Invincible Divine Dragon's Cultivation System ระบบฝึกฝนมังกรอมตะ - ตอนที่ 323
ตอนที่ 323 การปรากฏตัวของพิณห่าวจง!
.
“บัดซบบบบ! แกมันไอ้ตัวบัดซบบบ!”
“แกถึงกับกล้าทำร้ายข้าได้ถึงขนาดนี้เชียวรึ!” โอรสสวรรค์เฉินจื่อ ตะโกนพร้อมกับจ้องมองไปยังหวังเสียน ด้วยสายตาที่ดุร้ายและแค้นเคือง
การที่เขาถูกหวังเสียน หันหลังให้แล้วจากไปอย่างไม่สนใจใยดีเช่นนี้ มันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าบาดแผลที่บนไหล่ของเขาเสียอีก สิ่งนี้เป็นเหมือนกับการดูถูกเขาโดยตรง ว่าตัวเขานั้นไม่มีค่ามากพอที่จะต้องให้ความสนใจมากไปกว่านี้
“เอ่ยชื่อของแกมาซะ! หลังจากเสร็จงานพิธีของสำนักแล้ว ข้าจะไปฆ่าแกจนถึงที่เลยทีเดียว!” เฉินจื่อ จ้องมองไปที่ด้านหลังของหวังเสียน พร้อมกับตะโกนออกมาเสียงดังอย่างโกรธแค้น
เมื่อได้ยินเสียงของเฉินจื่อพูดกับเขาเช่นนั้น หวังเสียนก็หยุดก้าวเดินอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปตอบสั้นๆว่า “เจ้าไม่มีโอกาสหรอก อย่าพยายามดิ้นรนหาที่ตายเลย!” เขายิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะส่ายหัวเบาๆ
ด้วยความโกรธเฉินจื่อแสยะยิ้มออกมาอย่างกระหายเลือด ดวงตาของเขานั้นแดงก่ำ เขาก้มมองไปที่ไหล่ของตัวเอง ก่อนที่จะตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง “รอก่อนเถอะ! ข้าจะไปฆ่าแกอย่างเร็วที่สุด!”
หวังเสียน ชำเลืองมองกลับไปที่เฉินจื่อเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเดินออกไปอย่างไม่แยแส
“ศิษย์พี่ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?” สาวกหญิงคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาถามเฉินจื่อด้วยความเป็นห่วง
“ให้ข้าช่วยดูอาการบาดเจ็บของศิษย์พี่เอง ข้านั้นมียารักษาบาดแผลติดตัวมาด้วย!” สาวกหญิงอีกคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาช่วยดูบาดแผลให้เขาด้วยเช่นเดียวกัน
มีสาวกบางคนยังไม่สามารถฟื้นสติจากอาการช็อคได้ หลังจากที่โอรสสวรรค์แห่งสำนักเสียงสวรรค์ของพวกเขาพ่ายแพ้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวของชายหนุ่มคนนั้น!
“ข้าไม่เป็นอะไร!” โอรสสวรรค์เฉินจื่อ พูดปฏิเสธเหล่าสาวกคนอื่นๆด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม เขากัดฟันออกมาอย่างโกรธแค้นพร้อมกับจ้องมองไปที่บาดแผลบนไหล่ของเขา
ในขณะที่พวกเขาเฝ้าดูหวังเสียนเดินจากไป สาวกชายคนนึงที่พยายามประจบเอาใจโอรสสวรรค์เฉินจื่อก็พูดออกมาว่า “ศิษย์พี่ขอรับ! หากไอ้เจ้าหมอนั่นไม่ได้ทำการลอบโจมตีศิษย์พี่ในขณะที่ไม่ทันได้ระวังตัว และหากว่าศิษย์พี่นั้นไม่ได้อ่อนข้อให้กับมันโดยใช้เพียงแค่อาวุธรอง ป่านนี้ไอ้เจ้าหมอนั่นมันคงจะตายหรือไม่ก็พิการไปแล้วอย่างแน่นอนเลยขอรับ!” เขาพูดออกมาพร้อมกับแสดงสีหน้าที่จริงจัง
“ฮึ่ยย!” โอรสสวรรค์เฉินจื่อ คำรามออกมาเสียงต่ำๆด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่จะจ้องมองไปยังถังหยินซวง อย่างขุ่นเคืองและพยายามเค้นคำตอบที่เขาต้องการรู้จากเธอ “ศิษย์น้องหญิง เจ้าต้องบอกข้าให้หมดว่ามันนั้นเป็นใคร? มาจากไหน? แล้วเกี่ยวข้องกับเจ้าได้อย่างไร?”
