Great Demon King – กำเนิดราชันย์ปีศาจ - ตอนที่ 457
เพราะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่ทรงพลังน้อยกว่าหานซั่ว จะสามารถรอดพ้นจากจิตของเขาไปได้ จึงทำให้หานซั่วสามารถมองเห็นสถานการณ์ทั้งหมดภายในนครซานโดรได้อย่างทั่วถึง
สถานที่แห่งนี้ควรค่าแก่การเป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของศาสนจักรแสงสว่างเสียจริง ๆ ด้วยจิตของเขา หานซั่วก็พบว่ามีเหล่าสาวกศาสนจักรแห่งแสงสว่างที่มีออร่าของพลังศักดิ์สิทธิ์แฝงในร่างกายเดินพลุกพล่านอยู่เต็มไปหมด ทั่วทั้งนครซานโดรเต็มไปด้วยโบสถ์และวิหารจำนวนมาก หอคอยเวทมนตร์หลายแห่งตั้งตระหง่านอยู่ตามจุดต่าง ๆ ในขณะที่พลังศักดิ์สิทธิ์แผ่ออกมาจากทุกหัวระแหง
ทุกที่ ๆ จิตของเขาเคลื่อนผ่าน เหล่ายอดฝีมือทุกคนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงจะปรากฏต่อการรับรู้ของหานซั่ว เขาพบว่ามีจอมขมังเวทย์ธาตุแสงศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งที่อยู่ในนครซานโดร ณ ตอนนี้ รวมทั้งเหล่ายอดฝีมือในแขนงต่าง ๆ ของศาสนจักรแห่งแสงสว่างที่เรียกได้ว่ามีอยู่แทบจะทุกตารางนิ้ว และในบรรดาคนเหล่านั้น ก็มีจำนวนไม่น้อยเลยที่เป็นยอดฝีมือผู้ทรงพลังอย่างมาก
ในขณะที่หานซั่วกำลังแผ่ขยายพลังการรับรู้ของเขาอย่างช้า ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ถาโถมเข้าใส่จากภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ไม่ไกลจากนครซานโดรมากนัก พลังศักดิ์สิทธิ์นั้นช่างทรงอิทธิพลและทำให้ผู้ใดก็ตามที่ได้สัมผัสถึงกับต้องยอมคุกเข่าอย่างยอมจำนน อีกทั้งยังทำให้จิตใจมีความสงบเยือกเย็น และพร้อมที่จะน้อมรับบัญชา
แม้แต่ผู้กระหายเลือดอย่างหานซั่ว เมื่อได้รับอิทธิพลจากพลังศักดิ์สิทธิ์นั้น เขาก็รู้สึกเหมือนตนเองยังต้องยอมจำนนและสำนึกผิดต่ออาชญากรรมทั้งหมดที่ก่อไว้ พลังนั้นแทรกซึมลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณ เรียกได้ว่ามีคุณสมบัติอันแรงกล้าซึ่งสามารถเปลี่ยนให้ผู้ที่ได้รับอิทธิพลกลายเป็นทาสผู้ซื่อสัตย์ไปตลอดกาล
หานซั่วส่งเสียงคำรามเบา ๆ ออกมา ทันใดนั้น จิตของเขาที่กำลังสำรวจนครซานโดรอยู่โดยรอบ ก็หยุดการแผ่ขยายและถอยคืนกลับมาอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งปกปิดตัวตนจากร่างกายตนเองอีกด้วย
พลังศักดิ์สิทธิ์นั้นส่งผ่านออกมาจากยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ของศาสนจักรแห่งแสงสว่าง เพื่อสร้างผู้ที่ยอมอุทิศตนอย่างมั่นคงโดยเฉพาะ บางที ที่นั่นอาจจะเป็นศูนย์รวมพลังศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงสุดแล้วก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับคนธรรมดาทั่วไป พลังศักดิ์สิทธิ์ประเภทนี้ถือว่ามีพลังล่อลวงอย่างมหาศาล ที่ทำให้พวกเขายินยอมพร้อมใจที่จะโผเข้าสู่อ้อมกอดของศาสนจักร และถวายตัวเป็นสาวกผู้มีศรัทธาอันแรงกล้าต่อเทพแห่งแสงสว่าง
