สัญญาร้ายของประธานปีศาจ - ตอนที่ 70
ตอนที่ 70 ฉันเรียนรู้จากคุณ
เผยลี่เชินจ้องมองลู่อี้หลิงอยู่สองสามนาที สุดท้ายก็ยิ้มที่มุมปาก ผู้หญิงคนนี้ดูคลุมเครือจริง
เขาพูดอย่างตรงไปตรงมา”ผมไม่สนใจผู้หญิง” โดยเฉพาะผู้หญิงที่กระโดดเข้าหาใส่เขาก่อน
“ผมยอมทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ ดังนั้นหวังว่าคุณหนูลู่คงไม่มาเสียเวลากับผู้ชายอย่างผม บางทีสิ่งที่คุณทำให้ผมตั้งมากมาย อาจได้ผลตอบแทนไม่ถึงครึ่ง”
ใบหน้าของลู่อี้หลิงเปลี่ยนสี เผยลี่เชินคือผู้ชายคนแรกที่พูดปฏิเสธเธอแบบนี้
เมื่อก่อนเธอพบเจอผู้ชายมากหน้าหลายตาต่างก็เอาอกเอาใจเธอสารพัด มีเพียงเผยลี่เชินที่เป็นเหมือนภูเขาน้ำแข็งไร้หัวใจ
เธอทนไม่ได้กับความรู้สึกหงุดหงิด ดูเหมือนเธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูนั่นดูนี่เรื่อยเปื่อย ไม่นานก็วางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ เงยหน้ามองเผยลี่เชิน “คุณคิดว่าฉันจะเชื่อคำพูดของคุณรึ?”
เธอยิ้มแต่สายตากลับเย็นชา
มันยากที่เธอจะรู้สึกสนใจผู้ชายแบบนี้ แต่คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายกลับไม่รู้สึกอะไร
“จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่คุณหนูลู่ ก็เหมือนเรื่องในวันนี้ที่จะไม่มีอีกต่อไป”
คำพูดที่ว่า “เรื่องวันนี้” หมายถึงเรื่องออกเดทระหว่างเขากับลู่อี้หลิง
ลู่อี้หลิงสูดหายใจเข้าลึกๆ จิบไวน์ช้าๆ จากนั้นวางแก้วไวน์อย่างสง่างาม มองไปที่เผยลี่เชินถามแบบติดตลก “คุณไม่ได้ไม่สนใจผู้หญิง แต่คุณไม่สนใจฉันต่างหาก ฉันเห็นคุณสนใจเลขาไป๋เท่านั้น”
ในคำพูดของลู่อี้หลิงดูเหมือนจะทดสอบอะไรบางอย่างในตัวเขา ดวงตาของเขายังคงนิ่งสงบ ตอบปฏิเสธโดยไม่ลังเล “ผมก็ไม่ได้สนใจเธอเช่นกัน”
ทันทีที่ได้ยินคำพูดของเขา ลู่อี้หลิงก็ปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้า “จริงเหรอ?”
เผยลี่เชินยังคงตอบด้วยเสียงเย็นชา “แน่นอน”
ลู่อี้หลิงเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์จ้องมองที่หน้าจอแล้วดับเบิ้ลคลิกพร้อมรอยยิ้ม จากนั้นเงยหน้ามองเผยลี่เชิน “ฉันก็ยังไม่เชื่อ นอกเสียจากคุณจะพิสูจน์”
“ไม่จำเป็น”
เผยลี่เชินพูดจบก้มหน้าหั่นเนื้อสเต๊กของเขาอย่างใจเย็น
เขาไม่ได้วางแผนว่าจะสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับลู่อี้หลิง ขอเพียงแค่ให้ผ่านพ้นวันนี้ไปเท่านั้น เขาไม่ขออะไร แต่เขาเบื่อหน่ายกับคนที่ไม่สนิทกับเขาแล้วมาคาดเดาชีวิตจิตใจของเขา
ลู่อี้หลิงเห็นเขาก้มหน้าเธอจึงกวาดสายตามองเห็นโทรศัพท์ของเขาวางอยู่บนโต๊ะ โดยไม่คิดอะไรจึงเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์นั้น
รอยยิ้มกลับกลอกปรากฏบนใบหน้าของเธอ “ฉันแค่อยากพิสูจน์เฉยๆ”
พูดจบเธอก็เปิดโทรศัพท์ของเขาซึ่งไม่ได้ล็อคหน้าจอทำให้เปิดดูข้อมูลข้างในได้ง่าย
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วส่งคลิปเสียงที่อัดไว้เมื่อสักครู่ไปที่โทรศัพท์ของเขา
เผยลี่เชินเงยหน้ามองดูลู่อี้หลิงที่หยิบโทรศัพท์ของเขาไป สายตาเคร่งขรึมวางมีดลงพร้อมสีหน้าเคร่งเครียด “คุณทำอะไร?”
