สัญญาร้ายของประธานปีศาจ - ตอนที่ 69
ตอนที่ 69 สนใจอะไร
พอถึงล็อบบี้ ซุนปินเป็นคนทักทายก่อนอาจเป็นเพราะเจ้านายของเขาคริสต์ก็ได้ วันนี้ท่าทางของเขาที่มีต่อไป๋เสว่เอ๋อร์จึงเปลี่ยนไปมาก
เอาใจใส่ดูแลดีขนาดยกชามาให้เธอเอง
“ประธานซุนคะ ดิฉันมาวันนี้เพื่อเป็นตัวแทนของประธานเผย นำเอกสารที่ได้รับการอนุมัติแล้วจากฝ่ายบริหารอสังหาริมทรัพย์ ถ้าวันนี้ประธานซุนสะดวก พวกเราก็เริ่มการเจรจาได้ทันที”
“นั่นเป็นเรื่องธรรมดา เลขาไป๋ แล้วแต่คุณเลย”
ซุนปินนำพวกเขาไปที่ห้องรับรองแขก หลังจากที่เห็นไป๋เสว่เอ๋อร์นำเอกสารมาด้วย จึงมองเธอพร้อมพูดว่า “ถึงขั้นตอนนี้แล้วคงไม่มีปัญหาอะไร แต่ผมก็ต้องนำเสนอรายงาน ยังไงซะผมก็เป็นคนรับผิดชอบ ต้องรอสักครู่”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยิ้มให้เขา “อันนี้ดิฉันเข้าใจ ยังไงบริษัทก็ต้องผ่านกระบวนการนี้”
ซุนปินพยักหน้าหลังจากที่ให้ผู้ช่วยยกน้ำชามาให้ไป๋เสว่เอ๋อร์และเจิงหงแล้ว ก็ถือเอกสารเดินจากไป
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ซุนปินก็กลับมา
เอกสารถูกส่งไปตรวจสอบแล้ว ก็จะเหลือแต่ไป๋เสว่เอ๋อร์ยืนยันความถูกต้อง
ไป๋เสว่เอ๋อร์อ่านเอกสารทบทวนสองสามครั้ง แน่ใจแล้วว่าไม่มีปัญหาอะไร จึงใช้ตราประทับของเผยลี่เชินประทับตราลายเซ็นของเขา
รอจนเอกสารฉบับสุดท้ายเสร็จสมบูรณ์ ไป๋เสว่เอ๋อร์จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอรวบรวมเอกสารทั้งหมดเก็บใส่ซอง จากนั้นก็ยืนขึ้นมองไปที่ซุนปินพร้อมกับคำขอบคุณ “ประธานซุนคะ รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกัน”
สีหน้าซุนปินก็มีความสุขเช่นกัน “เช่นกัน ยินดีที่ได้ร่วมงานกัน”
“รวบกวนพวกคุณมาก ผมติดต่อกับฝ่ายการเงินของบริษัทแล้ว อีกสามวันทำการจึงจะได้รับเงินเข้าบัญชี”
“ดีคะ ดิฉันจะรีบแจ้งให้ทางฝ่ายการเงินของบริษัทตรวจสอบ”
ซุนปินเดินไปส่งพวกเขาด้วยตนเอง และยังกล่าวยกย่องไป๋เสว่เอ๋อร์ “เลขาไป๋ คุณเป็นคนมีความสามารถ หลังจากที่ประธานใหญ่ของพวกเราได้พบกับคุณครั้งนั้น ก็เอ่ยชมไม่ขาดปาก หากว่าเขาไม่บินไปทำธุระที่ต่างประเทศ เขาคงนัดคุณไปกินข้าวคุยเรื่องสัพเพเหระ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์หัวเราะเบาๆ และพูดอย่างสุภาพ “ประธานซุนยอดิฉันมากเกินไป ฉันกับคุณคริสต์ก็แค่ถูกชะตากันเท่านั้น ถ้าหากมีโอกาสดิฉันก็อยากพบและพูดคุยกับเขาอีกคะ”
ซุนปินส่งพวกเขาถึงประตู พูดคุยกันสองสามประโยคแล้วก็กล่าวอำลา
หลังจากช่วงเช้าที่วุ่นวาย ไป๋เสว่เอ๋อร์ยังไม่ได้กินข้าว เธอกับเจิงหงก็กลับโรงแรม พอถึงห้องอาหารโรงแรมก็หาอะไรกินรองท้อง