เมื่อได้ยินคำถามที่ถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่คาดคั้น ถังหยินซวง ก็ขมวดคิ้วพร้อมกับตอบด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “ศิษย์พี่โอรสสวรรค์เฉินจื่อ ในตอนนี้ข้านั้นรู้สึกไม่ค่อยจะสบาย ข้าคงต้องขอตัวกลับไปที่สำนักก่อน!” เธอพูดออกมาและไม่รอคำตอบใดๆก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินจากไป
“หยุดอยู่ตรงนั้น ถังหยินซวง ในตอนนี้ศิษย์พี่เฉินจื่อ กำลังถามเจ้า เจ้าไม่ได้ยินหรืออย่างไร?” สาวกหญิงคนหนึ่งของสำนักเสียงสวรรค์ตะโกนใส่ถังหยินซวงด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด
ถังหยินซวง ไม่ได้สนใจการเรียกของสาวกหญิงคนนั้น แต่เธอเพียงแค่หันไปพูดกับโอรสสวรรค์เฉินจื่ออีกครั้ง “ข้านั้นรู้สึกไม่สบายจริงๆศิษย์พี่ หากท่านนั้นมีธุระต้องการจะพูดคุยกับข้าเอาไว้ครั้งหน้าได้หรือไม่ ข้านั้นรู้สึกไม่ดีจริงๆ!” เธอพูดจบแล้วรีบก้าวเดินออกไปในทันที ในระหว่างนั้นเธอถอนหายใจออกมาเบาๆขณะที่เดินตรงกลับไปยังสำนัก
“ฮึ! เย่อหยิ่งและจองหองยิ่งนัก!” เฉินจื่อ พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างจะหงุดหงิดในขณะที่เขาเฝ้ามองถังหยินซวงค่อยๆเดินหายลับตาไป
หลังจากนั้นเขาก็หันไปพูดกับเหล่าสาวกชายที่อยู่รอบๆตัวเขา
“ไปสืบค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับไอ้เจ้าเด็กคนนั้นมาให้ข้า!” เฉินจื่อ พูดกับเหล่าสาวกของสำนักเสียงสวรรค์ที่เป็นศิษย์น้องของเขาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม
“ขอรับศิษย์พี่!” เหล่าสาวกชายที่อยู่บริเวณโดยรอบ ต่างขานรับคำออกมาเสียงดังเพื่อต้องการประจบเอาใจเขา
เหล่าสาวกทั้งหมดที่อยู่โดยรอบนั้นต่างเชื่อมั่นว่า หากโอรสสวรรค์เฉินจื่อใช้พิณเทียนโม่ซึ่งเป็นอาวุธคู่มือของเขา หวังเสียน จะไม่ใช่คู่มือของโอรสสวรรค์เฉินจื่ออย่างแน่นอน
โอรสสวรรค์แห่งสำนักเสียงสวรรค์นั้นย่อมมีฝีมือสูงมากอย่างแน่นอนและไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่ใครบางคนจะมาเล่นตลกด้วยได้
และเจ้าหนุ่มคนนั้นจะต้องตายอย่างไร้ที่ฝังอย่างแน่นอน!
….