ในฐานะคนนอกรีตที่ศาสนจักรแห่งแสงสว่างปรารถนาที่จะกำจัดเสียให้สิ้นซาก หานซั่วจึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่ามันหมายความว่าอย่างไร เมื่อคนธรรมดาทั่วไปได้รับอิทธิพลจากพลังศักดิ์สิทธิ์ที่สัมผัสวิญญาณของพวกเขาโดยตรง และวิธีการเช่นนี้ของศาสนจักรแห่งแสงสว่าง ก็ไม่ได้เหมือนกันกับวิถีปฏิบัติอันโปร่งใสที่พวกเขาแสดงให้เห็นในเบื้องหน้าเลยสักนิด
[ Please note : หากท่านไม่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้จากบล็อก https://gdk-th.blogspot.com/ แปลว่าท่านกำลังจ่ายเงินให้กับคนที่กำลังสุขสบายกับการหาเงินง่าย ๆ ด้วยการใช้นิ้วคลิกก๊อบผลงานแปลของเพจไปขายอีกต่อหนึ่ง ]
แม้จะถอนจิตกลับคืนมาแล้ว แต่แรงกดดันมหาศาลที่ทำให้เขาหายใจลำบากมาโดยตลอดก็ยังไม่จางหายไป นับตั้งแต่ที่หุบเขาทารัค ทั้ง 3 คนก็ได้เดินทางผ่านเมืองหลายเมืองมาจนถึงที่นี่ แต่ถึงอย่างนั้น วิญญาณที่ถูกราชาหกเขาแห่งเผ่าวิญญาณหมายหัวไว้แล้ว จะยังคงถูกไล่ล่าอย่างไม่รู้จบ
แม้กระทั่งตอนนี้ แรงกดดันนั้นก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ หานซั่วรู้ทันทีว่าเจ้าตัวประหลาดตนนั้นกำลังเดินทางเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว
กริ๊ง!
เสียงแหลมดังขึ้นในหูครั้งหนึ่ง มันคือเสียงการเตือนล่วงหน้าของค่ายกลเวทมนตร์ป้องกัน ซึ่งมีหานซั่วเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้ยิน
“ไบรอัน!”
ปีศาจเฒ่าสตรัทโฮล์มร้องดังขึ้น เมื่อฟังจากน้ำเสียง ร่างกายของเขาคงจะฟื้นตัวอย่างเพียงพอแล้วอย่างแน่นอน
“รอแป๊บนึง!”
หานซั่วร้องตอบ พลางยกเลิกค่ายกลเวทมนตร์ที่อยู่รอบตัวเขา ก่อนจะเปิดประตูและพบทั้งสตรัทโฮล์มและทิอาน่ายืนอยู่ข้างนอก
“มันเกือบมาถึงที่นี่แล้ว!”
ในน้ำเสียงของปีศาจเฒ่าแฝงความวิตกกังวลไว้อย่างชัดเจน แม้จะเป็นคนที่ชอบวางมาดมากแค่ไหน แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับราชาหกเขาแห่งเผ่าวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัว ปีศาจเฒ่าก็อดที่จะคิดในแง่ร้ายไว้ก่อนไม่ได้
“พวกเราต้องรีบไปใกล้ ๆ ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของศาสนจักรแห่งแสงสว่างเดี๋ยวนี้เลย เพราะถ้ามันมาถึงเมื่อไหร่ พวกเราก็จะได้บุกเข้าไปในภูเขาศักดิ์สิทธิ์และรอจนกว่ามันจะปรากฏตัว ต้องหลอกล่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายต่อสู้กันจนได้รับบาดเจ็บกันไปข้างเท่านั้นแหละ พวกเราถึงจะมีโอกาสรอด”
ทิอาน่ายังคงสง่างามและดูสูงศักดิ์เหมือนเช่นเคย แต่สีหน้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเธอเองก็หวาดวิตกไม่ต่างไปจากสตรัทโฮล์มเลยแม้แต่น้อย
“เข้าใจแล้ว งั้นก็รีบไปกันเถอะ”
หานซั่วตอบทันที
ทั้งสตรัทโฮล์มและทิอาน่าต่างไม่พูดอะไรอีก โดยมีทิอาน่าเป็นผู้นำทาง ทั้ง 3 คนก็ออกจากนครซานโดรไปอย่างเงียบเชียบ