ก่อนที่ไป๋เสว่เอ๋อร์จะกลับห้อง เจิงหงชิงถามก่อน “เลขาไป๋ ช่วงบ่ายมีโปรแกรมอะไรไหม? ถ้ามีก็บอกผมได้เลย ผมจะไปส่ง”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่ได้คิดอะไรมาก ตอบคำถามไปงั้นๆ “ตอนบ่ายไม่มีโปรแกรมอะไร ตอนหัวค่ำมีนัดทานอาหารค่ำกับหัวหน้าหม่า ไม่รบกวนคุณไปพักผ่อนเถอะ”
เจิงหงลังเลอยู่สักพักแต่ก็รับทราบ
ไป๋เสว่เอ๋อร์กลับเข้าห้องอาบน้ำอาบท่า เปลี่ยนเสื้อผ้าที่สบายขึ้น คิดถึงว่าหลายวันมานี้ไม่ได้โทรหาแม่เลย จึงวิดีโอคอลหาแม่
เสียงโทรศัพท์ดังอยู่นานจึงมีคนรับสาย
“แม่….แม่ทำอะไรอยู่”
ภาพของแม่ค่อนข้างเบลอ แต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีก็ชัดเจนขึ้น
สีหน้าของคุณแม่ไป๋ดูผิดปกติ รีบลุกขึ้นเปลี่ยนตำแหน่ง “แม่อยู่กับเพื่อน….”
ไป๋เสว่เอ๋อร์สังเกตเห็นความผิดปกติ แม้ว่าจะนั่งอยู่แต่ก็กวาดสายตามองไปที่ด้านหลังดูเหมือนจะมีเสียงดังและดังมาจากทุกทิศทาง
ไป๋เสว่เอ๋อร์เหมือนแน่นอก รีบร้อนถามออกไป “แม่…แม่อยู่บ้านน้าหรงใช่ไหม?”
เมื่อก่อนเธอไปพบแม่ที่บ้านน้าหรง บ้านเธอตกแต่งได้อย่างน่าประทับใจบ้านพวกเขามีสามชั้น ชั้นสามเป็นชั้นโล่งนอกจากห้องน้ำและระเบียง ห้องใหญ่ทั้งหมดเป็นสถานบันเทิง มีทั้งโต๊ะไพ่นกกระจอก บิลเลียด เครื่องเสียงสำหรับร้องคาราโอเกะ
ดูท่าแล้วคุณแม่ไป๋คงจะอยู่ที่นั่น
“ใช่ แม่อยู่บ้านคนเดียวเหงาจะตาย มาที่นี่หาเพื่อนคุยเล่น”
คุยเล่น?
ไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่เชื่อ สีหน้าเธอคร่ำเคร่ง น้ำเสียงเย็นชา “แม่…แม่ไปเล่นไพ่ใช่ไหม?”
เธอรู้กฎของน้าหรงดี เล่นครั้งละพัน ต้องมีเงินมามาก ก่อนเธอจะมาทำงานได้ทิ้งเงินให้แม่ไว้สองสามพัน ถ้าในมือเธอมีเงินเหลือ….
“เปล่า แม่แค่มาดูเฉยๆ เสว่เอ๋อร์ อย่าคิดมาก ลูกทำงานอยู่ทางโน้นเป็นอย่างไงบ้าง เรียบร้อยดีไหม? เมื่อไรกลับ?”
คุณแม่ไป๋เปลี่ยนมาเป็นถามคำถามมากมายจนไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่สามารถถามคำถามต่อได้ ตอนนี้พวกเขาไม่ได้อยู่เมืองเดียวกัน หากเธอคิดจะหยุดแม่ของเธอคงไม่มีประโยชน์ ขนาดอยู่ต่อหน้าแม่ยังไม่ฟัง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้ที่พูดคุยทางโทรศัพท์
“หนูอยู่ที่นี่สบายดีคะ อีกไม่กี่วันก็จะกลับแล้ว แม่ดูแลตัวเองดีๆ นะ”
คุณแม่ไป๋พยักหน้า “แม่รู้แล้ว ลูกก็ใส่เสื้อผ้าเยอะๆ ช่วงนี้ฝนตก อากาศเย็น”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ถอนหายใจอยากจะพูดต่อ แต่แม่ก็พูดก่อน “โอเค แค่นี้นะน้าหรงเรียกแม่ไปดื่มน้ำชา”
“คะ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์กำลังจะวาง อีกด้านหนึ่งตัดสายเสียก่อน เธอเห็นโทรศัพท์จอดำ รู้สึกหดหู่ใจ
เมื่อก่อนเอไม่คิดว่าแม่จะติดการพนันมากขนาดนี้ แค่คิดว่าเล่นสนุกเท่านั้นเอง คิดไม่ถึง….