เมื่อหวังเสียกลับมาในห้องพักระดับประธานาธิบดี โม่ชิงหลง, โม่หยวนและเหล่านักรบมังกรทั้ง 7 คนจากองค์กรมือสังหารอเวจีทมิฬ ก็รอต้อนรับเขาอยู่แล้ว “น้อมคารวะองค์ราชา!” พวกเขาทั้งหมดต่างคุกเข่าลงทำความเคารพหวังเสียน อย่างนอบน้อม
“อืมม! ตามสบายเถอะไม่ต้องมากพิธี ทั้งหมดนี้คือข้อมูลที่พวกเจ้าได้รับมาอย่างนั้นหรือ!” หวังเสียน ตอบรับคำทักทายของพวกเขาอย่างเป็นกันเอง ก่อนที่จะโบกมือเบๆ และเอกสารที่อยู่บนโต๊ะทั้งหมดก็ลอยเข้ามาในมือของเขา
“นี่เป็นข้อมูลทั้งหมดที่พวกเราได้รับมาขอรับองค์ราชา!” โม่ชิงหลงและเหล่าคนที่เหลือทั้งหมดตอบรับคำของเขา ก่อนที่จะโค้งคารวะและถอยหลังเดินกลับไปยังห้องพักของพวกเขา เพื่อที่จะได้ไม่เป็นการรบกวนเวลาพักส่วนตัวของหวังเสียน
ในขณะเดียวกันถังหยินซวง ก็กลับไปที่ห้องของเธอที่ตั้งอยู่บนยอดเขา 1 ใน 9 ยอดของสำนักเสียงสวรรค์
ขณะที่เธอวางพิณเอาไว้บนโต๊ะทำงาน เธอหันกลับไปมองยังพิณตัวหนึ่ง ซึ่งในตอนนี้มันมีแต่ร่องรอยของการแตกหัก ถึงแม้ว่ามันจะได้รับการซ่อมแซมแล้วก็ตามที
ในตอนนี้มันเป็นได้แค่เพียงของสะสมที่มีคุณค่าทางจิตใจของเธอเพียงเท่านั้นไม่สามารถนำมาเล่นได้อีกแล้ว
และอีกด้านหนึ่งมีพิณที่มีสีเขียวเข้มลักษณะของมันนั้นสวยงามเป็นอย่างมาก นี่คือพิณที่อาจารย์ของเธอได้มอบไว้ให้นั่นเอง
พิณหยกเขียว คันนี้ที่อาจารย์ได้มอบไว้ให้กับเธอนั้นเป็นพิณที่มีราคาแพงมาก ตามที่อาจารย์ของเธอได้บอกไว้มันคือเครื่องดนตรีซึ่งเป็นอาวุธวิญญาณระดับ 6
และเช่นเดียวกันกับทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็นยาจิตวิญญาณ สัตว์อสูร ระดับการบ่มเพาะของผู้ฝึกตนและรวมถึงอาวุธอีกด้วย สิ่งต่างๆเหล่านี้นั้นถูกแบ่งออกเป็นระดับ และทุกสิ่งทุกอย่างนั้นตั้งค่ามาตรฐานตามความแข็งแกร่งและระดับสูงต่ำของมัน
อาวุธวิญญาณนั้นจะถูกจัดลำดับจากระดับน้อยไปหามาก และเมื่ออาวุธวิญญาณมีระดับตั้งแต่ระดับ 9 ขึ้นไป มันจะถูกเรียกว่าอาวุธระดับกึ่งเซียนหรือโดยมากจะเรียกกันอย่างติดปากว่าอาวุธระดับก่อกำเนิดจิตวิญญาณ
อาวุธวิญญาณระดับก่อกำเนิดจิตวิญญาณนั้นจะมี วิญญาณเป็นของตัวเอง เมื่ออาวุธวิญญาณขึ้นสู่ระดับดังกล่าวแล้วมันจะมีความสามารถและพลังพิเศษอยู่ในตัวของมันเอง
