Invincible Divine Dragon's Cultivation System ระบบฝึกฝนมังกรอมตะ - ตอนที่ 353 แผนการก่อตั้งวังมังกรศักดิ์สิทธิ์
- Home
- Invincible Divine Dragon's Cultivation System ระบบฝึกฝนมังกรอมตะ
- ตอนที่ 353 แผนการก่อตั้งวังมังกรศักดิ์สิทธิ์
ตอนที่ 353 แผนการก่อตั้งวังมังกรศักดิ์สิทธิ์!
.
“ข้าทำให้เจ้าผิดหวังหรือไม่?”
ในขณะที่เสียงกรีดร้องครั้งสุดท้ายแห่งชีวิตของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณทั้งหกคนเงียบเสียงลงไป มังกรไฟศักดิ์สิทธิ์ก็บินวนไปมาในอากาศก่อนที่มันจะค่อยๆหดตัวลงกลายเป็นผลึกแก้วมังกรกลับไปอยู่ในมือของหวังเสียนตามเดิม
หวังเสียนยิ้มออกมาเล็กน้อยขณะมองไปยังเปี่ยนเหยาฉวนที่ยืนอยู่บนหลังคา
ดวงตาของเปี่ยนเหยาฉวนเบิกกว้าง เขายืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เหงื่อบนใบหน้าของเขานั้นหยดลงมาเหมือนกับน้ำ
ในเวลานี้เขาไม่ได้รู้สึกถึงความร้อน แต่กลับถูกปกคลุมไปด้วยความกลัวและความหนาวเย็นแทน
“ไม่จริง! มันจะเป็นไปได้อย่างไร?”
เขาแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณหกคน ถูกสังหารลงภายในพริบตา มันเกินกว่าที่ตัวเขานั้นจะทำใจยอมรับได้
“นี่คือผลึกแก้วมังกรเพลิงโลกันตร์ เป็นสมบัติจิตวิญญาณของข้า เจ้าอยากดูมันใกล้ๆหรือไม่?” หวังเสียนถามออกมาด้วยรอยยิ้ม
“ก่อนที่จะวางแผนลอบสังหารพวกข้า เจ้าเตรียมใจที่จะถูกตอบโต้และเตรียมตัวตายเอาไว้บ้างหรือยัง?” หวังเสียนถามต่อขึ้นมาอีก
“เจ้า! … เจ้าฆ่าข้าไม่ได้! … เจ้าไม่สามารถฆ่าข้าได้!” เปี่ยนเหยาฉวนพูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก ใบหน้าของเขาซีดขาวพร้อมกับเดินถอยหลังด้วยความหวาดกลัว
เขาเคยคิดถึงปัญหาและกรณีเกิดข้อผิดพลาดเอาไว้หลายอย่าง แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเขาไม่เคยคาดคิดเอาไว้มาก่อน
เขาเชื่อว่าต่อให้เป็นคนอื่นก็ไม่มีใครจะคาดคิดว่าลูกแก้วจิตวิญญาณแห่งธาตุไฟลูกเล็กๆ จะสามารถสังหารผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณหกคนได้ง่ายๆเช่นนี้
ในความคิดของเขาก่อนหน้านี้เขาเชื่อว่าผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณขั้นกลางทั้งหกคน ก็มากเกินพอแล้วที่จะกำจัดกลุ่มของหวังเสียนทั้งสามคน
“ยอมตายแต่โดยดีเสียเถอะจะได้ไม่ต้องทรมานมากนัก!” หวังเสียนไม่ต้องการคุยเรื่องไร้สาระกับเขาอีกต่อไป เขาโบกมือขึ้นอีกครั้ง ผลึกแก้วมังกรเพลิงโลกันตร์ ก็พุ่งตรงไปยังเปี่ยนเหยาฉวนอย่างรวดเร็ว
“ไม่ๆ!… พ่อของข้าเป็นถึงเจ้าสำนักของสำนักสวนศาลาสมุนไพร ถ้าเจ้าฆ่าข้า พ่อของข้าจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไป….” เปี่ยนเหยาฉวน ตะโกนออกมาด้วยความหวาดกลัว ในขณะที่เขาเห็นผลึกแก้วมังกรเพลิงโลกันตร์กำลังพุ่งตรงมาหาเขาด้วยความรวดเร็ว
“ถ้าสำนักสวนศาลาสมุนไพร กล้าเข้ามายุ่งวุ่นวายกับข้า ข้าก็จะกวาดล้างพวกมันทั้งสำนัก!” หวังเสียนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
พลุ๊!
