Monster Pet Evolution – วิวัฒนาการสัตว์เลี้ยงกลายพันธุ์ - ตอนที่ 130
หลังจากเขาได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันผู้สอบทั้งหมดพบว่า พวกเขาส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย ไม่ก็ครอบครัวที่มีอิทธิพลทางการเมือง หรือ พ่อแม่ของเขาเป็นผู้ฝึกสอนสัตว์อสูรที่มีชื่อเสียง
มีแค่ฮั่นเสี่ยวเท่านั้นที่มาจากครอบครัวที่ธรรมดา ทั้งสองเลยชื่นชมซึ่งกันและกัน
ฮั่นเสี่ยวถามเกาเผิงด้วยรอมยิ้มว่า
“มีบริษัทหลายแห่งเลยติดต่อฉันหลังจากที่ฉันเข้าสู่รอบสอง แล้วคุณเกาล่ะครับมีบริษัทไหนติดต่อมาที่คุณบ้าง”
เกาเผิงรู้สึกตะลึงกับคำถามของฮั่นเสี่ยวทันที
‘นั่นสิ ทำไมไม่มีใครติดต่อฉันมาบ้างนะ’
ฮั่นเสี่ยวเดาคำตอบได้ในทันทีจากท่าทางของเกาเผิง ดังนั้นเขาจึงปลอบเกาเผิงว่า
“ไม่ต่อกังวลไปหรอกก็คุณได้ตั้งที่ 1 เลยนะเดี๋ยวพวกเขาต้องติดต่อมาอย่างแน่นอน”
“อืม ใช่แล้ว ถูกของนาย” เกาเผิงเริ่มสงสัยว่าที่ไม่มีใครมาติดต่อเขามา สาเหตุต้องมาจากคุณตาไม่ก็ลุงหลิวแน่ๆ ที่คอยกันให้พวกบริษัทพวกนั้นอยู่ห่างจากเกาเผิง
สัตว์อสูรของฮั่นเสี่ยวคือมดพระเจ้า เกาเผิงเคยได้ยินมาว่ามันกลายพันธุ์มาจากมดดำ ที่มันกลายเป็นมดพระเจ้าเพราะกินอะไรบางอย่างเข้าไป ชื่อของมันเกิดจากการกลายพันธุ์ที่เปลี่ยนไปจากผิดปกติเป็นเพราะฝีมือของพระเจ้า
เกาเผิงมองไปที่มัน แผงข้อมูลบอกว่ามันมีเลเวล 21 ระดับสูง
สูง 2เมตรครึ่ง ยาว 5เมตร มีเปลือกที่แวววาวดูน่าสนใจมาก
แต่ชื่อจริงๆของมันนั้น ไม่ใช่มดพระเจ้าแต่เป็นมดปีศาจทองคำ ชื่อมดพระเจ้าดูไม่ค่อยจะเข้ากับตัวมันเท่าไหร่นัก
[ชื่อสัตว์อสูร] มดปีศาจทองคำ
[เลเวล] 21 (ชนชั้นนักรบ)
[ระดับ] สูง
[คุณสมบัติ] ธาตุทอง
[จุดอ่อน] 1.ข้อต่อของมันไม่ได้รับการปกป้องจะเปลือกของมัน 2.เกลียดกลิ่นฉุนมากที่สุด
เป็นเรื่องที่ยากมากที่จะทำให้สัตว์อสูรของคุณขึ้นมาอยู่ในชนชั้นนักรบได้ หากคุณไม่ได้มาจากตระกูลที่ร่ำรวย คุณก็จะไม่มีทุนทรัพย์มากพอที่จะยกระดับพวกมัน แต่สิ่งที่ทำให้พวกคนจนกับคนรวยเหมือนกันก็คือเรื่องโชค แต่แค่ทุนทรัพย์ที่ห่างกันขนาดนี้ก็คงเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะไปถึงจุดที่ต้องใช้โชคแข่งกับพวกคนรวย แถมพวกคนจนต้องแบกรับความเสี่ยงที่มากกว่าอีก
ความสามารถของเกาเผิงนั้นสามารถทำให้สัตว์อสูรของเขาปลอดภัยไม่ต้องเสี่ยงกับการทดลองที่ผิดพลาดได้ แต่อย่างไรก็ตามเขาเพิ่มได้แค่ระดับ ส่วนเลเวลนั้นเขาเพิ่มไม่ได้
เครื่องบินได้ลงจอดในที่สุด
พวกเขาได้เห็นเมืองขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยความคึกคักและสนามบินที่นี่มีขนาดใหญ่มาก พวกเขามาถึงเมืองเจียงหนานแล้ว
เมืองเจียงหนานมีอีกชื่อหวู่ดู่ ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับเมืองมอลดู่และเมืองจินลิงดู่
เมืองเจียงหนานเป็นชั้นนำของภูมิภาคหัวเซียหลังจากเกิดมหาภัยพิบัติ
“ยินดีต้องต้อนรับเข้าสู่เมืองเจียงหนานค่ะ” เสียงอันไพเราะของหญิงสาวที่ดังขึ้นมาหลังจากที่เครื่องบินลงจอด
ทางออกที่ด้านหลังของเครื่องบินได้เปิดออก แสงแดดที่สาดส่องไปกระทบกับใบหน้าของพวกเขา
……..