ยกตัวอย่างเช่นดาบโบราณซานลู่ ซึ่งตอนนี้หวังเสียน นั้นเป็นผู้ครอบครองและเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง โดยที่จิตวิญญาณของดาบนั้นยอมรับหวังเสียนเป็นเจ้านายของมันโดยตรงโดยที่ตัวเขาก็ไม่รู้ตัวมาก่อน
หากว่าผู้ที่ดาบนั้นไม่ยอมรับว่าเป็นนายของมันนั้นไปจับต้องที่ตัวดาบ คนผู้นั้นอาจจะถูกสังหารลงในทันทีก็เป็นได้
ความสามารถของอาวุธวิญญาณระดับ 9 ขึ้นไปนั้นสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับผู้เป็นนายได้อย่างแท้จริง ยกตัวอย่างเช่นหากนักรบระดับขั้นที่ 9 ได้ครอบครองดาบซานลู่ คนผู้นั้นก็จะสามารถเอาชนะผู้เชี่ยวชาญระดับครึ่งขั้นก่อกำเนิดลมปราณได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว
ฉะนั้นจึงมีคำกล่าวในโลกยุทธภพเอาไว้ว่า ชาวยุทธที่มีอาวุธคู่มือระดับ 9 ขึ้นไปนั้นถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีความอันตรายมากอย่างแท้จริง เพราะว่าชาวยุทธผู้นั้นจะสามารถต่อสู้ข้ามระดับได้มากถึง 1 หรือ 2 ระดับเลยทีเดียว
และอาวุธวิญญาณระดับก่อกำเนิดจิตวิญญาณนั้นมีอยู่ไม่มากในโลกปัจจุบันนี้ เนื่องจากไม่มีปรมาจารย์ที่สามารถหลอมสร้าง อาวุธระดับสูงได้อีกต่อไปแล้ว และนอกจากนี้ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการหลอมสร้างหรืออุปกรณ์ที่จะใช้ในการหลอมสร้างก็สูญหายไปนานมากแล้ว เพราะฉะนั้นในปัจจุบันนี้จึงเหลือแต่เพียงอาวุธวิญญาณระดับก่อกำเนิดจิตวิญญาณเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้นที่เป็นมรดกตกทอดมาในโลกยุทธภพแห่งนี้
ดังนั้นถึงแม้ว่าพิณหยกเขียวคันนี้จะไม่ได้เป็นอาวุธวิญญาณระดับก่อกำเนิดจิตวิญญาณก็ตาม แต่ความสามารถของมันในปัจจุบันนี้นั้นก็ถือว่ายอดเยี่ยมเป็นอย่างมากแล้ว และหากพูดถึงความหายากของมันนั้นก็นับว่าหาได้ยากอย่างไม่น่าเชื่อเลยเช่นเดียวกัน
เพราะตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้วเครื่องดนตรีที่เป็นอาวุธวิญญาณนั้นค่อนข้างที่จะหายากและไม่ค่อยมีปรมาจารย์หลอมสร้างคนใดประดิษฐ์มันขึ้นมา และเมื่อกาลเวลาล่วงเลยมาถึงในยุคปัจจุบันนี้เครื่องดนตรีที่เป็นอาวุธวิญญาณนั้นก็ยิ่งหายากมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
เพียงแค่ได้รับอาวุธวิญญาณที่เป็นเครื่องดนตรีระดับ 6 ชิ้นนี้มาก็ถือได้ว่า ยอดเยี่ยมมากอย่างที่สุดแล้ว
