม่ฉันกันแน่!”
เผยลี่เชินหยุดชะงักลง หันหลังไปมองเขา พูดขึ้นด้วยเสียงนิ่งขรึม “หล่อนทำกรรมอะไรไว้ กรรมนั้นคืนสนอง กฎหมายจะมีบทลงโทษที่เหมาะสมกับหล่อนเอง แต่ว่า นายสบายใจได้ ในเรือนจำมีจิ้นซู่ซู่อยู่เป็นเพื่อนหล่อน แม่นายคงไม่เหงา”
“นาย!”
เผยอี้ได้ยินเช่นนั้น โกรธจนเดินเข้าไปใกล้เผยลี่เชิน ลูกน้องทั้งสองของเขารีบเดินเข้าไป กันเขาออกทันที
เผยลี่เชินหันหลังเข้าห้องผู้ป่วยไปอย่างไม่สนใจ
เมื่อเห็นหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียง ความเย็นชาบนใบหน้าของเขาและอารมณ์โกรก็หายไปทันที
เขาเดินไปที่ข้างเตียง ยกมือจับไปที่ใบหน้าของหญิงสาวเบาๆ พูดขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา “คุณจะตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่? หื้ม?”
หญิงสาวบนเตียงไม่มีท่าทีตอบสนอง สีหน้ายังคงซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง
เผยลี่เชินค่อยๆนั่งลงข้างเตียง พูดขึ้น “คุณสบายใจได้นะ ผมจะรอคุณอยู่ตรงนี้เสมอ”
คิดไม่ถึงเลยว่า เขาจะรอมาสามวันเต็มแล้ว
สามวันมานี้ เผยลี่เชินคอยเฝ้าไป๋เสว่เอ๋อร์ข้างกายตลอดเวลาไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน เขาแทบจะไม่ได้นอนหลับดีๆเลย
เจียงหวั่นหวั่นพาเจ๋อน้อยเข้าไปในห้องคนไข้ เมื่อเห็นขอบตาดำกับหนวดยาวรุงรังของเผยลี่เชิน สิ่งที่หล่อนเคยพูดจากล่าวโทษเขากลับลดลงไปไม่น้อย
ช่วงสองสามวันมานี้ เผยลี่เชินดูแลไป๋เสว่เอ๋อร์ยังไง หล่อนสามารถสัมผัสได้ และรู้ดีว่าความรักที่เขามีต่อไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่ใช่เรื่องหลอกลวง
เมื่อเห็นเจียงหวั่นหวั่นกับเจ๋อน้อยเข้ามา เผยลี่เชินฝืนทำเป็นปกติ ก้มลงม้องเจ๋อน้อย “หนูอยู่กับแม่ก่อนนะ เดี๋ยวอาออกไปข้างนอกก่อน”
หลังจากพูดจบ เขาก็เดินออกจากห้องไป
ตั้งแต่ไป๋เสว่เอ๋อร์ผ่าตัดเสร็จจนถึงตอนนี้ ผ่านมาประมาณห้าวันแล้ว เขาเคยถามหมอว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ คุณหมอก็ไม่สามารถให้ความมั่นใจกับเขาได้
เขาทนรอต่อไปไม่ไหว เขาติดต่อหมอที่เก่งที่สุดในไห่เฉิง วางแผนจะให้ไป๋เสว่เอ๋อร์ย้ายโรงพยาบาลในอีกสองวัน เพื่อเข้ารับการรักษาที่ดีกว่า
เผยลี่เชินเดินไปที่ประตู ถามฉีเฟิง “เรื่องที่โรงพยาบาลจัดการเสร็จแล้วยัง?”
ฉีเฟิงพยักหน้า “จัดการเรียบร้อยแล้วครับ รถก็เตรียมไว้แล้ว ทุกอย่างทำตามคำสั่งของคุณครับ”
เผยลี่เชินจัดคอเสื้อเล็กน้อย หันไปมองกู้หลี่เหลียง “คนของนายมาครบแล้วยัง? ระหว่างทางย้ายโรงพยาบาลห้ามเกิดเรื่องอะไรเด็ดขาด”
กู้หลี่เหลียงพยักหน้า “วางใจได้ ฉันเตรียมการไว้หมดแล้ว”
เมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยให้แน่ใจทั้งหมดแล้ว เผยลี่เชินจึงจะวางใจ ขณะที่เขากำลังเอ่ยปากสั่ง จู่ๆเสียงเจียงหวั่นหวั่นดังขึ้นมา “พวกคุณ…กำลังจะให้หล่อนย้ายโรงพยาบาลเหรอ?”
เผยลี่เชินได้ยินเสียง จึงหันหลังกลับไป พยักหน้าพูดขึ้น “ยังไม่ทันได้บอกคุณ พวกเรามีแผนจะย้ายโรงพยาบาล ผมได้จัดเตรียมติดต่อหมอที่เก่งที่สุดในไห่เฉิงทำการรักษาไป๋เสว่เอ๋อร์ต่อจากนี้”
เจียงหวั่นหวั่นลังเลอยู่สักพัก ถามขึ้นด้วยความเหลือเชื่อ “สถานการณ์ร้ายแรงถึงขั้นนี้แล้วเหรอ?”
ตอนแรกหล่อนคิดว่าไป๋เสว่เอ๋อร์สลบไปหลายวันเพียงเพราะเสียเลือดมากจากบาดแผล แต่เมื่อเห็นเหตุการณ์ตอนนี้ สถานการณ์ไม่ได้ดีอย่างที่หล่อนคิด
เผยลี่เชินกับกู้หลี่เหลียงต่างพากันเงียบ ความเงียบนี้แสดงถึงคำตอบที่ทั้งสองให้กับเจียงหวั่นหวั่น
เรื่องมาถึงตอนนี้ ขนาดคุณหมอในโรงพยาบาลยังให้ความมั่นใจกับเขาไม่ได้ พวกเขาจะกล้ารับประกันได้ยังไง?
เผยลี่เชินขมวดคิ้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หมอที่ไห่เฉิงรักษาไม่ได้ก็เปลี่ยนหมอที่ดีกว่า หมอในประเทศไม่ได้ก็หาหมอต่างประเทศ ผมจะไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด”
เมื่อกู้หลี่เหลียงได้ยินเช่นนั้น พยักหน้าตาม “เพื่อนเผย พวกเราอยู่เคียงข้างคอยหล่อนตื่นขึ้นมาเสมอ”
เจียงหวั่นหวั่นยืนเงียบอยู่ด้านข้าง น้ำตาคลอในเบ้าตา
ตอนนั้นเอง บรรยากาศระหว่างพวกเขาช่างอึดอัดยิ่งนัก ไม่มีใครกล้าพูดอะไรขึ้นมา
ทันใดนั้น เสียงของเสี่ยวเจ๋อตะโกนขึ้นด้วยความดีใจ “คุณแม่! คุณแม่ตื่นแล้ว!