เขาเกลียดคนที่มายุ่งข้าวของของเขา ถ้าไม่ใช่เธอเป็นลูกสาวของลู่ผิงชวน ป่านนี้เขาคงจะเอาเรื่องไปแล้ว
ลู่อี้หลิงใช้นิ้วทำโน่นทำนี่บนหน้าจอโทรศัพท์ของเขาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เงยหน้ามองเผยลี่เชิน “ฉันเป็นคนประเภทอยากรู้อยากเห็นทุกเรื่อง ในเมื่อคุณบอว่าไม่ชอบเลขาไป๋ งั้นก็ไม่ต้องสนใจหรอกว่าฉันจะส่งคลิปเสียงที่เราคุยกันเมื่อกี้ไปถึงเธอ”
ลู่อี้หลิงขณะพูดก็วางโทรศัพท์ของเผยลี่เชินตรงหน้าเขา ชายหนุ่มขมวดคิ้วสายตาจับจ้องที่หน้าจอโทรศัพท์
ไม่รอเขาเอื้อมมือเปิดโทรศัพท์ ลู่อี้หลิงอธิบายอย่างช้าๆ “เมื่อกี้ตอนที่คุณพูดว่าคุณไม่ได้สนใจเลขาไป๋ ฉันอัดเสียงเอาไว้แล้ว แล้วฉันก็ส่งคลิปเสียงนั้นเข้าเครื่องคุณ จากนั้นก็ใช้เครื่องคุณส่งคลิปเสียงนั้นต่อให้เธออย่างนี้คงไม่เป็นไรเน้อ?”
จิตใจเผยลี่เชินนิ่ง สีหน้าแสดงความไม่พอใจ ถามกลับ “คลิปเสียง?”
ลู่อี้หลิงเอียงศีรษะหัวเราะเสียงเบาๆ “เมื่อก่อนคุณก็เคยใช้วิธีนี้กับพ่อฉันและก็ลู่ชิงอวี่ไม่ใช่หรือคะ?” ฉันก็แค่ใช้วิธีที่ฉันปฏิบัติต่อผู้คนในแบบของคุณ คุณควรเข้าใจนะ?”
สายตาของฝ่ายชายเย็นชาแฝงไว้ด้วยอันตราย แต่สะกดอารมณ์ไว้
เขาประเมินผู้หญิงอย่างลู่อี้หลิงต่ำเกินไป ทั้งวิธีการ ความคิดของเธอ แต่ละอย่างทำให้คนคาดเดาลำบาก
เห็นเขาท่าทางแบบนี้ ลู่อี้หลิงยิ้มเหมือนได้ใจ ยังถามอย่างตั้งใจ “คุณโกรธไหม?”
เผยลี่เชินไม่ตอบใดๆ หยิบแก้วแล้วดื่มไวน์แดงอึกใหญ่
ลู่อี้หลิงมองดูปฏิกิริยาโต้ตอบของเขาก็รู้สึกปลื้มกว่าเดิม เมื่อตอนที่เขาปฏิเสธเธอ เธอแทบกลั้นหายใจ วันนี้ได้เห็นการแสดงออกทางอารมณ์ของเขา ในใจเธอรู้สึกมืดมน แถมตั้งใจพูดอีกว่า “เผยลี่เชิน วิธีการแบบนี้ ฉันก็เรียนรู้มาจากคุณ”
เผยลี่เชินแสร้งไม่ได้ยิน ยังคงกินข้าวดื่มเหล้าต่อ ทำเป็นเหมือนไม่ได้ยินเสียงของเธอ
“อีกอย่างในเมื่อคุณไม่ได้สนใจเลขาไป๋ ไม่ว่าฉันจะส่งอะไรไปให้เธอ คุณก็ไม่เห็นต้องแคร์อะไร จริงไหม?”