อื๊ออ!~
เปี่ยนเหยาฉวนสะดุ้งเฮือกร้องครางเสียงต่ำออกมาเบาๆ ร่างกายของเขาสั่นกระตุกเล็กน้อย หลังจากที่ถูกผลึกแก้วมังกรเพลิงโลกันตร์เจาะทะลุที่หน้าอกของเขา
“กะ….แก พ่อของข้าจะต้องแก้แค้น…พวกแก…ทั้งหมดจะต้องตาย…” เสียงของเปี่ยนเหยาฉวนค่อยๆ เบาลง เขาก้มลงมองดูรูเล็กๆที่หน้าอกของเขา เปลวไฟหลอมเหลวคล้ายกับลาวาค่อยๆ ไหม้ลุกลามกินเนื้อของเขาขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ
ดวงตาของเปี่ยนเหยาฉวนเต็มไปด้วยความเสียใจและความเกลียดชัง!
เขานั้นมีอายุเพียงแค่ 30 ปี ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ตัวเขานั้นต้องการที่จะทํา เขาไม่เต็มใจที่จะตายเช่นนี้!
หวังเสียนไม่ได้สนใจเปี่ยนเหยาฉวนอีกต่อไป เขาหันกลับไปมองซุนหลิงซิ่วที่กำลังช่วยรักษาบาดแผลให้กับหมอโลหิตด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ของเธอ
ในตอนที่รถกำลังระเบิดหวังเสียนไม่มีเวลาจะช่วยหมอโลหิตได้ทัน เขาจึงได้รับแรงระเบิดจากลูกบอลอัสนีกัมปนาทจนบาดเจ็บสาหัส
แต่พลังชีวิตอันน่าเหลือเชื่อของสายเลือดแวมไพร์ ก็สามารถทำให้เขารอดชีวิตจากแรงระเบิดที่น่ากลัวระดับนั้นได้อย่างน่ามหัศจรรย์เลยทีเดียว
“อาวุธวิญญาณระดับ 9 นับได้ว่าเป็นของขวัญที่ไม่เลวเลยทีเดียว!” หวังเสียนยิ้มออกมา เมื่อเขาเห็นดาบของเปี่ยนเหยาฉวนตกอยู่ข้างๆศพของเขา
เขากระโดดขึ้นไปบนหลังคาตรงจุดที่เปี่ยนเหยาฉวนนอนตายอยู่
“หืมม?” ในขณะที่หวังเสียน หยิบดาบวิญญาณเมฆคราม ขึ้นมาดูอยู่นั้นเขาก็เห็นสิ่งของบางอย่างอยู่ที่เข็มขัดของเปี่ยนเหยาฉวน
มันเป็นขวดกระเบื้องลายครามขวดเล็กๆที่เขาซ่อนเอาไว้อย่างดีอยู่ในเข็มขัดข้างเอวของเขา หวังเสียนจึงหยิบมันขึ้นมาดูในทันที
“เม็ดยาระดับ 4 สิ่งนี้น่าจะเป็นเม็ดยาจิตวิญญาณระดับ 4 มีอยู่ด้วยกันถึงสี่เม็ดเลยทีเดียว!” หวังเสียนค่อนข้างที่จะตกใจเล็กน้อย เมื่อเขาเปิดขวดกระเบื้องลายครามและเห็นเม็ดยาระดับ 4 อยู่ข้างในสี่เม็ด
“มันเป็นเม็ดยาเสริมพลังวิญญาณ ซึ่งสูงกว่าเม็ดยาเพิ่มพลังจิตวิญญาณหนึ่งระดับ หากผู้ฝึกตนระดับครึ่งขั้นก่อกำเนิดลมปราณได้รับยานี้ไป 1 เม็ด คนผู้นั้นจะมีโอกาสก้าวขึ้นไปสู่ระดับก่อกำเนิดลมปราณได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์!”
หวังเสียนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้รับเม็ดยาจิตวิญญาณระดับ 4 มากถึงสี่เม็ด เพราะเม็ดยาจิตวิญญาณระดับ 4 นี้หนึ่งเม็ดมีมูลค่าเท่ากับต้นพืชสมุนไพรที่เป็นยาจิตวิญญาณระดับ 5
อาจกล่าวได้ว่ายาเสริมพลังวิญญาณทั้งสี่เม็ดนี้ มีค่าเท่ากับหินวิญญาณประมาณ 4,000 ก่อนเลยทีเดียว
“หากรวมวัตถุดิบทั้งหมดที่ฉันมีในตอนนี้ น่าจะเพียงพอสำหรับการสร้างวังมังกรศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว!” หวังเสียนรู้สึกตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก เมื่อเขารู้ว่าเขากำลังจะสามารถสร้างวังมังกรศักดิ์สิทธิ์ของเขาได้แล้ว
และหลังจากที่เขาสร้างวังมังกรศักดิ์สิทธิ์ของเขาเสร็จแล้วก็น่าจะมีเงินเหลืออยู่อีกมากพอควรเลยทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีพืชสมุนไพรที่เป็นต้นยาจิตวิญญาณอยู่อีกอย่างมากมายบนเกาะลอยน้ำส่วนตัวของเขา
“หินวิญญาณมีความสำคัญมากที่สุดในการสร้างวังมังกรศักดิ์สิทธิ์ และจากการที่ฉันคิดคำนวณเผื่อเอาไว้แล้วนั้นมันก็น่าจะมากเกินพอ!” หวังเสียน ยิ้มออกมาในขณะที่เขาใช้พลังแห่งธาตุไฟเผาซากศพของเปี่ยนเหยาฉวนให้กลายเป็นเถ้าถ่าน
“เม็ดยาเสริมพลังวิญญาณทั้งสี่เม็ดนี้น่าจะเป็นค่าจ้างสำหรับผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณทั้งสี่คนนี้!” หวังเสียนพูดพึมพำออกมาในขณะที่เขาเดินกลับไปหาซุนหลิงซิ่วและหมอโลหิต
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” หวังเสียนถามหมอโลหิตที่ในตอนนี้ใบหน้าของเขายังคงซีดขาวเหมือนกับกระดาษ
“แค่ก!…แค่กๆ! คงจะต้องใช้เวลาประมาณครึ่งเดือนกว่ากระผมจะหายดี! ตอนนี้ในตัวของกระผมนั้นแทบจะไม่มีเลือดเหลืออยู่เลยขอรับนายท่าน!” หมอโลหิตไอออกมาในขณะที่เขาตอบหวังเสียน ด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างจะอ่อนแรง
“มันก็ยังดีที่เจ้าไม่เป็นอะไรมากนัก!” หวังเสียนพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่เขาจะหันไปพูดกับซุนหลิงซิ่ว “ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็กลับเถอะ!”
“ค่ะ!” ซุนหลิงซิ่วพยักหน้าตอบ หลังจากนั้นพวกเขาทั้งหมดก็พากันเดินออกจากสถานที่แห่งนั้น ก่อนที่หวังเสียนจะเรียกรถแท็กซี่ออนไลน์เพื่อไปส่งพวกเขาทั้งหมดไปที่สนามบิน
ระหว่างทางหวังเสียนได้โทรติดต่อพูดคุยกับ หลานชิงเยว่, ผู้อาวุโสฉินและผู้อาวุโสซู เพื่อให้พวกเขาช่วยรวบรวมวัสดุและแร่ต่างๆที่จำเป็นในการสร้างวังมังกรของเขาให้ครบ
เมื่อพวกเขาทั้งหมดกลับมาถึงที่วิลล่าก็เป็นเวลาเกือบบ่ายสองโมงแล้ว
หมอโลหิตถูกเสี่ยวหรันนำไปพักฟื้นที่วิลล่าของเขา เพื่อช่วยดูแลและรักษาอาการบาดเจ็บ
หลังจากนั้นหวังเสียน ก็หันไปยิ้มบางๆและพูดกับซุนหลิวซิ่ว “มาเถอะ ผมจะพาคุณไปยังที่ๆหนึ่ง!”