“เฮ้! ดูนั่นสิ นั่นเครื่องบินทหารใช่มั้ย ทำไมวันนี้ถึงมีเครื่องบินทหารมาจอดกันที่นี่เยอะจัง”
ผู้โดยสารคนหนึ่งที่อยู่ในห้องรับรองของสนามบินมองออกไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เขาเห็นเครื่องบินทหารสีเขียวเข้มแถบสีฟ้าลงจอดที่นี่ราวๆ 8เครื่องได้
“คิดว่าที่เมืองเจียงหนานจะมีพวกสัตว์อสูรมาบุกที่นี่อย่างนั้นเหรอ” เขาถามด้วยความวิตกกังวล
“ไม่เหรอน่า ถ้ามีจริงๆ พวกเราต้องได้ยินข่าวแล้วสิ” เขากล่าวปลอบชายคนนั้น
“ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ” ชายคนนั้นกล่าว
“คุณไม่ต้องกังวลไปหรอกน่า ที่คุณเห็นเครื่องบินทหารมาจอดที่เยอะก็เพราะว่า ที่เจียงหนานแห่งนี้จะการสอบเอนทรานซ์เข้าวิทยาลัยสัตว์อสูรยังไงล่ะ” มีชายอีกคนที่ได้ยินบทสนทนากล่าว
“จริงเหรอเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อเลย ที่พวกเขาระดมกำลังคนขาดนี้เพื่อการสอบเอนทรานซ์” หนึ่งในผู้โดยสารอดพูดไม่ได้
“คุณไม่รู้อะไรที่พวกเราใช้กองกำลังขนาดนี้ก็เพื่อดูแลเหล่าอัจฉริยะที่จากทั่วภูมิภาคยังไงล่ะ”
“แล้วพวกเขาทำไมถึงมาที่เมืองเจียงหนานนี่ล่ะ”
“เดี๋ยวพวกคุณก็รู้ได้จากทีวีในไม่กี่วันนี้” เขาเงยหน้าด้วยความภาคภูมิใจ
มีหญิงวัยกลางถึงกับอุทานออกมา
“งั้นที่คุณรู้ก่อนใครแบบนี้ก็เพราะว่ามีคนรู้จักของคุณทำงานอยู่ในรัฐบาลอยู่ใช่มั้ยคะ?”
‘หี ในที่สุดก็มีคนคำถามนี้ซะที’
เขาสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะเปิดปากพูดออกมา….
“เย่ฮาน คุณไปอยู่ไหนมา ฉันคิดว่าคุณหลงทางอยู่ที่ไหนสักแห่งแน่ๆ คุณเกือบจะทำให้ฉันหัวใจวายตายแล้วนะ”
หญิงสาวทรงผมหางม้าตะโกนเรียกขณะที่เดินไปห่าชายหนุ่ม
“กลุ่มของพวกคุณรออยู่ที่ห้องรับรองกันหมดแล้วแต่ก็ไม่เเห็นคุณเลย ถ้าไม่ใช่เพราะสัตว์อสูรของคุณนำทางมา ฉันก็ไม่รู้ว่าจะหาคุณได้ที่ไหน คุณนี่ชอบก่อเรื่องให้ทุกคนเป็นห่วงอยู่เสมอเลยนะ” น้ำเสียงของเธอดูดุทุกครั้งที่เธอเดินเข้ามา
ข้างหลังหญิงสาวเป็นลูกหมูสีขาว มันส่ายหน้าและถอนหายใจ มันรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับเจ้านายโง่คนนี้มาก
ใบหน้าของเย่ฮานเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง เขารีบพูดแก้ตัวทันที
“ฉะ ฉันไม่ได้หลงทางซะหน่อย ฉันก็แค่อยากมาดูผู้ฝึกสอนสัตว์อสูรจากเมืองอื่นก็เท่านั้นเอง และอีกอย่างนั่นไม่เรียกว่าหลงซะหน่อย แค่ไปผิดทางเท่านั้นเอง ฉะนั้นครั้งนี้ไม่นับ”
คำอธิบายนี้ทำให้ใครหลายๆคนอดหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ส่วนเจ้าหมูสีขาวก็หัวเราะชอบใจเป็นอย่างมาก
เหตุการณ์นี้ทำให้บรรยากาศในห้องรับรองเป็นไปด้วยความสนุกสนาน
ท้ายที่สุดหญิงสาวผมสาวม้าได้กล่าวว่า
“เอาล่ะ ตามหลังฉันมาให้ดีๆ นะจ๊ะ พ่อคนเก่ง เดี๋ยวได้หลงทางอีกไม่รู้ด้วยนะ”
……
‘ผู้คนเหล่านี้เผ็นผู้เข้าสอบรึเปล่านะ’ เกาเผิงได้กวาดสายตามองรอบๆ
ที่นี่มีผู้คนจำนวนกว่า 200คน
ที่ภูมิภาคหัวเซียแห่งนี้มีเมืองในภูมิภาคนี้ทั้งหมด 50เมือง เมื่อผู้สอบจากทุกเมืองมารวมตัวกันที่นี่ ทำให้ย่อมมีสัตว์อสูรมากมายหลากชนิด
อย่างเช่นสัตว์อสูรที่บินได้ อย่างแร้งภูเขาไฟ ที่สูง 6เมตร มันคลื่นความร้อนออกมาจากร่างกายของมัน
พูดถึงสัตว์อสูรประเภทนกก็นึกถึงซิลลี่ ที่ตอนนี้มันกลัวตัวสั่นเกาะบนศีรษะของเกาเผิงไว้อย่างแน่นหนา
มันพูดในหัวของเขาซ้ำไปซ้ำมาว่า
“ฉันไม่ใช่น้ำผลไม้ ฉันไม่อร่อย ฉันไม่อร่อย”
นอกจากนี้ก็มีสัตว์อสูรประเภทผีอีกด้วย พวกมันถูกคลุมผ้าไว้อย่างดีเพื่อไม่ทำให้คนทั่วไปต้องตกใจและหวาดกลัว