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของศาสนจักรแห่งแสงสว่างนั้นสูงเสียดฟ้าจนยอดเขาแทงทะลุขึ้นไปเหนือม่านเมฆ เมื่อทั้ง 3 คนมาถึงบริเวณตีนเขา พวกเขาก็เงยหน้ามองขึ้นไป ราวกับว่าผืนฟ้าของสรวงสวรรค์ถูกภูเขาศักดิ์สิทธิ์ลูกนี้ทิ่มแทงรุกล้ำอาณาเขต ขณะที่ความรู้สึกสงบและเยือกเย็นแผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจของพวกเขา
“ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ลูกนี้มีความสูงถึง 9,763 เมตร และมี นครแห่งแสง ตั้งอยู่บนยอด ภายในมีเหล่ายอดฝีมือที่ทรงพลังและแข็งแกร่งที่สุดของศาสนจักรแห่งแสงสว่างคอยคุ้มกันสถานที่แห่งนั้นเอาไว้ พวกเราแอบดอดขึ้นไปสักครึ่งทางของภูเขาก่อนก็ได้ และเมื่อราชาหกเขาแห่งเผ่าวิญญาณมาถึง พวกเราก็ค่อยบุกเข้าไปบนยอดภูเขาศักดิ์สิทธิ์ด้วยกัน”
ทิอาน่าอธิบายกับหานซั่วและสตรัทโฮล์มเมื่อพวกเขามาถึงบริเวณตีนเขา ดูเหมือนว่าเธอจะคุ้นเคยกับภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของศาสนจักรแห่งแสงสว่างนี้เป็นอย่างดี
[ Please note : หากท่านไม่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้จากบล็อก https://gdk-th.blogspot.com/ แปลว่าท่านกำลังจ่ายเงินให้กับคนที่กำลังสุขสบายกับการหาเงินง่าย ๆ ด้วยการใช้นิ้วคลิกก๊อบผลงานแปลของเพจไปขายอีกต่อหนึ่ง ]
หานซั่วและปีศาจเฒ่าสตรัทโฮล์มพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง ทิอาน่าจึงไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรไปมากกว่านั้น ก่อนจะนำทั้งคู่เหาะขึ้นบริเวณช่วงกลางของภูเขาศักดิ์สิทธิ์
“ตามข้ามา พวกเราต้องหาที่ซ่อนตัว เพราะบนยอดเขามียอดฝีมือของศาสนจักรแห่งแสงสว่างอยู่หลายคน 2 คนในนั้นมีความแข็งแกร่งในระดับเดียวกับพวกเรา คนหนึ่งเป็นจ้าวแห่งเวทมนตร์ธาตุแสง ส่วนอีกคนหนึ่งก็เป็นจ้าวแห่งอัศวิน และยิ่งไปกว่านั้น ยังมีนักบุญโบราณอยู่อีกคนหนึ่ง พระเจ้าเท่านั้นล่ะ ที่รู้ว่าเธออยู่มานานแค่ไหนแล้ว ถ้าตำแหน่งของพวกเราถูกเปิดเผยล่ะก็ พวกเราคงถูกพวกศาสนจักรแห่งแสงสว่างกำจัดก่อนที่ราชาหกเขาแห่งเผ่าวิญญาณจะมาถึงซะอีก!”
ทิอาน่าอธิบายให้ทั้งคู่ฟังขณะกำลังเหาะขึ้นไปบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์
ทั้ง 3 ต่างมีพลังในระดับครึ่งเทพ แม้ว่าพวกเขาจะมาได้ไกลกว่า 9,000 เมตรของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ทั้ง 3 คนก็ยังต้องเหาะต่อไป
ตั้งแต่ตอนที่มาถึงศูนย์บัญชาการใหญ่ของศาสนจักรแห่งแสงสว่าง หานซั่วก็กักเก็บจิตของตนเองไว้ และเฝ้ามองสถานการณ์โดยรอบด้วยตาเปล่าเท่านั้น จากสิ่งที่เห็น เขาก็พบว่าตั้งแต่บริเวณตีนเขา สิ่งปลูกสร้างของศาสนจักรแห่งแสงสว่างก็ปกคลุมพื้นที่ของภูเขาแทบจะทั้งหมด และมีเหล่าสาวกของศาสนจักรฯ อาศัยอยู่บนภูเขาขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านลูกนี้กว่า 10,000 คน
“ทางนี้!”