ถังหยินซวง มองไปที่ผ้าไหมที่ห่อหุ้มพิณตัวที่หวังเสียนนำมามอบเป็นของขวัญให้กับเธอ ลักษณะภายนอกของมันนั้นธรรมดาเป็นอย่างมาก และที่ด้านนอกตัวผ้าไหมยังมีเครื่องหมายร้านเครื่องดนตรีสมัยใหม่ติดอยู่บนผ้าไหมหุ้มพิณอีกด้วย
“หลิง – หยิน อย่างนั้นรึ คิกๆ!” ถังหยินซวง หัวเราะออกมาเบาๆ เธอมองไปที่ตราสินค้าบนผ้าไหมที่ใช้สำหรับห่อหุ้มตัวพิณ นี่นับว่าเป็นตราสินค้าเครื่องดนตรีสมัยใหม่ที่มีชื่อเสียงมากเลยทีเดียว
พิณสมัยใหม่ของตราสินค้ายี่ห้อนี้นั้นจะถูกผลิตออกมาอย่างปราณีตและสวยงามมันมีราคาขั้นต่ำคือหลักหมื่นหยวนและบางชิ้นนั้นมีราคามากกว่าหลักล้านหยวนเลยทีเดียว
แต่ในสายตาของเธอนั้นพิณพวกนี้มีไว้เพื่อเล่นบทเพลงธรรมดาเพียงเท่านั้น พวกมันไม่สามารถรองรับพลังลมปราณของผู้ฝึกยุทธที่ต้องการส่งพลังผ่านเสียงดนตรีได้อย่างแน่นอน
พิณที่อยู่ด้านในคันนี้คงไม่สามารถจะเปรียบเทียบกับพิณหยกเขียวที่อาจารย์ของเธอได้มอบไว้ให้กับเธอได้แม้แต่น้อย
“ฮึ!เป็นถึงผู้ฝึกยุทธที่แข็งแกร่งและทรงพลัง แต่กลับไม่เข้าใจถึงหลักการของผู้ฝึกยุทธสายดนตรีเลยแม้แต่น้อย ช่างไร้เดียงสายิ่งนัก!” ถังหยินซวง ส่ายหัวและทำหน้ามุ่ยออกมาอย่างน่ารัก
ในขณะที่เธออยู่คนเดียวนั้นเธอมักจะเปิดเผยตัวตนอันแท้จริงที่เป็นหญิงสาวที่สดใสและน่ารักของเธอออกมาอย่างชัดเจน
“ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่เครื่องดนตรีสมัยใหม่! แต่อย่างน้อยๆเขาก็มีจิตสำนึกที่ยังต้องการมอบของขวัญเพื่อขอโทษให้กับข้า!” ในตอนแรกเธอคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าหวังเสียน นั้นคงจะต้องซื้อพิณราคาแพงจากร้านเครื่องดนตรีสมัยใหม่มามอบให้เธออย่างแน่นอน เธอจึงคิดที่จะปฏิเสธ แต่หลังจากที่เธอเห็นความจริงใจที่อยากจะขอโทษของเขาแล้ว เธอก็ปฏิเสธเขาไม่ลง
ในขณะที่เธอเปิดปลอกที่ห่อหุ้มพิณออกมา รูปลักษณ์สีแดงเข้มที่สวยงามแต่ดูเป็นเอกลักษณ์ของปรมาจารย์ผู้สร้างในแบบโบราณก็ปรากฏออกมาต่อหน้าเธอ และบนนั้นยังมีตัวหนังสือโบราณเขียนกำกับไว้อีกด้วย
ที่ตรงกลางของตัวพิณมีอักขระ 2 ตัวถูกสลักเอาไว้อย่างสวยงาม ถังหยินซวง เบิกตากว้างอย่างตกตะลึงในทันที
“ห่าวจง! มันอ่านว่า ห่าวจง!!” เธอพูดพึมพำซ้ำๆออกมาอยู่หลายรอบ ใบหน้าของเธอนั้นแดงซ่านและขนบนแขนของเธอก็ลุกตั้งชั้นด้วยความตื่นเต้น
เธอรีบวางมือและสัมผัสบนสายของพิณในทันที
บริ้งงงงงง!