ดูท่าหลังจากกลับไปเที่ยวนี้ก็ต้องพูดคุยกันยาว
ไป๋เสว่เอ๋อร์ดูข้อมูลอย่างอื่นในโทรศัพท์สักพักก่อนหลับไป
นอนหลับชั่วโมงกว่าๆ เธอก็ตื่นขึ้นเห็นว่าใกล้เวลา ก็เก็บของแบบลวกๆ เพื่อไปตามนัด
เพื่อเป็นการเอาใจเธอ หม่าสวี้หยางจึงเลือกร้านอาหารที่อยู่ใกล้โรงแรมเธอ ไป๋เสว่เอ๋อร์สวมใส่ชุดที่ดูดีและสบายตัว ไปถึงร้านอาหารก่อนเวลายี่สิบนาที
ในขณะเดียวกันที่ร้านอาหารฝรั่งเศสระดับสูงของเมืองหนานไห่ เผยลี่เชินและลู่อี้หลิงนั่งรับประทานอาหารอยู่บนชั้นสามติดริมหน้าต่าง
สีหน้าเผยลี่เชินดูหมองๆ ส่วนลู่อี้หลิงดุมีความสุข เธอดื่มไวน์แดง เงยหน้ามองฝ่ายชายแล้วหัวเราะพร้อมกับพูดว่า “นัดเดทวันนี้ เป็นยังไงบ้างคะ?”
ตอนเที่ยงหลังกินข้าว เผยลี่เชินไปสโมสรแข่งรถกับเธอตามที่เธอพูด เผยลี่เชินมีสีหน้าไม่สนใจ แม้ว่ารถจะแล่นด้วยความเร็วสูงสักแค่ไหน แต่สีหน้าของเขาก็คงนิ่งไม่เปลี่ยนไปตามความเร็วของรถ แต่ลู่อี้หลิงที่อยู่ข้างเขา เล่นคุกคามเขาโดยการกอดแขนเขา….
หลังจากที่ทั้งสองคนใช้ท่าทางแบบนี้อยู่สองสามรอบ ก็ไปดื่มชาที่ห้องชา พอถึงเวลากินข้าวก็มาที่นี่กินข้าว ทุกอย่างถูกจัดการไว้เรียบร้อย เพียงแต่เผยลี่เชินไม่ได้สนใจ ทำหน้าที่ของตัวเองมาจนถึงตอนนี้
เผยลี่เชินจิบไวน์แล้วพูดเบาๆ “ก็โอเค”
“งั้นพรุ่งนี้คุณมีธุระอะไรไหม? พวกเราไปชายหาดกัน…”
“คุณหนูลู่” เผยลี่เชินเสียงแข็ง
เขาวางแก้วไวน์ลง เงยหน้าขึ้นมองลู่อี้หลิง “คุณไม่รู้สึกบางหรือว่าผมไม่สนใจสิ่งเหล่านี้?”
ในระยะเวลาสั้น เขาเกือบจะมองลู่อี้หลิงทะลุปรุโปร่งว่าเธอเป็นผู้หญิงที่มีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ชอบความรู้สึกที่ผู้ชายอยู่รอบๆ เธอ ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับท่าทางผู้ชายเย็นชาอย่างเขาเธอจึงสนใจ แต่ในความเป็นจริง ความรู้สึกที่เร่าร้อนของเธอมีผลต่อเขาเพียงแค่สามวินาทีเท่านั้น ตอนนี้ความกระตือรือร้นของเธอก็คงอยู่ได้ไม่นานสำหรับเขา
การแสดงออกบนใบหน้าของลู่อี้หลิงดูแข็งทื่อ เธอก้มลงมองไปที่เล็บสีแดงของเธอ สองสามวินาทีต่อมาจึงเงยหน้าขึ้นมองมาทางเผยลี่เชินแล้วยิ้ม “แล้วคุณสนใจอะไร?”