ทิอาน่าร้องบอก ก่อนจะนำทางไปยังหน้าผาสูงชันแห่งหนึ่งบริเวณช่วงกลางของภูเขาศักดิ์สิทธิ์
ด้านหลังหน้าผาแห่งนั้นมีถ้ำมืด ๆ ซ่อนอยู่ถ้ำหนึ่ง หลังจากที่ทิอาน่านำสตรัทโฮล์มและหานซั่วร่อนลงบนหน้าผาแล้ว พวกเขาก็เดินตรงเข้าไปในถ้ำมืด ๆ นั้น
ทันทีที่เข้ามาในถ้ำ หานซั่วก็พบว่าภายในถ้ำไม่ได้มืดเหมือนที่เห็นจากด้านนอก แต่ตรงกันข้าม ภายในมีโคมไฟวิเศษที่คอยส่องแสงอยู่จำนวนหนึ่ง ถ้ำแห่งนั้นกว้างขวางมากที่เดียว เห็นได้ชัดว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นอย่างแน่นอน
“หืม? พี่หญิงทิอาน่า ท่านเคยมาที่นี่มาก่อนเหรอ?”
ปีศาจเฒ่าสตรัทโฮล์มถามขึ้นอย่างประหลาดใจ
“เปล่าหรอก ข้าแค่บังเอิญสัมผัสได้ว่าที่นี่น่าจะพออยู่ได้เฉย ๆ เอาล่ะ ระหว่างนี้พวกเราก็อยู่ที่นี่กันไปก่อน เอ่อ… ขอข้าร่ายเวทย์เพื่อสร้างม่านพลังป้องกันและปกปิดตัวตนของพวกเราก่อนนะ!”
ทิอาน่ารีบตอบอย่างรัวเร็ว
ทั้งหานซั่วและสตรัทโฮล์มไม่ได้ตั้งคำถามอะไรกับเธออีก ทิอาน่ายืนอยู่ตรงปากถ้ำที่เป็นทั้งทางเข้าและทางออกเพียงทางเดียว เธอหยิบคทาเวทมนตร์สีฟ้าของเธอออกมา และค่อย ๆ ร่ายคาถาอย่างช้า ๆ
ทันใดนั้นเอง เธอก็หยุดการร่ายเวทย์อย่างกะทันหัน ก่อนจะพุ่งตัวออกจากถ้ำด้วยความเร็วดุจสายฟ้า และเมื่อเธอออกไป เธอก็ร่ายคาถาประโยคสุดท้ายจนจบ เสี้ยววินาทีนั้นเอง มวลธาตุน้ำที่หนาแน่นที่สุดก็ปกคลุมปากถ้ำแห่งนั้นเอาไว้ พวกมันจะก่อร่างขึ้นมาและจับตัวแข็งอย่างรวดเร็ว ก่อนที่หานซั่วและสตรัทโฮล์มจะไหวตัวทัน กำแพงน้ำแข็งที่หนากว่า 1 เมตรก็ปิดผนึกทางออกไว้เรียบร้อยแล้ว
สีหน้าของทั้งหานซั่วและสตรัทโฮล์มเปลี่ยนไปทันที แล้วสตรัทโฮล์มก็ร้องตะโกนขึ้นอย่างกราดเกรี้ยว
“พี่หญิงทิอาน่า นี่มันหมายความว่ายังไงกัน?”
ตอนนั้นเอง ตัวตนของครึ่งเทพจำนวน 2 คนก็พุ่งลงมาจากยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ เพียงไม่กี่อึดใจ พวกเขาก็ร่อนลงมายืนเคียงข้างทิอาน่าบริเวณด้านนอกของถ้ำ แม้จะมีกำแพงน้ำแข็งโปร่งใสขวางกั้นอยู่ หานซั่วก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ว่าหนึ่งในพวกเขาแต่งกายในชุดของนักบวชแห่งแสง ในขณะที่อีกคนแต่งกายในชุดของจ้าวแห่งอัศวิน และทั้งคู่ก็ยังดูอ่อนเยาว์มากทีเดียว
คนทั้งคู่ที่พุ่งลงมาจากยอดเขาด้วยความเร็วสูง มิได้พยายามที่จะปกปิดออร่าอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากร่างของพวกเขาเลยสักนิด เช่นนั้นแล้ว หานซั่วจึงมั่นใจทันทีว่าพวกเขาคือจ้าวแห่งอัศวิน และเจ้าแห่งเวทมนตร์ธาตุแสงที่ทิอาน่าเอ่ยถึงก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังเป็นครึ่งเทพด้วยกันทั้งคู่!