ในทันใดนั้นเสียงเพียงแค่ดีดโน้ตตัวเดียวก็ดังไพเราะขึ้นมาจนสั่นสะเทือนไปถึงหัวใจของตัวเธอเอง ตัวของเธอนั้นก็สั่นสะท้านราวกับได้ยินเสียงดนตรีจากสรวงสวรรค์
ในตอนนี้เธอนั้นตื่นเต้นและพลุ่งพล่านเป็นอย่างมาก ความรู้สึกของเธอในตอนนี้นั้นแทบจะทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว เธอสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าหลังจากที่เธอดีดโน้ตออกไปเพียงแค่ตัวเดียว พลังงานทางจิตวิญญาณของพิณนั้นม้วนเป็นเกลียวและตอบสนองกับร่างกายของเธอในทันที
“ห่าวจง! พิณห่าวจง นี่คือการตอบรับของอาวุธวิญญาณระดับก่อกำเนิดจิตวิญญาณอย่างนั้นหรือ!”
มือของถังหยินซวง สั่นเล็กน้อยขณะที่เธอกำลังลูบไล้พิณห่าวจงไปทั่วทั้งคัน ขณะนี้เธอยังแทบอยากจะไม่เชื่อสายตาของตัวเอง
“พิณห่าวจงคันนี้นั้นถือได้ว่าเป็นพิณอันดับ 1 ของโลกยุทธภพเลยทีเดียว ในประวัติศาสตร์นั้นเจ้าของคนแรกคือปรมาจารย์ ปั๋วหยา และถูกส่งต่อให้กับเจ้าสำนักเมฆหมอกพิรุณ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของท่าน และพิณห่าวจงคันนี้เคยออกสู่สนามรบในช่วงสงครามระหว่างทวีปในสมัยโบราณ และเพราะพิณห่าวจงคันนี้ได้สร้างขวัญกำลังใจและเพิ่มพลังทางจิตวิญญาณให้กับเหล่ายอดยุทธจากฝั่งของประเทศจีนจนสามารถรับศึกกับผู้ฝึกตนของทวีปอื่นได้จนชนะศึก และด้วยเหตุนี้พิณห่าวจงคันนี้จึงขึ้นชื่อได้ว่าเป็นเครื่องดนตรีที่เป็นอาวุธวิญญาณระดับ 1 ของโลก!” ถังหยินซวง พูดออกมาด้วยความหลงใหล
“พิณห่าวจง อาวุธวิญญาณระดับก่อกำเนิดวิญญาณ…นี่คือเรื่องจริงอย่างนั้นเหรอ? ข้าไม่ได้กำลังฝันอยู่ใช่ไหม!” เธอพูดพึมพำออกมาเหมือนกับคนละเมอ ในขณะที่ยังคงลูบไล้พิณห่าวจงอยู่ตลอดเวลา
ในทันใดนั้นคล้ายกับมีความคิดทางจิตวิญญาณบอกผ่านมาทางความนึกคิดในจิตใจของเธอ
เธอรีบพลิกพิณห่าวจงขึ้นมาดูในทันที ที่ด้านล่างมีกระบี่บางสีฟ้าใสที่สวยงามปรากฏออกมา
มันมีชื่อว่ากระบี่หยุนสุ่ย หรืออีกชื่อที่เรียกกันติดปากในสมัยโบราณนั่นก็คือกระบี่คู่รัก
ถังหยินซวงกัดริมฝีปากของเธอเบาๆ ในขณะที่มือของเธอยังคงลูบพิณห่าวจงอยู่อย่างรักใคร่ ใบหน้าของเธอนั้นแดงระเรื่อ และดวงตาของเธอนั้นเป็นประกายด้วยแสงระยิบระยับ
“ฮึ! ตัวเองเป็นคนพูดเองแท้ๆว่ามีคู่รักอยู่แล้ว…แต่กลับมอบของล้ำค่าเช่นนี้มาให้ข้า…แล้วจะให้ข้านั้นคิดอย่างไร…ผู้ชายคนนี้ช่างน่ารังเกียจและเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก…”
…………
จบบท