“พวกเราจะไปที่ไหนกันเหรอคะเสี่ยวเสียน?” ซุนหลิงซิ่วถามหวังเสียนด้วยความประหลาดใจ
“เอาเถอะน่า! ตามผมมาเถอะรับรองคุณจะต้องชอบสถานที่แห่งนั้นอย่างแน่นอน!” หวังเสียนยิ้มออกมา
หลังจากนั้นหวังเสียนก็พาซุนหลิงซิ่วลงไปที่ทะเล ก่อนที่พวกเขาจะว่ายน้ำด้วยความเร็วไปยังทิศทางที่เกาะลอยน้ำตั้งอยู่
“เกาะที่อยู่ตรงหน้าของเรานั้นชื่อว่าเกาะลอยน้ำ และหลังจากนี้ไปมันจะเป็นฐานที่ตั้งของพวกเรา!” หวังเสียนพูดแนะนำ ก่อนที่เขาจะกระโดดขึ้นไปบนเกาะลอยน้ำ
ซุนหลิ่งซิ่วพยักหน้ารับเบาๆก่อนที่เธอจะกระโดดตามเขาขึ้นไปบนเกาะ
เธอกวาดสายตามองไปทั่วทั้งเกาะด้วยความตกตะลึง
“เกาะลอยน้ำ!…นี่คือเกาะลอยน้ำที่อยู่ในตำนานใช่หรือไม่? เสี่ยวเสียนคุณมีเกาะลอยน้ำเป็นสมบัติส่วนตัวของคุณจริงๆอย่างนั้นหรอ?” ซุนหลิงซิ่วถามออกมาด้วยความตื่นตะลึงและประหลาดใจ
“ใช่! เกาะลอยน้ำแห่งนี้ผมและเหล่านักรบมังกรช่วยกันนำมันกลับมา! และผมกำลังวางแผนที่จะสร้างวังมังกรศักดิ์สิทธิ์ภายใน 2-3 วันข้างหน้านี้อีกด้วย!” หวังเสียนพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
“อะไรนะ? คุณกำลังจะสร้างวังมังกรศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นเหรอ?” คราวนี้ซุนหลิงซิ่วไม่สามารถระงับความตกใจไว้ได้ เธอตะโกนถามออกมาเสียงดังอย่างลืมตัว
ในฐานะที่เธอมีสายเลือดของมังกรศักดิ์สิทธิ์ มันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เธอจะสามารถรู้เรื่องของวังมังกรจากความรู้ที่สืบทอดมาจากสายเลือดมังกรศักดิ์สิทธิ์ของเธอ
วังมังกรศักดิ์สิทธิ์ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของสายเลือดมังกรศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงเลยก็ว่าได้
“ถูกต้อง!” หวังเสียนยิ้มและพยักหน้ารับ เขาไม่จำเป็นจะต้องปกปิดเรื่องนี้กับซุนหลิงซิ่ว ที่พอจะรู้เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว
“ผมวางแผนที่จะสร้างวังมังกรศักดิ์สิทธิ์ในทะเลซึ่งไม่ไกลจากเมืองเจียงเฉิงมากนัก!” หวังเสียนพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจ
“ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไร ฉันก็จะอยู่ข้างๆคุณเสมอค่ะ เสี่ยวเสียน!” ซุนหลิงซิ่วมองไปที่หวังเสียน ด้วยประกายตาแห่งความรักและความเคารพ เธอยิ้มออกมาบางๆและสาบานอยู่ในใจว่าจะไม่มีวันพรากไปจากเขาจนกว่าความตายจะมาเยือน
“อีกไม่นานข้าหวังเสียน มังกรศักดิ์สิทธิ์ห้าธาตุ จะขึ้นเป็นจอมจักรพรรดิแห่งท้องทะเลและทั่วทั้งจักรวาลทั้งหมด!” หวังเสียน แหงนหน้าขึ้นมองฟ้าก่อนที่จะพูดพึมพำออกมาเบาๆ ด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อันสูงส่ง
และด้วยเหตุนี้แผนการพิชิตมหาสมุทรของโลกใบนี้จึงเริ่มขึ้น
ในไม่ช้ามังกรศักดิ์สิทธิ์ห้าธาตุตัวแรกของจักรวาลนามว่าหวังเสียน จะเริ่มก้าวเข้าสู่วังวนแห่งการต่อสู้นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป!
……….
จบบท