“ทิอาน่า เจ้าทำได้ดีมากจริง ๆ ทีนี้เจ้าก็ไปผสานวิญญาณเข้ากับคริสตัลต้นกำเนิดธาตุน้ำบนยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างสบายใจแล้วล่ะ ท่านนักบุญของเราจะคอยปกป้องเจ้าจากการไล่ล่าของสิ่งมีชีวิตประหลาดตนนั้นเอง”
จ้าวแห่งอัศวินที่ดูยังหนุ่มยังแน่นยิ้มและพูดขึ้นอย่างอ่อนโยน
“เบิร์กสัน พ่อหนุ่มนั่นคือไบรอัน คนนอกรีตที่เจ้าตามล่ามาโดยตลอด อยากทำอะไรกับเขาก็เชิญตามสบายเลย แต่สำหรับสตรัทโฮล์ม ตราบใดที่เขายอมมอบคริสตัลต้นกำเนิดออร่าต่อสู้ให้เรา เราก็ปล่อยเขาไปเถอะ เขาไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอะไรกับศาสนจักรแห่งแสงสว่างของเจ้า”
ดูเหมือนทิอาน่าจะรู้สึกแย่พอควรเลยทีเดียว จึงขอร้องแทนปีศาจเฒ่าเช่นนั้น
“โทษที แต่ข้าไม่ใช่คนที่มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องนั้น ไว้ค่อยคุยกันหลังจากที่ข้ารายงานต่อท่านนักบุญให้ทราบแล้วเถอะ”
จ้าวแห่งอัศวินที่มานามว่าเบิร์กสันยักไหล่ ก่อนจะยิ้มและพูดขึ้น
“แต่ไม่ว่ายังไง ถ้าสตรัทโฮล์มยอมสวามิภักดิ์และอุทิศตนแด่เทพแห่งแสงสว่างแล้วล่ะก็ เรื่องนั้นคงไม่ใช่ปัญหาหรอกนะ!”
ทันใดนั้นเอง หานซั่วและสตรัทโฮล์มก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์อันแรงกล้าที่แผ่ปกคลุมทั้งถ้ำเอาไว้ตั้งแต่เมื่อใดก็มิอาจทราบได้ และเมื่อทิอาน่ายังปิดผนึกทางหนีเพียงทางเดียวของถ้ำเอาไว้ ก็ดูราวกับว่าสถานการณ์คงไม่มีอะไรแย่ลงไปกว่านั้นอีกแล้ว
“พี่หญิงทิอาน่า ข้าไม่เคยคิดเลยว่าท่านจะทำแบบนี้!”
ปีศาจเฒ่าสตรัทโฮล์มที่ถูกขังอยู่ในถ้ำจ้องมองไปยังทิอาน่าอย่างเลื่อนลอย แม้น้ำเสียงของเขาจะฟังดูสงบเยือกเย็น แต่ก็แฝงความโกรธเกรี้ยวเอาไว้
“สตรัทโฮล์ม ข้าเสียใจจริง ๆ แต่เบิร์กสันกับข้าเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ตราบใดที่เจ้ายอมส่งคริสตัลต้นกำเนิดออร่าต่อสู้มาดี ๆ ข้าจะช่วยให้เจ้าออกไปจากภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้แบบยังมีชีวิตเองนะ”
ใบหน้าของทิอาน่าไร้ซึ่งความรู้สึกผิดอย่างสิ้นเชิง เธอเพียงแต่วางท่าอย่างสง่างามและสูงศักดิ์เฉกเช่นที่เคยเป็นมาตลอด
ออร่าอันน่าสะพรึงกลัวค่อย ๆ ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แม้ว่าจะมีม่านพลังมากมายคอยขวางกั้นอยู่ แต่หานซั่วและสตรัทโฮล์มก็สามารถได้ยินเสียงหึ่งอันแปลกประหลาดนั้นอย่างชัดเจน
และในเวลาเดียวกัน ท่วงทำนองอันแสนไพเราะก็แว่วให้ได้ยินมาจากยอดเขา พร้อมกันกับที่คลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์ซึ่งครอบครองโดยเหล่าเทพเท่านั้นได้แผ่ซ่านลงมาบนหน้าผาในเวลาเพียงชั่วพริบตา
********************************************