คำพูดของเธอเหมือนเข็มที่คอยทิ่มแทงตรงหัวใจของเขา
เขาสนใจจริงไหม? หลังจากที่ได้ยินว่าเธอส่งคลิปเสียงไปให้ไป๋เสว่เอ๋อร์ ความโกรธดั่งไฟก็ผุดขึ้นมาทันที เป็นเพราะเขาไม่อยากให้ไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ยินหรือว่าเพราะเหตุผลอื่น
ใจของเผยลี่เชินสับสนเล็กน้อย เขาไม่ค่อยแน่ใจ แต่เวลานี้เขาแน่ใจมากคืออยากให้อาหารมื้อนี้จบลงโดยเร็ว
ไป๋เสว่เอ๋อร์พบกับหม่าสวี้หยางที่ร้านอาหาร สั่งอาหารแล้วกำลังนั่งรออาหารมาเสิร์ฟ หม่าสวี้หยางมองเธอด้วยรอยยิ้ม “คุณไป๋ที่ผมนัดคุณออกมาดูจะรีบร้อนไปหน่อย จึงเลือกร้านอาหารที่อยู่ใกล้โรงแรมที่พักของคุณ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยิ้มแล้วตอบว่า “ไม่เป็นไรค่ะหัวหน้าหม่า ฉันว่าบรรยากาศที่นี่ก็ดีคะ อาหารก็คงรสชาติไม่เลว”
หม่าสวี้หยางโบกไม้โบกมือ “คุณไป๋เวลาอยู่ตามลำพังแบบนี้อย่าเรียกผมว่าหัวหน้าเลย ผมว่าอายุผมคงพอๆ กับพ่อของคุณ เรียกผมว่าลุงหม่าดีกว่า”
ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้กาลเทศะดี จึงหัวเราะแล้วเปลี่ยนคำพูดใหม่ “ได้ค่ะ ลุงหม่า”
“ที่ลุงนัดคุณออกมาวันนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานเลย คืออย่างนี้ลุงวางแผนอยากจะได้พื้นที่สำหรับแสดงนิทรรศการที่พิพิธภัณฑ์เมืองหนานไห่ เมื่อปลายปีก่อนมีแผนว่าจะจัดนิทรรศการซู่ซิว ถ้าหากคุณไป๋ยอมช่วย พอถึงเวลานั้นอยากให้คุณช่วยสนับสนุน ไม่ว่าอย่างไรคุณก็เป็นแฟนคลับซู่ซิว อีกอย่างลุงมีแผนจะนำเสนอผลงานที่มีคุณค่าของอาจารย์หร่วนที่บริจาคไว้ ดังนั้นนี่จึงถือเป็นวิธีแสดงความขอบคุณ”
เป็นไปตามนั้น เธอคาดไว้ไม่ผิดที่หม่าสวี้หยางนัดเธอก็เพราะซู่ซิว
“แน่นอนค่ะ คุณลุงทำให้ฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมในงานนี้ ฉันจะมาร่วมงานนิทรรศการซู่ซิวอย่างแน่นอนค่ะ”
ตอนแรกเธอรู้สึกผิดกับการส่งชิ้นงานเย็บปักถักร้อยของป้าหร่วนเพื่อเปิดเผยความสัมพันธ์แต่คิดไม่ถึงว่าหม่าสวี้หยางเองก็มีความตั้งใจที่จะสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม เมื่อเป็นเช่นนี้ป้าหร่วนคงไม่กล่าวโทษเธอ ทำให้เธอเองรู้สึกดีขึ้น
หม่าสวี้หยางเห็นเธอตอบรับก็รู้สึกดีใจ พอดีไวน์มาเสิร์ฟไว้บนโต๊ะหลังจากที่บริกรรินไวน์แล้ว หม่าสวี้หยางก็ส่งไวน์ให้เธอ “คุณไป๋ วันนี้วันดีของพวกเรา งั้นพวกเรามาดื่มกัน”
“คะ” ไป๋เสว่เอ๋อร์กล่าวตอบพร้อมชนแก้วแล้วจิบไวน์
ขณะที่เธอกำลังจะพูดเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
ไป๋เสว่เอ๋อร์เหลือบไปมองเห็นเป็นข้อความส่งมาจากเผยลี่เชิน ใจเต้นเล็กน้อย
ตอนนี้เป็นเวลาที่เขากับลู่อี้หลิงกินอาหารค่ำไม่ใช่หรือ?